บท
ตั้งค่า

บทที่ 1: สลัดคราบมารร้าย กลายเป็นนางจิ้งจอกพันหน้า - 1

บทที่ 1: สลัดคราบมารร้าย กลายเป็นนางจิ้งจอกพันหน้า

บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางเงียบสงัดลงทันทีหลังจากสิ้นเสียงประกาศก้องอันน่าตื่นตะลึงของสตรีบนเตียง

แม่ทัพหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ ‘หยางเฟย’ ยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมเย็นชาเริ่มปรากฏรอยร้าวแห่งความสับสน ดวงตาคมกริบที่เคยจ้องมองนางด้วยความรังเกียจ บัดนี้กลับฉายแววตระหนกและ... วูบไหวอย่างประหลาด

คำพูดเมื่อครู่... ‘เรื่องบนเตียง ถือเป็นหน้าที่ มิใช่เรื่องบัดสี’

สตรีในแผ่นดินนี้ มีใครกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมาบ้าง? โดยเฉพาะสตรีตระกูลขุนนางชั้นสูงอย่างไป๋ลี่หลิน แม้นางจะร้ายกาจ เอาแต่ใจ และขี้หึงหวงเพียงใด แต่นางก็ยังถือตัวและยึดถือธรรมเนียมประเพณี (ในแบบผิดๆ) แต่วันนี้ นางกลับกล้าจ้องตาเขา และเอ่ยวาจาแทะโลมเขาซึ่งหน้า!

“เจ้า...”

หยางเฟยขบกรามแน่น พยายามข่มความรู้สึกร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือดจากการถูกปลายนิ้วมือนุ่มนิ่มนั้นสัมผัส เขาปัดมือนางออกจากแผงอกอย่างแรง แม้จะไม่ถึงกับทำให้เจ็บ แต่ก็เป็นการปฏิเสธที่ชัดเจน

“ไร้ยางอาย!” เขาตวาดเสียงลอดไรฟัน หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ไม่รู้ว่าแดงเพราะโกรธหรือเพราะความเขินอายที่ถูกรุกรานกันแน่

“วิญญาณผีร้ายตนใดเข้าสิงเจ้ากันแน่ ไป๋ลี่หลิน! เพิ่งรอดตายมาหมาดๆ แทนที่จะสำนึกในบาปบุญคุณโทษ กลับยังคิดแต่เรื่องตัณหาราคะ สมแล้วที่...” เขาชะงักคำด่าทอที่แสนเจ็บปวดไว้ในลำคอ เมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

มิหนำซ้ำ... นางยัง ‘ยิ้ม’

แพรวา (ในร่างไป๋ลี่หลิน) ถูกปัดมือออกก็ไม่ได้เสียหลักแต่อย่างใด เธอกลับอาศัยจังหวะนั้นทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างนุ่มนวล ไขว่ห้างขึ้นเล็กน้อยจนสาบเสื้อคลุมตัวยาวแยกออก เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องวับๆ แวมๆ ภายใต้แสงเทียน

“ข้าก็แค่พูดความจริง...” เธอเอียงคอเล็กน้อย แสร้งทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์ ขัดกับท่าทางยั่วยวน “ท่านเป็นสามี ข้าเป็นภรรยา หากเราไม่ทำหน้าที่ปรนนิบัติกัน แล้วจะให้ข้าไปปรนนิบัติใครเล่าเจ้าคะ? หรือท่านแม่ทัพอยากให้ฮูหยินของท่านไปทำหน้าที่นี้กับชายอื่น?”

“หุบปากเดี๋ยวนี้!” หยางเฟยตะคอกเสียงดังลั่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยโทสะ “อย่าได้เอ่ยวาจาต่ำช้าเช่นนั้นให้เป็นเสนียดหูข้า! จำใส่หัวเจ้าไว้ ข้าหยางเฟย ผู้นี้ ไม่เคยคิดพิศวาสเจ้า และจะไม่มีวันแตะต้องเจ้า แม้ว่าสตรีทั้งโลกจะตายหมดก็ตาม!”

