บทนำ: จุดจบของตัวแม่แห่งวงการ กับการฟื้นคืนในกรงทองที่ไร้รัก - 1
บทนำ: จุดจบของตัวแม่แห่งวงการ กับการฟื้นคืนในกรงทองที่ไร้รัก
เสียงเพลงจังหวะ EDM หนักหน่วงดังก้องสะท้อนไปทั่วฟิตเนสระดับไฮเอนด์ใจกลางย่านทองหล่อ แสงไฟนีออนสีม่วงสลัวตัดกับเครื่องออกกำลังกายราคามหาศาล สร้างบรรยากาศที่ดูทันสมัยและเร้าใจราวกับไนท์คลับ นี่คือสังเวียนของคนรักสุขภาพและเหล่าเซเลบฯ ที่ต้องการปั้นหุ่นให้เช้งวับ
ท่ามกลางผู้คนมากมาย สายตาทุกคู่กลับดูเหมือนจะถูกดึงดูดไปที่จุดเดียว...
ที่หน้ากระจกบานใหญ่โซนฟรีเวท ร่างระหงในชุดสปอร์ตบราสีแดงเพลิงขับผิวขาวโอโม่กำลังยืนจดจ้องเงาสะท้อนของตัวเองด้วยสายตามุ่งมั่น เม็ดเหงื่อพราวเกาะพรมตามไรผมและเนินอกอิ่ม ยิ่งส่งเสริมให้ ‘แพรวา’ ดูเซ็กซี่ร้อนแรงจนหนุ่มๆ แถวนั้นแทบจะลืมยกดัมเบล
“อีกเซตเดียว... แพรวา อีกนิดเดียว”
หญิงสาวกัดฟันพึมพำกับตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายสำหรับการทำท่าสควอช (Squat) เธอไม่ใช่แค่พริตตี้ธรรมดา แต่เธอคือ ‘ตัวแม่’ ระดับ Top 5 ของวงการมอเตอร์โชว์ ค่าตัวระดับหกหลักต่องาน คิวงานแน่นเอี๊ยดข้ามปี และสิ่งที่ทำให้เธอยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดนี้ได้ ไม่ใช่แค่ใบหน้าที่สวยเฉี่ยวราวกับนางพญาจิ้งจอก แต่มันคือวินัยในการดูแลรูปร่างที่โหดหินชนิดที่คนทั่วไปจินตนาการไม่ถึง
‘เอวต้องเอส ก้นต้องเด้ง สะโพกต้องผาย... ถ้าหุ่นไม่เป๊ะ ก็ไม่มีสิทธิ์เรียกค่าตัวแพง’
นี่คือคติประจำใจของเธอ แพรวาย่อตัวลงช้าๆ กล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกเกร็งตัวรับน้ำหนักบาร์เบล ความปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วกล้ามเนื้อ แต่มันคือความเจ็บปวดที่หอมหวานสำหรับคนเสพติดความสมบูรณ์แบบอย่างเธอ
หนึ่ง... สอง... สาม... ฮึบ!
จังหวะที่เธอกำลังจะดันตัวขึ้นนั่นเอง จู่ๆ โลกทั้งใบก็เหมือนจะกระตุกวูบ
เสียงเพลงที่เคยดังกระหึ่มกลับพลันเงียบกริบในความรู้สึก ความมืดมิดสายหนึ่งพุ่งเข้ามาจู่โจมที่หางตา ภาพกระจกเงาตรงหน้าบิดเบี้ยวหมุนวนราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกสาดน้ำใส่ ตามมาด้วยความเจ็บปวดรุนแรงมหาศาลที่กลางหน้าอกข้างซ้าย เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกระชากหัวใจของเธอออกมาบีบขยี้จนแหลกเหลว
‘เจ็บ...’
คำคำเดียวผุดขึ้นในสมอง บาร์เบลหนักอึ้งหลุดจากบ่า ร่างกายที่เคยเชิดฉายร่วงหล่นลงกระแทกพื้นยางแข็งๆ ดังตุบ!
เสียงกรีดร้องของผู้คนรอบข้างดังแว่วเข้ามาเหมือนอยู่ไกลออกไปนับพันลี้ แพรวาพยายามจะลืมตา พยายามจะขยับตัว แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งเหมือนถูกตรึงด้วยหมุดเหล็ก ลมหายใจเริ่มขาดห้วง สติสัมปชัญญะค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย
ความเสียดายมหาศาลถาโถมเข้ามาในห้วงความคิดสุดท้าย... ‘ฉันยังไม่ได้ใช้ชุดชั้นในคอลเลกชันใหม่ที่เพิ่งเอฟมาเลยนะ...’ ‘ยังไม่ได้ไปเดตกับนายแบบลูกครึ่งคนนั้น...’ ‘แล้วไอ้ก้นเด้งๆ ที่ปั้นมาเลือดตาแทบกระเด็นนี่ล่ะ จะต้องมาเน่าเปื่อยไปฟรีๆ งั้นเหรอ?’
นั่นคือความคิดที่แสนจะไร้สาระและห่วงสวยเป็นที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงสู่ความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด
...
...
