บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ฟื้นฟูรากปราณและนักพรตไร้นาม - 2

ซูเหมยเดินทอดน่องไปตามทางเดินแคบๆ ดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้ากวาดมองแผงลอยต่างๆ อย่างประเมิน นางเดินผ่านร้านขายอาวุธเวทและร้านยาสมุนไพรที่ส่งเสียงเรียกลูกค้าไปอย่างไม่ไยดี จนกระทั่งฝีเท้าของนางมาหยุดอยู่ที่แผงลอยเก่าๆ แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมอับสุดของตลาด

บนผ้าปูสีดำที่ขาดรุ่งริ่ง มีกระดาษยันต์สีเหลือง ชาด พู่กันขนหมาป่า และเศษไม้ท้อวางระเกะระกะ คนขายเป็นชายชราหลังค่อม สวมชุดขาดรุ่งริ่ง ดวงตาข้างหนึ่งบอดสนิท กำลังนั่งสัปหงกอยู่

“เถ้าแก่ ชาดห่อนี้ กระดาษยันต์ปฐพีร้อยแผ่น และพู่กันวายุนี้ ราคาเท่าใด?”

เสียงแหบพร่าที่ถูกดัดแปลงให้ฟังดูเหมือนชายหนุ่มดังขึ้นจากใต้หมวกสาน

ชายชราตาเดียวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองลูกค้า ก่อนจะแสยะยิ้มเผยให้เห็นฟันที่หลุดร่วงไปครึ่งปาก “หึๆ ตาถึงนี่นักพรตน้อย ของพวกนี้เป็นของชั้นยอด ชาดนี้บดจากแร่โลหิตอายุร้อยปี กระดาษยันต์ก็ทำจากหญ้าปราณวิญญาณ ทั้งหมดนี้ ข้าคิดเพียงยี่สิบตำลึงเงิน”

ซูเหมยแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ นางเอื้อมมือไปหยิบห่อชาดสีแดงสดขึ้นมาดมเพียงอึดใจ ก่อนจะโยนมันกลับลงไปบนแผงอย่างไม่ไยดี

“ชาดผสมเลือดไก่ป่าเพื่อตบตาว่ามีกลิ่นอายปราณ กระดาษยันต์ก็ทำจากฟางข้าวธรรมดาที่แช่น้ำย้อมสีเหลือง ส่วนพู่กันนั่น ขนสุนัขจิ้งจอกแก่ใกล้ตายชัดๆ” น้ำเสียงของนางเย็นเยียบ

“เถ้าแก่ ท่านคิดจะหลอกขายของสวะพวกนี้ในราคายี่สิบตำลึงเชียวหรือ หากนำไปวาดค่ายกลเต๋า เกรงว่ายังไม่ทันร่ายคาถา ของพวกนี้คงระเบิดใส่หน้าผู้ใช้เสียก่อนกระมัง”

คำพูดที่แทงถูกจุดอย่างแม่นยำไร้ความปรานี ทำให้ชายชราตาเดียวสะดุ้งเฮือก ใบหน้าที่เหี่ยวย่นซีดเผือดลงทันที เขามองสำรวจร่างในชุดคลุมสีเทาอีกครั้งด้วยแววตาหวาดระแวงระคนประหลาดใจ

‘คนผู้นี้มองเพียงปราดเดียวและดมเพียงครั้งเดียวก็รู้แจ้งถึงแก่นแท้ ต้องไม่ใช่ผู้ฝึกตนธรรมดาแน่!’

“แฮ่ม... ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ยอดคนโปรดอภัย” ชายชรารีบเปลี่ยนท่าที ลุกลี้ลุกลนล้วงมือเข้าไปใต้แผงลอย หยิบหีบไม้จันทน์ใบเล็กที่ซ่อนอยู่ออกมาเปิดอย่างระมัดระวัง

“ในเมื่อท่านเป็นผู้รู้จริง ข้าก็จะไม่ปิดบัง นี่คือของแท้ที่ข้าเพิ่งรับซื้อมาจากโจรขุดสุสานเมื่อคืนก่อน เชิญท่านชมดูก่อน”

ภายในหีบไม้บรรจุชาดสีแดงเข้มที่แผ่กลิ่นอายปราณหยินหยางบริสุทธิ์ กระดาษยันต์ที่ถักทอจากไหมฟ้าเนื้อละเอียด และพู่กันขนหางม้าป่าวิญญาณ

ซูเหมยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แม้ของเหล่านี้จะไม่ใช่อุปกรณ์วิเศษระดับตำนานเหมือนที่นางเคยใช้ในฐานะปรมาจารย์หลินซี แต่สำหรับความต้องการในยามนี้ ของระดับนี้ถือว่าดีที่สุดเท่าที่จะหาได้แล้ว

“ห้าสิบตำลึง ข้าเอาทั้งหมดนี่”

ซูเหมยล้วงตั๋วเงินห้าสิบตำลึงวางลงบนแผง ชายชรารีบตะครุบเงินไว้ราวกับกลัวนางจะเปลี่ยนใจ

ในขณะที่ซูเหมยกำลังเก็บหีบไม้จันทน์ใส่ลงในห่อผ้า และหมุนตัวเตรียมจะเดินทางกลับจวนนั้นเอง บรรยากาศรอบด้านที่เคยอึกทึกด้วยการซื้อขาย จู่ๆ ก็หนาวเหน็บลงกะทันหัน

ครืนนนน!

เสียงพื้นดินลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังมาจากใจกลางตลาดผี ซูเหมยชะงักฝีเท้า สัญชาตญาณร้องเตือนถึงกลิ่นอายความตายที่คุ้นเคย

ตูมมม!!!

เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท แผ่นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนแผงลอยพังระเนระนาด โคมไฟสีแดงรอบด้านดับพรึบลงกว่าครึ่ง ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงฝีเท้าของผู้คนที่วิ่งหนีตายกันอย่างโกลาหล!

“อ๊ากกก! ช่วยด้วย! มารโลหิต! มันหลุดออกมาแล้ว!”

ซูเหมยขมวดคิ้วแน่น นางหันขวับไปมองยังทิศทางของต้นเสียง ท่ามกลางฝุ่นควันและกลุ่มคนที่วิ่งหนีแตกฮือ ปรากฏเงาร่างสีแดงฉานขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ!

มันคือมารโลหิตวิญญาณร้ายระดับสูง ที่เกิดจากการหมักหมมของความอาฆาตพยาบาทในสุสานโบราณนับพันปี!

ต้นเหตุของหายนะครั้งนี้มาจากกลุ่มโจรขุดสุสานที่เห็นแก่เงิน ลักลอบนำไหผนึกวิญญาณมาเร่ขายกลางตลาด ทว่าระหว่างตกลงราคาเกิดพลาดท่าทำไหแตก ทำให้มารร้ายที่ถูกผนึกไว้ได้โอกาสหลุดรอดออกมา

ร่างของมารโลหิตประกอบขึ้นจากเลือดเหนียวหนืดและเศษเนื้อที่รวมตัวกัน ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองฝูงชนเบื้องล่างราวกับฝูงแกะที่รอให้มันเชือดเฉือน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel