ตอนที่ 9 : แหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่
ตอนที่
[9]
แหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่
หลังจากที่จับจ่ายซื้อวัตถุดิบจนเต็มรถม้าแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็เดินทางกลับมายังจวนตระกูลลั่วด้วยความรู้สึกที่กระตือรือร้นและเต็มไปด้วยพลัง นางแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้กลับไปเริ่มต้นผลิตสินค้าชุดใหม่ สินค้าที่จะนำพาความร่ำรวยและอิสรภาพมาสู่ชีวิตของนาง
แต่แล้วหลังจากที่นางแอบนำของเหล่านั้นเข้าประตูด้านข้างก่อนจะนำไปที่เรือนของตนเอง ทันทีที่นางก้าวผ่านประตูเรือนของตนเองเข้ามารอยยิ้มที่เคยสดใสก็พลันแข็งค้างไป...
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของนาง เรียกได้ว่าคือความพินาศย่อยยับ!
เพราะข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นในเรือนถูกรื้อค้นออกมาจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โต๊ะเครื่องแป้งถูกผลักจนล้มคว่ำ เสื้อผ้าที่พับไว้อย่างดีถูกดึงออกมาขยี้จนยับยู่ยี่และที่เลวร้ายที่สุด คือโอ่งดินเผาใบเล็กที่นางใช้เก็บสมุนไพรหายากบางชนิด บัดนี้มันได้แตกละเอียดกลายเป็นเศษดินเผาไปเสียแล้ว!
“คุณหนู!!” เลี่ยงซูที่เดินตามเข้ามาทีหลังถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด “นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ ผู้ใดกล้าทำเช่นนี้กัน!”
เลี่ยงซูกำลังจะวิ่งออกไปเพื่อตามหาคนมาสอบสวน แต่กลับถูกลั่วเฉียวฮุ่ยยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน
ลั่วเฉียวฮุ่ยไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น นางเพียงแค่ยืนนิ่ง กวาดสายตามองความเสียหายทั้งหมดด้วยแววตาที่เย็นเยียบและอ่านไม่ออก
ในตอนนี้นางรู้ดีว่านี่เป็นฝีมือของใคร และไม่ต้องไปเรียกผู้ใดมาสอบถามให้เสียเวลา เพราะนับตั้งแต่วันที่นางถูกบิดาสั่งลงโทษและตัดเบี้ยหวัด บ่าวรับใช้ทั้งหมดที่เคยประจำอยู่ที่เรือนของนางก็ถูกเรียกตัวกลับไปยังเรือนใหญ่จนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงนางกับเลี่ยงซูตามลำพัง ดังนั้น ถึงเรียกมาก็คงจะไม่ได้ความอันใด
‘ฝีมือของพวกเจ้าสินะสวีหลิงม่าน ลั่วหลิงเม่ย’
ลั่วเฉียวฮุ่ยคิดในใจอย่างเยือกเย็น
คงจะเห็นว่าช่วงนี้ท่านพ่อมีเวลาว่างอยู่จวนมากขึ้นเลยอยากจะสร้างสถานการณ์เพื่อกระตุ้นให้นางกลับไปอาละวาด กลับไปทำตัวร้ายกาจเหมือนเมื่อก่อน เพื่อที่พวกนางจะได้สวมบทนางเอกผู้ถูกกระทำอีกครั้งสินะ
หญิงสาวแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาเผยประกายอันตราย
ฝันไปเถอะ คิดว่าข้าจะโง่เดินตามแผนตื้น ๆ ของพวกเจ้าอีกหรือ
“คุณหนู...เราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ” เลี่ยงซูถามเสียงสั่น
“จะไปเรียนให้นายท่านทราบหรือไม่”
“ไม่ต้อง” ลั่วเฉียวฮุ่ยส่ายหน้า
“ไปก็ไร้ประโยชน์ ท่านพ่อไม่มีวันเชื่อคำพูดของเราหรอก มีแต่จะหาว่าเราใส่ร้ายพวกนางอีก” ในตอนนี้เลี่ยงซูก็เริ่มมั่นใจในความคิดตนเองแล้วว่าผู้ใดเป็นผู้ทำเรื่องเหล่านี้
ลั่วเฉียวฮุ่ยเดินสำรวจความเสียหายช้า ๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่มุมห้องที่ซึ่งนางใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์และวัตถุดิบในการทำสบู่และเครื่องหอม โชคยังดีที่ของสำคัญเหล่านั้นไม่ได้ถูกทำลายไปด้วยเพราะนางเก็บซ่อนมันไว้ใต้เตียงอย่างมิดชิด
แต่เหตุการณ์ในวันนี้ก็ได้จุดประกายความคิดที่สำคัญขึ้นมาในหัวของนาง...