ความมืดมิดนั้นยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ แต่แล้วจู่ๆ ความเจ็บปวดรูปแบบใหม่ก็แล่นปราดเข้ามาปลุกให้ตื่น
ไม่ใช่ความเจ็บที่หน้าอก... แต่เป็นความเจ็บร้าวระบมไปทั่วลำคอ ราวกับกระดูกคอจะแตกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับความรู้สึกแสบร้อนที่ผิวหนังเหมือนถูกเชือกหยาบๆ บาดลึก
“แค่ก! แค่กๆๆ!”
แพรวาสะดุ้งเฮือก ลมหายใจเฮือกใหญ่พุ่งเข้าปอดจนสำลัก เธอพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งด้วยความทุลักทุเล มือเรียวรีบยกขึ้นกุมลำคอตัวเองโดยสัญชาตญาณ
‘รอด... ฉันรอดเหรอ?’
หญิงสาวหอบหายใจถี่รัว พยายามปรับโฟกัสสายตาที่ยังพร่ามัว สิ่งแรกที่เธอคาดหวังว่าจะได้เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดของโรงพยาบาลเอกชน หรือใบหน้าหมอหล่อๆ สักคน
แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา กลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก...
เบื้องหน้าไม่ใช่ห้อง ICU ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ล้ำสมัย แต่เป็นห้องนอนขนาดใหญ่โอ่อ่าที่ตกแต่งในสไตล์... จีนโบราณ?
แสงสว่างเพียงน้อยนิดมาจากเทียนไขเล่มใหญ่ที่จุดทิ้งไว้ตรงมุมห้อง ส่องกระทบเครื่องเรือนไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ม่านมุ้งสีแดงชาดปักดิ้นทองห้อยระย้าดูหรูหราทว่ากลับให้บรรยากาศวังเวงน่าขนลุก กลิ่นกำยานหอมฉุนกึกเตะจมูกผสมปนเปกับกลิ่นอับชื้นจางๆ
“ที่นี่มัน... สตูดิโอถ่ายละครเหรอ?”
แพรวาพึมพำเสียงแหบแห้ง แต่แล้วความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอก็ไหลทะลักเข้ามาในหัวสมองราวกับเขื่อนแตก ภาพเหตุการณ์มากมายฉายชัดขึ้นมาซ้อนทับความทรงจำเดิม
...เด็กสาวผู้เอาแต่ใจ บุตรสาวคนเล็กของราชครูผู้ทรงอิทธิพล... ...ความรักปักใจที่มีต่อชายหนุ่มผู้เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น... ...แผนการสกปรก วางยา บีบบังคับให้เขาต้องรับผิดชอบแต่งงาน... ...คืนเข้าหอที่แสนอัปยศ ถูกเจ้าบ่าวถีบตกเตียงและทิ้งให้อยู่เดียวดาย... ...ความริษยา การกลั่นแกล้งอนุภรรยา และความบ้าคลั่งที่เพิ่มขึ้นทุกวัน...
และภาพสุดท้าย... เชือกผ้าแพรสีขาวที่ผูกโยงกับขื่อคาน และร่างที่ดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมานจากการขาดอากาศหายใจ
‘ไป๋ลี่หลิน’
ชื่อนี้ดังก้องในหัวจนแพรวาต้องยกมือกุมขมับ เธอไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาล และเธอก็ไม่ได้อยู่ในร่างเดิมของพริตตี้สาวสุดฮอตอีกต่อไป แต่เธอกำลังสิงสถิตอยู่ในร่างของ ‘นางร้าย’ ในนิยายจีนโบราณเกรดบีที่เคยอ่านผ่านตามาเมื่อนานมาแล้ว!
ไป๋ลี่หลิน ฮูหยินเอกจอมร้ายกาจของจวนแม่ทัพบูรพา ผู้หญิงที่คนทั้งเมืองหลวงต่างสาปแช่ง สตรีที่สามีเกลียดขี้หน้ายิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน และจุดจบของนางในนิยายก็คือการตรอมใจตายอย่างโดดเดี่ยวในเรือนร้าง... ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าของร่างเดิมเพิ่งจะตัดสินใจเร่งกระบวนการนั้นด้วยการผูกคอตายประชดรักไปหมาดๆ!
“เวร... เวรตะไลแล้วไง”
แพรวาสบถออกมาเป็นภาษาไทยคำเมืองอย่างหัวเสีย เธอก้มลงสำรวจเรือนร่างใหม่ภายใต้แสงเทียนสลัว มือเรียวยาว ผิวขาวเนียนละเอียดดุจหยกมันแพะ เล็บมือได้รับการดูแลขัดเงาและทาสีชาดอย่างประณีต เมื่อลองลูบไล้ไปตามเรือนร่างภายใต้ชุดนอนตัวบาง เธอก็พบว่า...
‘โอ้โฮ... ของดีนี่นา’
อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกผายรับกับบั้นท้ายกลมกลึง แม้จะผอมไปนิดจากการตรอมใจ แต่พื้นฐานรูปร่างนี้ถือว่าอยู่ในระดับ ‘แรร์ไอเทม’ สวรรค์ยังพอมีความเมตตาอยู่บ้างที่ส่งเธอมาอยู่ในร่างคนสวย ไม่ใช่ยายแก่อ้วนฉุ
