ตอนที่ 3 .. ฟิตติ้งเสื้อผ้าถ่ายแบบ
มัสยาไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจ้าของนิตยสารที่เธอมาถ่ายแบบลงปกยังเป็นหนุ่มและหล่อเหมือนนายแบบขนาดนั้น ปกติเธอรับงานก็แทบจะไม่รู้รายละเอียดอะไรเพราะป้าแองจี้เป็นคนคอยดูแลให้ เธอจะดูแค่รายละเอียดงานคร่าวๆกับค่าตอบแทน ไม่รู้ไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะเป็นคนว่าจ้างหรือเป็นเจ้าของ แต่ผู้ชายคนนี้..แตกต่างจากผู้ชายทุกคนที่เธอเคยเจอมา เขาเห็นเธอกลับนิ่งๆ เฉยๆ แปลกจากผู้ชายคนอื่นๆทั่วไป ไม่ถือโอกาสแต๊ะอั๋งหรือลวนลามเธอทั้งสายตาและท่าทาง ผู้ชายทั่วไปมักจะมองเธออย่างละลาบละล้วงเสียมารยาท ระหว่างที่รอแอนดริวนายแบบหนุ่มที่จะมาฟิตติ้งถ่ายแบบคู่กับเธอ มัสยาก็นั่งนึกถึงชายหนุ่มที่บังเอิญชนกันอย่างนึกสนใจ
รินณภัทรออกมาร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขานั่งรออย่างเซ็งๆเริ่มหงุดหงิดเพราะอีกฝ่ายที่นัดหมายกันไว้มาช้ากว่าเวลานัด 1ชั่วโมงเข้าไปแล้ว
“สวัสดีค่ะพี่ฟิค”
“สวัสดีครับน้องนารา”
“พี่ฟิครอนารานานไหมคะ รถติดมากเลยค่ะ” นางเอกสาวออกตัว
“พี่ก็มาตรงตามเวลานัด..” รินณภัทรตอบออกมาเรียบๆไม่แสดงอาการว่ารู้สึกอย่างไร
“นาราขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้พี่ฟิครอ จริงๆให้นาราไปหาพี่ที่สำนักพิมพ์เลยก็ได้นะคะ”
“ที่สำนักพิมพ์พี่ไม่ค่อยสะดวก นารามีอะไรจะคุยกับพี่ก็พูดมาได้เลย”
“เอ่อ..เมื่อไหร่พี่ฟิคจะให้นาราลงปกนิตยสารของพี่บ้างละคะ”
“นิตยสารของพี่เป็นแนวผู้ชาย และนายแบบดารานักแสดงที่มาขึ้นปกก็ล้วนแต่เป็นผู้ชาย”
“แต่นาราได้ยินข่าวมาว่า ฉบับครบรอบ 3ปี จะให้ผู้หญิงมาลงปกไม่ใช่เหรอคะ”
“นารารู้ได้ยังไง..”
“เอ่อ..นาราได้ยินเขาพูดๆกันน่ะค่ะ”
“เขาน่ะใคร? งานนี้คุณปิ่นกับทีมงานที่สำนักพิมพ์เขาดูแลอยู่..”
“พี่ฟิคช่วยถามบก.ของพี่ให้นาราหน่อยนะคะ” นางเอกสาวพูดออดอ้อนลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตนมานั่งบนพนักวางแขนเก้าอี้ของรินณภัทร หญิงสาวเบียดไหล่เกาะแขนลูบแขนชายหนุ่มเบาๆ
“เดี๋ยวพี่จะลองถามให้ก็แล้วกัน”
เมื่อทั้งสองทานอาหารเรียบร้อยแล้วต่างแยกย้ายกันกลับ รินณภัทรแวะไปเช็กนิตยสารตามห้างสรรพสินค้าและร้านหนังสือชั้นนำต่างๆ เป็นการถ่วงเวลาไปในตัวก่อนจะกลับเข้าบริษัท เขาเข้ามานั่งในห้องทำงานก็รู้สึกอยากรู้ว่างานวันนี้เรียบร้อยดีหรือไม่ เขาตั้งใจจะไปถามปิ่นกมล ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเดินตรงไปยังห้องประชุม เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นภาพชายหนุ่มกับหญิงสาวกำลังหยอกล้อกันอยู่ นายแบบหนุ่มกำลังแนบชิดนางแบบสาว
“พี่ริวอย่ารุ่มร่ามสิคะ..” แอนดริวพยายามจะโอบเอวดึงมัสยาเข้าไปกอด
“น้องเมย่าพูดเหมือนกับว่าพี่ไม่เคยกอดอย่างนั้นแหละ”
รินณภัทรยืนกอดอกสังเกตดูอยู่ห่างๆอย่างไม่ค่อยพอใจกับภาพตรงหน้ามากนัก
“อ้าว! บอสมาพอดีเลยค่ะ..” บรรณาธิการสาวหันมาเห็นเจ้านายหนุ่มก็เอ่ยทักขึ้น
“โทษที..ที่เข้ามาขัดจังหวะ ผมคิดว่างานเรียบร้อยแล้วซะอีก”
“ทีมงานรอคุณแอนดริวอยู่เกือบ 2ชั่วโมงน่ะค่ะ กว่าจะได้ลองเสื้อผ้าฟิตติ้งและเริ่มซ้อมท่าทางการถ่ายแบบ”
“ฮืมม์..”
