บทที่ 1 นางร้ายลืมตา - 1
ท่ามกลางห้วงอนธการอันไร้จุดสิ้นสุด วิญญาณของหลินซีล่องลอยเคว้งคว้างราวกับใบไม้ไร้ราก ท่ามกลางกระแสธารแห่งวัฏสงสารที่เชี่ยวกราก นางไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด อาจจะเพียงชั่วพริบตา หรืออาจจะยาวนานนับศตวรรษ ในห้วงคำนึงสุดท้าย ภาพของมู่เฉินและรอยยิ้มอาบยาพิษของอวี้หยวนยังคงสลักลึกอยู่ในจิตวิญญาณ
ทันใดนั้นเอง แรงดึงดูดมหาศาลขุมหนึ่งก็กระชากวิญญาณของนางอย่างรุนแรง!
ความรู้สึกแรกที่พุ่งชนโสตประสาทคือความหนาวเหน็บที่เสียดแทงทะลุไปถึงกระดูกดำ ตามมาด้วยความรู้สึกอึดอัดทรมานเจียนตายราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดลำคอเอาไว้ น้ำเย็นเฉียบทะลักล้นเข้าไปในปากและจมูก เผาไหม้ปอดจนปวดร้าวไปหมด
นี่มัน... ความรู้สึกของการจมน้ำ!
"แค่ก! แค่กๆๆ"
ร่างที่จมอยู่ใต้สระบัวอันหนาวเหน็บกระตุกอย่างรุนแรง สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดของอดีตปรมาจารย์เต๋าทำงานในเสี้ยวพริบตา นางตะเกียกตะกายพุ่งตัวพรวดขึ้นมาเหนือน้ำ สูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ราวกับคนใกล้ตายที่เพิ่งได้รับชีวิตใหม่ น้ำขุ่นคลั่กสำลักออกจากปากและจมูกจนน้ำหูน้ำตาไหล
"โอ๊ะโอ ดูเหมือนว่าพี่หญิงใหญ่ผู้หยิ่งผยองของเรา จะยังไม่ยอมไปปรโลกง่ายๆ นะเจ้าคะ"
เสียงหัวเราะใสคังวานทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันและอำมหิต ดังทะลุผ่านเสียงหอบหายใจของนาง
หลินซีพยายามลืมตาที่หนักอึ้งและพร่ามัวขึ้น ท่ามกลางหยดน้ำที่เกาะพราวบนขนตา นางมองเห็นเงาร่างของคนสองคนยืนอยู่ริมขอบสระบัว
ผู้ที่เอ่ยปากเมื่อครู่คือสตรีโฉมงามวัยเยาว์ผู้หนึ่ง สวมใส่อาภรณ์ไหมทอทองสีชมพูอ่อน ใบหน้างดงามหมดจดราวกับดอกบัวขาวบริสุทธิ์ที่ไร้พิษภัย ทว่าแววตาที่ทอดมองลงมายังร่างที่ตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ กลับเต็มไปด้วยความสะใจและเหี้ยมเกรียม ข้างกายของนางมีสาวใช้รูปร่างบึกบึนยืนแสยะยิ้มอยู่
"คุณหนูรอง จะให้บ่าวจัดการกดหัวนางลงไปอีกรอบหรือไม่เจ้าคะ? ครานี้นางคงไม่รอดแน่" สาวใช้เอ่ยถามพลางถลกแขนเสื้อขึ้น
"ไม่ต้องหรอกหรงผิง" สตรีชุดชมพูยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ "ปล่อยให้นางแช่น้ำเย็นจัดในสระบัวฤดูเหมันต์เช่นนี้ต่อไปเถิด ร่างกายที่อ่อนแอราวกับกิ่งหลิวลู่ลมของพี่หญิงใหญ่ คงทนได้อีกไม่เกินครึ่งก้านธูปหรอก น่าสงสารเสียจริง คุณหนูใหญ่ตระกูลซูผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ว่าเป็นนางร้ายอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง สุดท้ายต้องมาจบชีวิตลงอย่างอนาถเพราะลื่นตกสระบัวตาย หากท่านพ่อรู้เข้า คงสมเพชจนไม่อยากจัดงานศพให้กระมัง"
หลินซีที่แช่อยู่ในน้ำเย็นจัดหรี่ตาลง ดวงตาที่เคยมองสรรพสิ่งด้วยความว่างเปล่า บัดนี้ทอประกายเย็นเยียบดุจคมมีด สติสัมปชัญญะของนางกลับมาแจ่มชัดเต็มที่แล้ว
‘ที่นี่ไม่ใช่โลกหลังความตาย... ข้ายังไม่ตาย แต่เข้ามาอยู่ในร่างของผู้อื่น!’
แม้ร่างกายนี้จะอ่อนแอจนแทบไม่มีแรงขยับนิ้ว ทว่าจิตวิญญาณที่สถิตอยู่ภายในคือปรมาจารย์เต๋าผู้เคยสยบมารนับหมื่น! หลินซีกัดริมฝีปากจนห้อเลือดเพื่อเรียกสติ รวบรวมกำลังฮึดสุดท้าย พยุงร่างที่เปียกปอนและสั่นเทาของตนเอง ปีนขึ้นมาบนริมสระอย่างทุลักทุเล
การเคลื่อนไหวที่ผิดคาดนั้น ทำให้สตรีชุดชมพูและสาวใช้ชะงักงัน
"พี่หญิงใหญ่ ท่านยังมีแรงคลานขึ้นมาอีกหรือ?" สตรีชุดชมพูเลิกคิ้ว ก่อนจะแค่นเสียงเย็น "หรงผิง ไปถีบนางตกลงไปเดี๋ยวนี้!"
"เจ้าค่ะ!"
สาวใช้ร่างใหญ่ก้าวอาดๆ เข้ามา ง้างเท้าเตรียมจะถีบร่างที่เพิ่งตะเกียกตะกายขึ้นมาบนฝั่ง ทว่าในจังหวะนั้นเอง สตรีที่หมอบอยู่บนพื้นกลับเงยหน้าขึ้นมา
