ยินยอมให้ตรวจค้น
ยินยอมให้ตรวจค้น
“เหอะ หล่อนน่ะเหรอไม่ทำผิด พวกฉันได้กลิ่นอาหารจานเนื้อโชยมาจากบ้านหล่อน ฉันมั่นใจว่าหล่อนต้องไปขโมยมาจากคลังอาหารแน่ หรือไม่ก็ไปขโมยเงินจากบ้านไหนมา แล้วไปซื้อเนื้อมาทำอาหารกิน แน่จริงก็ให้ค้นสิ” หญิงจากบ้านถังยังคงเชื่อมั่นความคิดของเธอ จึงพูดเสียงดังกลับมา
“ก็ฉันถามอยู่นี่ไงว่า หากเข้าไปค้นแล้วไม่พบอะไร พวกคุณจะรับผิดชอบการกระทำครั้งนี้อย่างไร อีกอย่าง ในเมื่อพูดว่าฉันไปขโมยของจากคลังของคอมมูน พูดไปเรื่อยแบบนี้ฉันเสียหายมากนะ แล้วไหนจะบอกว่าฉันไปขโมยเงินคนอื่นมาซื้อเนื้อทำอาหารอีก งั้นฉันถามหน่อยเถอะว่า มีใครเห็นฉันไปที่ตลาดตอนไหน ในเมื่อก่อนหน้านี้พวกชาวบ้านก็เพิ่งมาด่าฉันถึงที่นี่ จากนั้นฉันก็อยู่แต่ในบ้าน!”
หญิงสาวพูดสวนออกไปทันทีเหมือนกัน น้ำเสียงของเธอยังกดดันเหมือนเดิม สายตาจ้องทุกคนอย่างไม่เกรงกลัว แม้กระทั่งหัวหน้าหลิวที่แม้แต่หัวหน้าหมู่บ้านยังยอมก้มหัวให้
‘นี่แค่ทำอาหารจานเนื้อ ยังถูกกล่าวหาว่าขโมยของมาจากคลังของคอมมูน ต่อไปจะขยับตัวทำอะไรได้ล่ะเนี่ย’ เธอได้แต่คิดในใจอย่างเบื่อหน่าย และยืนกอดอกมองทุกคน
หลิวฉางเหอไม่เคยเจอซ่งอวี้เหมยพูดอย่างแน่วแน่และชัดเจนอย่างนี้มาก่อนก็ตกใจไม่น้อย เพราะที่ผ่านมาเธอเหมือนหญิงโง่ ๆ คนหนึ่ง ถึงแม้จะร้ายกาจแต่ก็ไม่ได้ฉลาดแบบนี้
แต่เขาเป็นถึงหัวหน้าหน่วยงานที่นี่ ในเมื่อมาแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อ จึงถามกลับไปอย่างด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวด
“แล้วเธอต้องการอะไรล่ะอวี้เหมย ถ้าฉันเข้าค้นบ้านเธอแล้วไม่เจออะไร เธอจะให้ฉันชดใช้อย่างไร”
ซ่งอวี้เหมยได้ยินก็เผยแววตาเจ้าเล่ห์ออกมาครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นปกติในเสี้ยววินาที แล้วถามกลับไปอีกครั้ง
“หัวหน้าหลิวยื่นข้อเสนอเองนะ ฉันไม่ได้บังคับ”
“อืม” หลิวฉางเหอขานรับในลำคอและยืนรอฟังความต้องการของคนตรงหน้า
“หากค้นทั้งบ้านแล้วไม่พบสิ่งที่พวกชาวบ้านกลุ่มนี้กล่าวหา ฉันต้องการให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินสิบหยวน เนื้อหมูห้าจิน และข้าวสารอย่างดีสิบจิน” เธอบอกความต้องการของตนเองให้ทุกคนได้รับรู้
“อะไรนะ หล่อนจะปล้นกันเหรอ เงินสิบหยวนไม่ใช่จำนวนที่น้อยเลย ไหนจะเนื้อหมูและข้าวสารอย่างดีอีก” หญิงบ้านถังตาแทบถลนเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวบ้านซ่งเรียกร้องมา
ชาวบ้านทุกคนก็ตกใจและหันไปพูดกันอย่างไม่เห็นด้วย
แม้กระทั่งหลิวฉางเหอเองก็ยังตกใจ ที่ซ่งอวี้เหมยเรียกร้องมากมายขนาดนี้ แต่เพราะต้องการรักษาหน้า เขาจึงได้ตอบตกลงไป โดยลืมคิดไปว่าหากมีของที่ถูกกล่าวหาอยู่ในบ้าน หญิงสาวคนนี้คงไม่กล้าให้ค้นหรือเรียกร้องอะไรแบบนี้อย่างแน่นอน
“ตกลง หากไม่พบอะไร ฉันยินดีจ่ายให้ตามที่เธอเรียกร้อง และจะหักจากคนพวกนี้ ที่ไปรายงานให้มาตรวจค้นบ้านของเธอ แล้วถ้าฉันตรวจพบว่ามีอาหารจานเนื้ออยู่ในบ้าน แล้วของในคลังหายจริง เธอต้องรับผิดชอบ แต่เธอจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร” เขาตอบตกลงและถามกลับมาเช่นกัน ในเมื่อฝ่ายของหญิงสาวเรียกร้องมากมายขนาดนั้น เขาก็ต้องถามหาความรับผิดชอบ หากพบของในบ้านซ่งอย่างที่ชาวบ้านไปรายงาน
