ปฏิวัติภาพลักษณ์นางร้ายขี้เกียจ 2
ภาพห้องครัวซอมซ่อตรงหน้าพลันบิดเบี้ยว วินาทีต่อมา ร่างกายและสติสัมปชัญญะของเธอก็ถูกดูดวูบเข้ามาในมิติปริศนาสีขาวโพลน!
เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง อดีตซีอีโอสาวก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงระคนดีใจสุดขีด เพราะสถานที่ที่เธอมายืนอยู่ ไม่ใช่ดินแดนเซียนที่ไหนดังนั้น แต่มันคือโกดังสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดมหึมาใจกลางเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เธอเป็นเจ้าของในศตวรรษที่ 21!
ชั้นวางสินค้านับร้อยเรียงรายสุดลูกหูลูกตา เต็มไปด้วยข้าวสารอาหารแห้ง เนื้อสัตว์สดใหม่ในตู้แช่ เครื่องปรุงรสนานาชนิด ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวันที่ครบครันราวกับห้างสรรพสินค้าขนาดย่อม
‘นี่มัน มิติเก็บของ! นิ้วทองคำของฉัน! สวรรค์ไม่ได้ส่งฉันมาตายอดตายอยากในยุค 70 จริงๆ ด้วย!’
กู้อันหนิงแทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความปีติ เธอทดลองตั้งสมาธิแล้วนึกถึงแป้งสาลีขัดขาวเกรดพรีเมียม เพียงแค่ขยับความคิด ถุงแป้งสาลีสีขาวสะอาดก็ลอยวูบมาอยู่ในมือของเธอทันที หญิงสาวค้นพบว่าเธอสามารถเข้าออกและหยิบจับสิ่งของในมิติแห่งนี้ได้อย่างอิสระเพียงแค่ใช้ความคิด!
เมื่อได้ตัวช่วยระดับเทพมาอยู่ในมือ กู้อันหนิงก็ไม่รอช้า เธอรีบดึงสติกลับออกมาสู่ห้องครัวในโลกแห่งความเป็นจริง อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครเห็น แอบนำแป้งสาลีขัดขาวจากในมิติออกมาหนึ่งกำมือ ผสมลงไปในแป้งข้าวโพดหยาบของที่บ้าน เพื่อเพิ่มความนุ่มละมุนและลดความสากคอ
จากนั้นเธอเริ่มจากการก่อไฟในเตาฟืนดินเหนียว แรกๆ ท่าทางของเธออาจจะดูเงอะงะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ทว่าบัดนี้กลับดูทะมัดทะแมงจนน่าประหลาดใจ เธอใช้ฟางแห้งเป็นเชื้อไฟ กะจังหวะลมและพัดวีด้วยกระบอกไม้ไผ่จนเปลวไฟสีส้มลุกโชนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เสียงฟืนแตกเปรี๊ยะปะดังขึ้นพร้อมกับควันไฟที่เริ่มลอยสูงขึ้นทางปล่องควัน
เธอจัดการนำแป้งที่ผสมไว้มาเติมน้ำอุ่นลงไปในสัดส่วนที่พอเหมาะ เติมเกลือเม็ดหยาบลงไปเล็กน้อยเพื่อชูรสชาติให้กลมกล่อม จากนั้นก็ตอกไข่ไก่สองฟองลงในชามกระเบื้อง ใช้ตะเกียบไม้ไผ่ตีจนฟูฟ่องเกิดฟองละเอียด กู้อันหนิงเทน้ำมันหมูที่มีติดก้นไหเพียงปลายช้อนลงบนกระทะเหล็กที่ร้อนจัด เสียง ฉ่า ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมของน้ำมันหมูที่ระเหยขึ้นมา
เธอเทแป้งที่ผสมไว้ลงไป เกลี่ยให้เป็นแผ่นบางกลมสม่ำเสมอ พอแป้งเริ่มเซ็ตตัวก็เทไข่ไก่ที่ตีจนฟูฟ่องทับลงไป กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งคั่วกระทะเหล็กผสมผสานกับกลิ่นไข่ทอด เริ่มโชยออกมาเตะจมูกคนที่อยู่ด้านนอกลานบ้าน!
สะใภ้ใหญ่หลิวเฟินที่กำลังด่าทออยู่ถึงกับชะงัก จมูกของนางสูดฟุดฟิดไปมา ก่อนจะทิ้งมีดสับหยวกกล้วย แล้วชะโงกหน้าไปยืนแอบมองผ่านช่องหน้าต่างไม้ของห้องครัว...
ภาพที่ปรากฏทำเอาสะใภ้ใหญ่ถึงกับอ้าปากค้าง ตาเบิกโพลงราวกับเห็นผี!
กู้อันหนิงกำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟ ร่างระหงอยู่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนที่ดูสะอาดตา ผมยาวสลวยที่มักจะปล่อยสยายอย่างคนรักสวยรักงาม บัดนี้ถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหมดจดงดงามที่เคยบึ้งตึง บัดนี้กลับแต้มไปด้วยรอยยิ้มบางเบาขณะใช้ไม้พายพลิกแผ่นแป้งในกระทะอย่างชำนาญ!
“นั่น... ยัยนั่นกำลังทำอะไรน่ะ ก่อไฟเป็นด้วยหรือ แถมยัง... แถมยังแอบเอาไข่ไก่ของแม่ไปทอดอีก นางจิ้งจอกนี่กะจะผลาญเสบียงบ้านเราให้หมดตั้งแต่เช้าแรกเลยใช่ไหม!” หลิวเฟินโวยวายเสียงหลง
ไม่ใช่แค่สะใภ้ใหญ่ แต่แม้แต่นางหลี่เองก็ทิ้งไม้กวาดในมือลงพื้น กลิ่นหอมที่แปลกประหลาดทว่ากลับชวนให้น้ำลายสอและท้องร้องจ๊อกๆ ลิ้มลองนั้น ดึงดูดให้ทุกคนในบ้านเริ่มมารวมตัวกันที่หน้าประตูห้องครัวอย่างลืมตัว รวมถึงลู่เฉิงโจวที่เพิ่งกลับจากการแบกน้ำจากลำธารท้ายหมู่บ้านมาเต็มสองถังใหญ่เพื่อหวังจะให้สร่างเมา...
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องครัว ร่างสูงใหญ่กำยำของเขาบังแสงแดดยามเช้าจนเกิดเงาทอดยาวเข้าไปด้านใน หยาดเหงื่อเกาะพราวตามกรอบหน้าคมคายและลำคอแกร่ง นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองแผ่นหลังบอบบางของภรรยาหมาดๆ ที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาไฟด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและระแวดระวัง
