บทนำ: จุดจบของตัวแม่แห่งวงการ กับการฟื้นคืนในกรงทองที่ไร้รัก - 2
ปัง!!
เสียงกระแทกประตูเรือนดังสนั่นหวั่นไหวจนแพรวาสะดุ้งโหยง บานประตูไม้สักแกะสลักถูกถีบจนเปิดอ้าออก ลมหนาวจากภายนอกกรูเข้ามาในห้องพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่ง
เงาร่างนั้นยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดและแสงจันทร์ ดูน่าเกรงขามดั่งขุนเขา รัศมีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกลงทันตาเห็น
ชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้อง เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะหนักแน่นที่บีบหัวใจคนฟัง เขาสวมชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆด้วยด้ายเงิน สะท้อนแสงเทียนวูบวาบ ผมยาวดำขลับถูกรวบมัดไว้สูงเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่หล่อเหลาราวกับเทพเจ้าสงคราม
คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาเรียวรีดุดันดั่งพญาอินทรี จมูกโด่งเป็นสันตรงรับกับริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังเหยียดยิ้มหยัน
‘แม่ทัพหยางเฟย’ สามีในนามผู้แสนเย็นชาของร่างนี้
“ยังไม่ตายอีกหรือ?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น มันไม่ใช่คำถามด้วยความเป็นห่วง แต่เป็นคำถามที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและรังเกียจอย่างปิดไม่มิด “ข้านึกว่าป่านนี้เจ้าคงลงไปทักทายยมบาลในนรกขุมที่ลึกที่สุดแล้วเสียอีก ไป๋ลี่หลิน”
คำพูดแสนเจ็บแสบนั้นหากเป็นไป๋ลี่หลินคนเดิมคงจะร้องไห้ฟูมฟาย หรือไม่ก็กรีดร้องอาละวาดขว้างปาข้าวของไปแล้ว แต่สำหรับแพรวา... พริตตี้สาวผู้ผ่านสมรภูมิเชือดเฉือนกับเหล่าพริตตี้รุ่นน้องและลูกค้านิสัยแย่มานับไม่ถ้วน คำพูดแค่นี้มันระดับอนุบาลมาก
เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง จ้องมองชายตรงหน้าตาไม่กะพริบ... ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะกำลัง ‘ประเมินสินค้า’
‘หล่อ... หล่อวัวตายควายล้ม หล่อแบบตะโกน!’
ในชีวิตที่แล้ว แพรวาเจอผู้ชายหล่อมาเยอะ ทั้งดารา นายแบบ ไฮโซ แต่ไม่มีใครที่มี ‘ออร่า’ ดิบเถื่อนและทรงพลังเท่าผู้ชายตรงหน้า ความหล่อของเขาไม่ได้มาจากการปรุงแต่ง แต่มาจากโครงสร้างกระดูกที่สมบูรณ์แบบและกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ไหล่กว้างที่น่าซบ แผงอกหนาที่ซ่อนอยู่ใต้สาบเสื้อ และสายตาดุดันคู่นั้น...
มันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นตัวขึ้นมาอย่างประหลาด
“มองหน้าข้าทำไม?” หยางเฟยตะคอกเสียงเข้ม เมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้าไม่โวยวายเหมือนทุกครั้ง แต่กลับใช้สายตาฉ่ำหวานแปลกประหลาดกวาดมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังลวนลามเขาทางสายตา “เจ้าคิดจะเล่นละครเรียกร้องความสนใจไปถึงเมื่อไหร่! คิดว่าผูกคอตายแล้วข้าจะสงสาร? จะใจอ่อนกลับมาหาเจ้า? ฝันไปเถอะ!”
เขาเดินสืบเท้าเข้ามาใกล้เตียง ชี้หน้าด่ากราดด้วยความโมโห “สตรีแพศยาอย่างเจ้า ตายไปก็รังแต่จะทำให้แผ่นดินหนักขึ้น ข้าเสียใจจริงๆ ที่วันนั้นเชือกมันไม่เหนียวพอ!”
แพรวาฟังคำด่าทอเหล่านั้นแล้วก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปาก เธอค่อยๆ ขยับตัว เปลี่ยนท่านั่งจากที่นั่งพับเพียบเรียบร้อย เป็นการเหยียดขาข้างหนึ่งออกมาเล็กน้อย ผ้าห่มแพรไหมเลื่อนไหลลงไปกองที่เอว เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนและเนินอกอิ่มที่โผล่พ้นสาบเสื้อนอนตัวบางหมิ่นเหม่
ในเมื่อย้อนเวลากลับมาแล้ว และเจ้าของร่างเดิมก็ตายไปแล้ว จะให้เธอมานั่งแสดงละครเป็นนางร้ายผู้โง่เขลาที่เอาแต่วิ่งไล่ตามผู้ชายแบบเดิมก็คงไม่ใช่ ‘วิถีตัวแม่’
ผู้ชายอย่างหยางเฟย... แข็งนอกแต่อ่อนในรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นประเภท ‘ของยาก’ และอะไรที่ได้มายากๆ มันมักจะอร่อยเสมอ
“ท่านพี่...”
แพรวาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่เสียงแหลมสูงน่ารำคาญ แต่เป็นเสียงทุ้มนุ่มแหบพร่านิดๆ แบบที่เธอชอบใช้เวลาอ้อนขอทิปหนักๆ จากลูกค้า วีไอพี
“ท่านโกรธข้ามากเลยหรือเจ้าคะ? หน้าแดง หูแดงไปหมดแล้ว...”
หยางเฟยชะงักกึก ขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้น เขาหรี่ตามองนางอย่างหวาดระแวง “เจ้า... กินยาผิดสำแดงหรืออย่างไร? หรือเชือกรัดคอจนสมองกลับไปแล้ว?”
แพรวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนบนพื้นห้องที่เย็นเฉียบ เธอไม่สนใจความสูงต่ำของศักดินา ก้าวเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าการเดินนั้นไม่ใช่กุลสตรีชาววัง แต่เป็นการเดินแบบ ‘Catwalk’ ที่เน้นการส่ายสะโพกเล็กน้อยให้ชุดนอนพลิ้วไหวไปตามจังหวะ
เธอยืนประจันหน้ากับเขา ระยะห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบคู่นั้นอย่างท้าทาย
“สมองข้ายังปกติดีเจ้าค่ะ... อาจจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ” นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ยกขึ้น แตะเบาๆ ที่แผงอกแกร่งเหนือตำแหน่งหัวใจของชายหนุ่ม สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่แรงและเร็วขึ้น... ตึกตัก... ตึกตัก...
ปากบอกว่าเกลียด แต่ร่างกายตอบสนองไวเชียวนะพ่อคุณ
“ท่านบอกว่าข้าเรียกร้องความสนใจ...” แพรวากระซิบเสียงเบา ไล่นิ้วลงมาเรื่อยๆ จนถึงเข็มขัดหนังคาดเอว “...แล้วถ้าข้าบอกว่า ต่อไปนี้ข้าจะไม่เรียกร้องความรักจากท่านอีกแล้ว แต่ข้าจะเรียกร้อง ‘อย่างอื่น’ แทน... ท่านจะว่าอย่างไร?”
หยางเฟยตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป กลิ่นกายหอมกรุ่นจากตัวนาง กลิ่นแป้งร่ำผสมกับกลิ่นกายสาวที่หอมหวานประหลาด ลอยมาเตะจมูกจนเขามึนงง สัมผัสจากปลายนิ้วมือนุ่มนิ่มที่ลากผ่านอกเขามันร้อนวูบวาบราวกับไฟลามเลีย
“เจ้า... เจ้าพูดเรื่องบัดสีอะไร!” เขาพยายามจะผลักนางออก แต่เรี่ยวแรงมหาศาลที่เคยใช้ฟาดฟันศัตรูในสนามรบ กลับดูเหมือนจะหดหายไปชั่วขณะเมื่ออยู่ต่อหน้าแววตาพราวระยับคู่นั้น
“บัดสีตรงไหนเจ้าคะ? สามีภรรยาคุยกัน...” แพรวาเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ริมฝีปากของเธออยู่ใกล้ใบหูของเขามากที่สุด ก่อนจะเป่าลมหายใจอุ่นร้อนรดต้นคอเขาเบาๆ
“...เรื่องบนเตียง ถือเป็นหน้าที่ มิใช่เรื่องบัดสีเสียหน่อย”
สิ้นคำพูดนั้น เธอก็ผละออกมายืนยิ้มหวาน แววตาที่มองเขาเปลี่ยนจากผู้ถูกกระทำ กลายเป็นผู้คุมเกมอย่างสมบูรณ์แบบ
ไป๋ลี่หลินคนเก่าที่เอาแต่ร้องไห้วิ่งตามผู้ชายได้ตายไปแล้ว... นับจากวินาทีนี้ ที่จวนแม่ทัพแห่งนี้จะมีแต่ ‘ไป๋ลี่หลินเวอร์ชันอัปเกรด’
แม่ทัพหยางเฟยผู้เคร่งขรึม จะทนทานต่อมารยา 500 เล่มเกวียนฉบับพริตตี้เงินล้านได้สักกี่น้ำ ก็ให้มันรู้กันไปสิ!