‘ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว’
นางรู้ดีว่าหากนางยังคงดึงดันที่จะใช้เรือนแห่งนี้เป็นฐานในการผลิตสินค้าต่อไป อีกไม่นานความลับของนางก็จะต้องถูกเปิดโปงอย่างแน่นอน...
และเมื่อถึงวันนั้นสองแม่ลูกตัวร้ายนั่นจะต้องหาทางมาขัดขวางและทำลายทุกสิ่งที่นางสร้างขึ้นมาจนหมดสิ้นเป็นแน่
ซึ่งนางจะยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้โดยเด็ดขาด!
“เลี่ยงซูช่วยข้าเก็บของที เก็บเฉพาะของที่จำเป็นก็พอ ส่วนที่เหลือ...ก็ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ”
“เจ้าคะ? แต่ว่า...”
“ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ทำตามที่ข้าบอกก็พอ”
หลังจากที่เก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังจวนตระกูลฉินอีกครั้งในบ่ายวันนั้น
“เจ้าว่าอะไรนะ! เรือนของเจ้าถูกรื้อค้น!?”
ฉินฮูหยินอุทานออกมาด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยวหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของลั่วเฉียวฮุ่ย
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยตอบกลับด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
“ข้าจึงคิดว่า ข้าคงจะใช้ที่นั่นเป็นที่ผลิตสินค้าต่อไปไม่ได้อีกแล้ว มันเสี่ยงเกินไป”
หญิงสาวมองหน้าฉินฮูหยินอย่างจริงจัง “ข้าจึงอยากจะมารบกวนท่านในวันนี้ ข้าต้องการจะหาบ้านเช่าสักหลัง เป็นเรือนที่มีลานกว้างและมีความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้เป็นแหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่ และข้าก็ต้องการจะว่าจ้างคนงานเพิ่มด้วย ท่านพอจะช่วยจัดหาได้หรือไม่เจ้าคะ”
ฉินฮูหยินมองความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเด็กสาวตรงหน้าแล้วก็ได้แต่อดนับถือในความใจสู้ของนางไม่ได้ หากเป็นสตรีทั่วไปเมื่อเจอเรื่องเช่นนี้ก็คงจะร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายไปแล้ว แต่นางกลับสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างรวดเร็ว
“เรื่องเงิน...”