“บอสเข้ามาช่วยดูท่าโพสกันหน่อยนะคะ ว่าโอเคหรือยัง” ปิ่นกมลดึงแขนรินณภัทรเข้าไปยืนดูใกล้ๆ มัสยาหันมาเห็นใบหน้าเคร่งครัดสายตาเข้มงวดของชายหนุ่มที่ยืนจ้องมองอยู่ก็รู้สึกเกร็งๆแปลกๆ รินณภัทรยืนมองภาพแอนดริวนายแบบหนุ่มโอบกอดแนบชิดมัสยาแล้วเคร่งขรึมหน้านิ่วคิ้วขมวดโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งการฟิตติ้งถ่ายแบบปกนิตยสารเสร็จสิ้นลง ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ
หลังจากวันนัดฟิตติ้งเสื้อผ้า จนมาถึงวันที่นัดถ่ายแบบปกนิตยสาร ทุกฝ่ายก็เตรียมงานเตรียมสถานที่ไว้สำหรับการถ่ายแบบ
“เป็นยังไงบ้างคุณปิ่น งานเรียบร้อยไหม..”
“ทุกอย่างพร้อมแล้วค่ะบอส รอแค่นายแบบกับนางแบบ”
“ผมฝากคุณด้วยก็แล้วกัน ผมไม่อยากมาดู..ถ้ามีปัญหาอะไรก็ไปรายงานผมที่ห้อง”
“ได้ค่ะบอส..” ปิ่นกมลรับคำอย่างงุนงง เพราะปกติเจ้านายของเธอจะคุมงานเองทุกขั้นตอนไม่เคยคลาดสายตาเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด
ไม่นานมัสยาก็เดินทางมาถึงสตูดิโอของสำนักพิมพ์
“สวัสดีค่ะพี่ปิ่น” มัสยาไหว้ทักทายบก.สาวอย่างอ่อนน้อม
“สวัสดีค่ะน้องเมย่า มาก่อนเวลาเหมือนเดิมอีกแล้วนะคะ เชิญเข้าไปแต่งหน้าแต่งตัวทำผมห้องนี้ได้เลยค่ะ” ปิ่นกมลเดินนำมัสยาเข้ามาในห้องแต่งตัว ระหว่างที่บรรณาธิการสาวรอนายแบบอีกคน ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะ..อะไรนะคะ!..ค่ะๆ ไม่เป็นไรค่ะ ขอให้น้องแอนดริวหายไวไวนะคะ”
เมื่อผู้จัดการของนายแบบหนุ่มโทรเข้ามาแจ้งว่าแอนดริวเกิดประสบอุบัติเหตุไม่สามารถมาถ่ายแบบในวันนี้ได้ ปิ่นกมลจึงรีบไปบอกทศวินหรือพี่บิ๊กช่างภาพประจำสำนักพิมพ์ให้รับรู้ และปรึกษาหารือหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น
“เราจะทำยังไงกันดีล่ะพี่บิ๊ก..”
“ปิ่นลองเลือกนายแบบคนใหม่และโทรติดต่อดูก่อนละกันว่าวันนี้มีใครคิวว่างหรือเปล่า”
“ได้ค่ะพี่บิ๊ก”
“และอย่าลืมถามไปทางสปอนเซอร์ก่อนด้วย!”
“ค่ะ” ปิ่นกมลเดินไปจัดการอย่างที่ทศวินแนะนำ ไม่นานนักเธอก็เดินหน้าเซ็งกลับมา
“แย่เลยพี่บิ๊ก เราจะทำยังไงกันดี ไม่มีนายแบบคนไหนว่างเลย คนที่ว่างก็ไม่หล่อไม่เด่นไม่ถูกใจสปอนเซอร์ เฮ้อ! วันซวยอะไรของนังปิ่นเนี่ย หรือเราจะยกเลิกงานเลื่อนเวลาออกไปก่อนดีคะ น้องเมย่าก็มาแต่งตัวรอนานแล้วด้วย..รายนั้นก็ยิ่งหาคิวยากซะด้วย” บรรณาธิการสาวบ่นร่ายยาว ทศวินยืนครุ่นคิด
“เอาอย่างนี้ดีมั้ย..พี่ขอแนะนำนะ เพื่อไม่ให้เสียเวลาทุกฝ่าย..ดูจากหุ่นและเสื้อผ้าแล้ว..” ทศวินหันไปมองรินณภัทรที่เดินผ่านหน้าสตูดิโอไปและหันมองชุดสลับกัน
“พี่คิดว่า..คุณฟิคเหมาะสมที่สุด! ไม่ต้องหานายแบบคนอื่นเลย ทั้งรูปร่างหน้าตาส่วนสูง เพอร์เฟคเหมาะสมลงตัวกับน้องเมย่านางแบบฉบับนี้ของเราเป๊ะ! ปิ่น..เธอคิดว่ายังไง” ช่างภาพถามความคิดเห็นจากบรรณาธิการสาว
“เอ่อ..จะดีเหรอคะพี่บิ๊ก ปิ่นว่าพี่ไปถามบอสก่อนดีกว่านะ” ปิ่นกมลรู้ดีว่าเจ้านายของเธอไม่ชอบและค่อนข้างจะอคติกับงานแบบนี้..
“เดี๋ยวพี่จะเซ็ทฉากรอ เธอนั่นแหละปิ่น ว่างอยู่ก็ไปถามให้พี่หน่อยละกัน”
“ห๊า! งานเข้านังปิ่นอีกแล้ววว..” ปิ่นกมลเดินบ่นพึมพำจนมาถึงหน้าห้องเจ้านาย เธอก็เคาะประตูและเปิดเข้าไป..
“บอสคะ เอ่อ..คือ..คือว่า..”
“มีอะไรคุณปิ่น..อ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่น!”
“คือว่า..คุณแอนดริว นายแบบที่จะมาถ่ายแบบลงปกให้เรา ประสบอุบัติเหตุตกบันไดแขนหักจนต้องเข้าเฝือกน่ะค่ะ”
“คุณก็ติดต่อหานายแบบคนอื่นมาถ่ายแทนสิ มาบอกผมทำไม”
“ปิ่นทำแล้วค่ะบอส แต่หาคนที่เหมาะสมคู่กับคุณมัสยาไม่ได้เลย..”
“แล้วยังไง?”
“คือว่า..พี่บิ๊กให้มาบอกบอสว่า..”
“ว่าอะไร?” รินณภัทรขมวดคิ้วสงสัย
“พี่บิ๊กจะให้บอสเป็นนายแบบในฉบับนี้แทนคุณแอนดริวค่ะ”
“ปัง! ไม่!” รินณภัทรปฏิเสธพร้อมกับยืนขึ้นเอามือทุบลงบนโต๊ะเสียงดัง!
”อย่าค่ะๆ บอสอย่าทำอะไรปิ่นเลยนะคะ ปิ่นไม่ได้เป็นคนต้นคิด พี่บิ๊กโน่นเลยค่ะ” ปิ่นกมลก้มหน้างุด พูดลนลานออกมาด้วยความกลัว
“คุณปิ่น!”
“คะๆ”
“ผมยังไม่ได้ทำอะไรคุณเลยนะ คุณจะกลัวทำไม”
“ก็..ก็..”
“ไหน..พี่บิ๊กบอกคุณว่ายังไง บอกมาให้ผมฟังอย่างละเอียด” รินณภัทรค่อนข้างจะเกรงใจพี่บิ๊กเพราะเป็นผู้ใหญ่ที่เขาเคารพและช่วยงานป๊าของเขามานานรวมทั้งบุกเบิกนิตยสารมากับเขาตั้งแต่เล่มปฐมฤทธิ์
“เอ่อ..พี่บิ๊กเห็นว่า..ไม่มีนายแบบคนไหนเหมาะสมและถูกใจสปอนเซอร์เท่ากับบอสแล้วค่ะ” บรรณาธิการสาวชี้แจงให้เจ้านายหนุ่มฟัง
“เฮ้อ! ทำไมเขายิ่งเกลียดถึงยิ่งเจอนะ!” รินณภัทรพึมพำออกมาเบาๆ
“บอสว่าอะไรนะคะ”
“เปล่า!..คุณกลับไปทำงานต่อได้แล้ว”
“ค่ะบอส” ปิ่นกมลรีบลุกขึ้นเดินไปยังประตู
“เดี๋ยว! คุณปิ่น..”
“คะ?”
“คุณบอกพี่บิ๊กด้วยว่าเดี๋ยวผมจะตามออกไป..” รินณภัทรตัดสินใจเอ่ยออกมา ปิ่นกมลอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินแล้วรีบเปิดประตูออกไปบอกข่าวดีกับทศวิน
รินณภัทรนั่งถอนหายใจอย่างทำใจก่อนจะพิงพนักเก้าอี้แล้วเงยหน้าสูดอาการเข้าปอด ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปยังสตูดิโอของสำนักพิมพ์
มัสยานั่งรอแอนดริวนายแบบหนุ่มครู่ใหญ่ก็สงสัยจนกระทั่งปิ่นกมลเข้ามาบอกกับเธอว่าแอนดริวไม่สามารถมาถ่ายแบบครั้งนี้ได้ แต่จะมีนายแบบคนใหม่ป้ายแดงมาถ่ายแบบแทน
“น้องเมย่ารอสักครู่นะคะ” ปิ่นกมลมีท่าทีตื่นเต้นผิดปกติ
“ค่ะ พี่ปิ่น..”
ครู่เดียวรินณภัทรก็เดินเข้ามาในสตูดิโอส่วนที่เซ็ทไว้สำหรับการถ่ายปกและถ่ายแบบลงในนิตยสาร..