“อยู่ที่หัวหน้าหลิวเลย หากพบเจอสิ่งที่ทุกคนกล่าวหาว่าฉันขโมยมาจากคลังและขโมยเงินชาวบ้าน อย่างนั้นก็พาฉันไปส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย ฉันยินดีให้ดำเนินการตามกฎหมาย” หญิงสาวตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำและไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“ดีเลยแบบนั้น หากพบว่าหล่อนขโมยของจากคลังเพื่อเอามาทำอาหารกิน ต่อไปนี้หมู่บ้านเราจะได้สูงขึ้น เพราะหล่อนต้องถูกจับไปใช้แรงงานอย่างไรล่ะ” หญิงบ้านถังพูดอย่างพึงพอใจ เรื่องนี้เธอมั่นใจว่าซ่งอวี้เหมยเป็นอย่างที่เธอกล่าวหาแน่นอน และเชื่อว่าเมื่อไม่มีลูกสาวบ้านซ่ง หมู่บ้านนี้คงเจริญขึ้น และขโมยก็จะไม่มี
“ใช่ ๆ ค้นเลย ๆ” ชาวบ้านที่ยืนอยู่ต่างก็พูดพร้อมกัน
เมื่อทุกคนตรงนี้มีความเห็นตรงกัน หลิวฉางเหอจึงจะเข้าตรวจค้นบ้านซ่ง และในขณะกำลังเดินเข้าบ้าน ซ่งไห่ถัง หวังซิ่วจินและซ่งเจ๋อหมิง ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เพราะมีคนไปบอกพวกเขาว่าที่บ้านซ่งกำลังเกิดเรื่องอีกแล้ว
“เดี๋ยวก่อนครับหัวหน้าหลิว นี่มันเรื่องอะไรกัน มีคนไปบอกว่าอวี่เหมยขโมยของในคลังมาเหรอครับ” คนเป็นพ่อรีบถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนทันที ในใจนั้นคิดว่าลูกสาวคงสร้างเรื่องอีกแล้ว
“นายมาก็ดีแล้ว จะได้เป็นพยานให้ลูกสาวของนาย” หลิวฉางเหอพูดกับซ่งไห่ถัง แม้คำพูดนี้เหมือนไม่มีอะไร แต่ทว่าสายตากลับจดจ้องแบบกดดัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น อวี่เหมย” ซ่งไห่ถังหันไปถามลูกสาวที่ยืนอยู่เหมือนไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไร
“ไม่มีอะไรหรอกพ่อ ชาวบ้านพวกนี้ได้กลิ่นอาหารจานเนื้อจากบ้านไหนไม่รู้ แล้วมากล่าวหาว่าฉันไปขโมยของจากคลังมาทำอาหารน่ะ แถมยังใส่ร้ายว่าฉันไปขโมยเงินคนอื่นมาซื้อเนื้อด้วย ฉันบอกว่าไม่ได้ทำ พวกเขาก็ไม่เชื่อ ฉันจึงเสนอเงื่อนไขไปแล้วยอมให้พวกเขาและหัวหน้าหลิวเข้าไปตรวจค้น พ่อกับแม่มาก็ดีแล้ว งั้นก็เดินตามพวกเขาไปด้วยเลยสิ จะได้ไม่ต้องกังวลว่ามีใครเอาของมายัดใส่ในบ้านของเรา เพื่อเอาผิดฉัน”
หญิงสาวตอบคนเป็นพ่อไปเหมือนไม่มีอะไร และบอกว่าเธอไม่ได้ทำผิดอะไร ก่อนจะขอให้พ่อแม่ช่วยกันจับตาดูชาวบ้านกลุ่มนี้
เมื่อคนเป็นพ่อแม่ได้ยินอย่างนั้น จึงได้พยักหน้ารับพร้อมกับ และยอมให้ทุกคนเข้าไปตรวจค้น เพราะในเมื่อลูกสาวมีท่าทีมั่นใจ ต่อให้กลัวและเกรงใจหัวหน้าหลิวขนาดไหน พ่อแม่อย่างพวกเขาย่อมต้องปกป้องและเชื่อลูกตัวเองก่อน
“เดี๋ยวผมเข้าไปด้วยครับ ต่อให้พี่สาวของผมจะเคยทำผิดมานักต่อนัก แต่ครั้งนี้พี่ใหญ่บอกว่าไม่ได้ทำ อีกทั้งยังยอมให้ตรวจค้นบ้าน ผมจึงอยากเข้าไปดูเหตุการณ์ด้วย”
ซ่งเจ๋อหมิงที่แม้จะไม่ค่อยพอใจพี่สาวที่ชอบสร้างเรื่อง จนบ้านเดือดร้อนและเป็นที่อับอายของคนในหมู่บ้าน ทว่าครั้งนี้เขากลับเห็นเธอยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้ทำผิด และเด็กหนุ่มมองว่าสายตาของพี่สาวไม่เหมือนเดิม ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลองเชื่อเธอสักครั้ง
“ฉันก็เหมือนกัน ฉันจะเข้าไปเป็นพยานในการตรวจค้นด้วย” หวังซิ่วจินที่เป็นแม่ก็พยักหน้าอีกคน เธอจะไปจับตาดูชาวบ้านอย่างที่ลูกสาวบอก
ซ่งอวี้เหมยได้เห็นอย่านั้นซาบซึ้งใจ เธอไม่คิดว่าทุกคนในบ้านจะเชื่อมั่นเธอขนาดนี้ ทั้งที่ร่างเดิมคอยสร้างแต่เรื่องให้ทุกคนต้องเดือดร้อนและสูญเสียเงิน รวมถึงอาหารในบ้านมามากมายแล้ว