“ข้ามีพอเจ้าค่ะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยตอบกลับทันที
“เงินก้อนแรกที่ข้าได้รับมานั้นมากเกินพอที่จะใช้ในการขยับขยายกิจการในครั้งนี้ และการจ้างคนงานเพิ่มไม่เพียงแต่จะช่วยให้เราผลิตสินค้าได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้นแต่มันยังจะช่วยเบาแรงของข้าและเลี่ยงซูลงได้มากอีกด้วย”
ฉินฮูหยินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย นางไม่รีรอที่จะให้ความช่วยเหลือในทันที
“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกเรื่องแค่นี้ข้าจัดการให้เจ้าได้” ว่าแล้วก็หันไปสั่งเสวียนหงทันที “เสวียนหงเจ้าไปจัดการหาเรือนที่เหมาะสมตามที่คุณหนูลั่วต้องการให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องคนงานก็ให้คัดเลือกมาจากคนที่ไว้ใจได้เท่านั้น”
“เจ้าค่ะนายหญิง”
“ขอบคุณฉินฮูหยินมากนะเจ้าคะ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก เราคนกันเอง”
ด้วยความสามารถในการทำงานของคนของฉินฮูหยิน เพียงไม่นานลั่วเฉียวฮุ่ยก็ได้เรือนเช่าหลังใหม่ตามที่ต้องการ มันเป็นเรือนขนาดกลางที่เคยเป็นของครอบครัวพ่อค้าเก่าแก่ มีลานกว้างขวางอยู่ด้านหลังซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นโรงงานผลิตสินค้าแห่งใหม่
นางไม่รอช้าที่จะไปที่นั่นก่อนจะตั้งชื่อให้กับสถานที่แห่งนี้ว่า ‘เรือนฟู่เฉิง’ ซึ่งมีความหมายว่า ความร่ำรวยและประสบความสำเร็จ
ก่อนจะกลับไปที่จวนตระกูลฉินอีกครั้งเพื่อขอบคุณฉินฮูหยิน และก่อนกลับเซียวหลินก็วิ่งเข้ามาหานางพร้อมกับห่อขนมมากมายเช่นเคย
“พี่สาวคนสวยท่านจะกลับแล้วหรือ” เด็กน้อยกล่าวพลางยื่นห่อขนมหลายห่อส่งมาให้ “นี่ ข้าเก็บขนมอร่อย ๆ ไว้ให้ท่านตั้งมากมายแน่ะ”
ลั่วเฉียวฮุ่ยรับมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ เด็กน้อยคนนี้พยายามอย่างมากที่จะเข้ามาสนิทสนมกับนาง แต่นางก็ยังคงรู้สึกอึดอัดใจอยู่ลึก ๆ ความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับเด็กในชาติก่อน มันยังคงเป็นบาดแผลที่ต้องใช้เวลาในการเยียวยา
ทว่าก็ลูบหัวเขาเบา ๆ แทนคำขอบคุณก่อนจะขอตัวจากไป...
ในค่ำคืนนั้นที่จวนตระกูลลั่วสวีหลิงม่านและลั่วหลิงเม่ยที่คราแรกกำลังนั่งรอคอย ‘เรื่องสนุก’ อยู่ในเรือนของตนเองด้วยความตื่นเต้นแต่บัดนี้กำลังเต็มไปด้วยความกระสับกระส่าย
เพราะพวกนางเตรียมตัวที่จะสวมบทบาทที่ ‘ถูกกระทำ’ มาตลอดทั้งวันรอคอยให้ลั่วเฉียวฮุ่ยตัวแสบมาอาละวาด เพื่อที่พวกนางจะได้เข้าไปขอความเห็นใจต่อหน้าลั่วฉู่หวัง แต่เมื่อรอแล้วรอเล่าจนกระทั่งค่ำมืดก็ยังไม่มีวี่แววของความวุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้น
“เป็นไปได้อย่างไรกัน!? ถูกทำลายข้าวของจนเละเทะถึงเพียงนั้นแต่นังนั่นกลับยังทนอยู่ได้อีกหรือ” ลั่วหลิงเม่ยกล่าวอย่างหัวเสีย
สุดท้ายสวีหลิงม่านจึงต้องส่งสาวใช้คนสนิทให้แอบไปดูลาดเลาที่เรือนของลั่วเฉียวฮุ่ยอีกครั้ง และรายงานที่ได้กลับมาก็ยิ่งทำให้พวกนางต้องฮึดฮัดขัดใจหนักกว่าเดิม
“เรียนฮูหยิน คุณหนูใหญ่ คุณหนูรองนาง…นอนหลับไปแล้วเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ!?” สองแม่ลูกประสานเสียงกันอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เป็นไปได้อย่างไรทั้งที่ถูกรื้อค้นทำลายข้าวของจนพังพินาศถึงเพียงนั้นแต่ลั่วเฉียวฮุ่ยกลับยังสามารถนอนหลับลงได้อย่างสบายใจ?
ทว่าพวกนางคงจะไม่รู้เลยว่าสำหรับลั่วเฉียวฮุ่ยนั้น
การไม่ลงมือวันนี้ใช่ว่าวันหน้าจะไม่ลงมือ!