พูดจบ เขาก็สะบัดชายเสื้อคลุมอย่างแรง หันหลังเดินกระแทกเท้าตึงตังออกจากห้องไปราวกับพายุ ทิ้งไว้เพียงเสียงประตูที่ถูกกระแทกปิดดัง ปัง! จนแจกันบนโต๊ะสั่นสะเทือน

ความเงียบกลับคืนมาสู่ห้องหออีกครั้ง

แพรวามองบานประตูที่ปิดสนิทแล้วหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ไหล่บางสั่นไหวไม่ใช่เพราะร้องไห้ แต่เพราะขบขัน

“โอ้โห... พระเอกละครหลังข่าวชัดๆ” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางเอนตัวลงนอนแผ่หราบนเตียงนุ่มอย่างสบายใจ “ปากบอกไม่เอาๆ แต่หน้าแดงเถือก หูแดงไปยันคอ... ผู้ชายแบบนี้แหละ แกล้งสนุกนักเชียว”

สำหรับพริตตี้ระดับท็อปอย่างเธอ การเจอผู้ชายปากแข็งไม่ใช่เรื่องใหม่ ยิ่งแข็งนอก ยิ่งแสดงออกว่ารังเกียจ แปลว่าข้างในยิ่งเปราะบาง ถ้าลองได้จี้ถูกจุด รับรองว่ากำแพงที่สร้างไว้สูงเสียดฟ้าก็พังทลายลงมาเป็นกองทรายได้ไม่ยาก

เธอหลับตาลง พยายามรวบรวมสติและเรียบเรียงความทรงจำของ ‘ไป๋ลี่หลิน’ อีกครั้ง

จากการประมวลผลข้อมูลในสมอง ร่างนี้อายุเพียง 18 หนาว (ปี) แต่งงานกับหยางเฟยมาได้ครึ่งปีแล้ว แต่ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง เพราะคืนเข้าหอวางยาเขาแล้วโดนจับได้ จากนั้นก็แยกกันอยู่คนละเรือนหยางเฟยเป็นแม่ทัพหนุ่มอนาคตไกล อายุ 24 ปี รูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ฐานะร่ำรวย แต่เป็นคนจริงจังกับชีวิต เกลียดการโกหกหลอกลวง และที่สำคัญคือ... เกลียดเมียตัวเองเข้าไส้

“งานยากเหมือนกันนะเนี่ย...” แพรวาถอนหายใจ พลิกตัวตะแคงข้าง “ฐานะในบ้านตอนนี้ติดลบ บ่าวไพร่ก็เอือมระอา สามีก็รังเกียจ พ่อแม่สามี (ถ้ามี) ก็น่าจะไม่ปลื้ม... แต่เอาเถอะ อย่างน้อยทุนเดิมของร่างนี้ก็คือ ‘สวย’ และ ‘รวย’ ”

ใช่... ไป๋ลี่หลินรวยมาก สินเดิมที่ขนมาจากจวนเสนาบดีมีเป็นหีบๆ เครื่องประดับเต็มห้อง

“มีเงิน มีความสวย ที่เหลือก็แค่... ใช้สมองกับสกิลตัวแม่บริหารเสน่ห์”

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนที่ประตูจะแง้มออกเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของสาวใช้ตัวเล็กๆ ที่มีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มหน้า

“ฮู... ฮูหยินเจ้าคะ...” เสียงเรียกสั่นเครือ “ท่าน... ท่านยังอยู่ใช่ไหมเจ้าคะ?”

แพรวายันตัวลุกขึ้นนั่ง ปรับสีหน้าให้ดูเรียบเฉยแต่ไม่ดุร้าย ความทรงจำบอกว่าเด็กสาวคนนี้ชื่อ ‘เสี่ยวปิง’ สาวใช้คนสนิทที่จงรักภักดีเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ส่วนคนอื่นทนอารมณ์ร้ายของไป๋ลี่หลินไม่ไหว ลาออกหรือขอย้ายเรือนไปหมดแล้ว

“เข้ามาสิ เสี่ยวปิง” เธอเอ่ยอนุญาต

สาวใช้ตัวน้อยรีบถลันเข้ามาในห้อง ทันทีที่เห็นนายหญิงของตนนั่งอยู่บนเตียงอย่างปลอดภัย (แม้จะมีรอยแดงช้ำน่ากลัวที่ลำคอ) นางก็ปล่อยโฮออกมาทันที ทรุดตัวลงหมอบกราบกับพื้น

“ฮือออ... ฮูหยิน! บ่าวตกใจแทบสิ้นสติ นึกว่าท่านจะจากบ่าวไปแล้วจริงๆ ท่านแม่ทัพไล่บ่าวออกไปเฝ้าข้างนอก บ่าวได้ยินเสียงท่านแม่ทัพตะคอก บ่าวนึกว่า... นึกว่าเขาจะฆ่าท่านเสียแล้ว!”

แพรวามองเด็กสาวที่ร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเอ็นดูปนระอา เธอลุกจากเตียง เดินไปพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้น

“หยุดร้องได้แล้ว ข้ายังไม่ตาย จะรีบร้องไห้ไปทำไม”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel