บท
ตั้งค่า

7

“ใกล้ถึงแล้ว” ชายหนุ่มพูดขึ้นมาลอย ๆ เมื่อเห็นหล่อนเหลียวมองล่อกแล่กไปหมด ถ้าเขาป็นมิจฉาชีพจริง ๆ มีหวังยัยนี่ได้โดนฆ่าหมกป่าไปแล้ว

“ที่นี่เรียกว่าอะไรคะ เอ่อ...ฉันหมายถึงชื่อหมู่บ้านหรือสถานที่น่ะค่ะ” หญิงสาวถามอย่างเกรงใจเพราะรู้สึกว่าอารมณ์พ่อเจ้าประคุณขุ่นมัวมืดมนพอ ๆ กับบรรยากาศยามนี้แหละ

“ทุ่งเสือโจน”

“ทุ่งเสือโจน !...” แค่ฟังชื่อขนอ่อนก็พากันลุกตั้งชัน กวาดสายตามองข้างทางอย่างหวาด ๆ หวังว่าจะไม่มีเสือกระโจนมาขวางทางหรอกนะ...

“ฮือ.....ถ้ามาจริง ๆ ก็กินคนข้าง ๆ ก็แล้วกัน ฉันผอมแห้งมีแต่กระดูกไม่อร่อยหรอกนะพ่อเสือนะ...” หญิงสาวไม่รู้ตัวว่าหลุดพร่ำพรรณนาความในใจออกมาซะจนคนข้าง ๆ ได้ยินเต็มสองรูหู

“เพ้อเจ้ออะไรของคุณ” อลัน ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือสาวอายุยี่สิบห้า เด็กสิบขวบยังดูฉลาดกว่านี้เสียอีก

“ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” หญิงสาวปฏิเสธเสียงสูง

“แล้วเมื่อกี้ใครบอกให้เสือกินผมก่อน”

“ห๊ะ.......ฉันพูดออกไปด้วยเหรอ” ปานอัปสรยิ้มแหย อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกที่ไหน พูดออกไปได้ไงวะ...............

“คิดว่าผมอ่านความคิดคุณได้งั้นเหรอ”

“ถึงว่าสิ....ไม่ค่อยเหมือนคน” หญิงสาวบ่นเบา ๆ พลางหันหน้าออกนอกรถ

“หึหึ...คืนนี้ระวังคอเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน”

หญิงสาวรู้ว่าเขาพูดเล่นแต่ก็อดเอามือขึ้นมาปิดคอไม่ได้....

บทที่ 3

ปานอัปสรเกาะแขนแกร่งแน่นหนึบ ถ้าเข้าสิงเรือนร่างสูงใหญ่ของเขาได้หล่อนคงทำไปแล้ว เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านที่แลเห็นเป็นเงาตะคุ่มในเวลาดึกสงัดอากาศเย็นจัดราวกับตั้งอยู่คนละประเทศกับกรุงเทพมหานคร ทั่วอาณาบริเวณมีแต่ความมืดมิด หลังจากไฟหน้ารถยนต์ดับพร้อมกับเครื่องยนต์แล้วก็มีเพียงความสว่างจากไฟฉายในมือของอลันเท่านั้น

“คุณ...กระเป๋าฉัน” กลัวแค่ไหนหล่อนก็ไม่มีทางลืมกระเป๋าสุดหรูที่อัดแน่นไปด้วยเครื่องแต่งกายแบรนด์ดัง หล่อนจึงร้องบอกเขาเสียงอ่อย

“ยุ่ง...” ชายหนุ่มทำเสียงจึ๊กจั๊กไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยอมเดินไปหยิบมันลงมาจากท้ายรถแล้วก็ก้าวยาว ๆ ไปเปิดประตูเข้าบ้าน ก่อนจะทิ้งกระเป๋าใบใหญ่เทอะทะไว้กลางบ้าน จนเจ้าของสะดุ้งโหยง

“ฮึ่ย....เบา ๆ หน่อยก็ไม่ได้” ปานอัปสรปล่อยมือจากแขนล่ำมาลูบคลำของของหล่อนราวกับจะปลอบโยนพวกมันที่ถูกกระทำให้ช้ำชอก

อลันอาศัยจังหวะนั้นเดินผละไปด้านหลัง แต่ก็ไม่พ้นความว่องไวของปานอัปสรที่ผวาตามติดแจ หล่อนไม่ยอมอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืดเด็ดขาด ชายหนุ่มวุ่นวายอยู่กับเจ้าเครื่องหน้าตาประหลาดสักพักไฟฟ้าทั้งบ้านก็สว่างพรึ่บขึ้นมา

“ค่อยยังชั่ว” หญิงสาวปล่อยมือจากท่อนแขนแกร่ง พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“รีบไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย อีกหนึ่งชั่วโมงเครื่องปั่นไฟจะหยุดทำงาน”

“โอ้...ชั่วโมงเดียวเอง...สามชั่วโมงไม่ได้เหรอ” หญิงสาวต่อรอง ไหนจะจัดกระเป๋า ไหนจะอาบน้ำประทินผิวกายพร้อมกับฟื้นฟูบำรุงผิวหน้าอีก ทั้งหมดนี่ไม่มีทางเสร็จภายในหนึ่งชั่วโมงแน่ แต่คำพูดนั้นไม่ก่อให้เกิดอาการตอบสนองใด ๆ อลันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะเดินเข้าบ้านไปเลย...ปานอัปสรเริ่มรู้ว่าอาการแบบนั้นของชายหนุ่ม คือปิดประตูต่อรอง หล่อนจึงรีบเร่งกลับมาคว้ากระเป๋าเพื่อจะรีบทำเวลาไม่ขาดไม่เกิน

“ให้ฉันพักห้องไหนคะ”

“ที่นี่มีสองห้อง ด้านขวาห้องของผม ส่วนด้านซ้ายห้องว่างเลือกเอาตามสบาย” พูดจบเขาก็เปิดประตูห้องนอนใหญ่ด้านขวาเดินเข้าไปเลย ไม่สนใจว่าหล่อนจะตัดสินใจเลือกห้องไหน

“เชอะ...ใครจะเลือกนอนกับ...เจ้าหญิงน้ำแข็งกันล่ะ...ดีไม่ดีดึก ๆ อาจจะคว้ามีดมากรีดหน้าสวย ๆ ของฉันเพราะความอิจฉาก็ได้...ไม่เอาด้วยหรอก” ปานอัปสรยืนบ่นอยู่คนเดียวก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเวลามีจำกัด จึงได้คว้ากระเป๋าสุดรัก ลากเข้าห้องข้างซ้ายทันที...

“กรี๊ดดดดดดดดดด......” เสียงกรีดร้องพร้อมกับประตูปิดดังปังทั้งที่เพิ่งจะเปิดเข้าไป นางแบบสาวลากกระเป๋าโกยอ้าวไปยังห้องฝ่ายตรงข้ามทันที

อลันเหลือบมองหญิงสาวที่เข้ามาในห้องของเขาอย่างถือวิสาสะด้วยแววตาไหวระริก พยายามกลั้นไม่ให้หลุดขำออกมา ใบหน้าตื่นตระหนก ริมฝีปากบางอ้า ๆ หุบ ๆ พูดอะไรไม่ออก ภาพที่เห็นไม่เกินความคาดหมาย เขามั่นใจว่าหล่อนต้องเลือกแบบนี้

อลัน ละความสนใจจากนางฟ้าตกสวรรค์ กลับมาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองต่อเสื้อถูกถอดออกไปแล้ว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบ มือหนากำลังจะปลดเข็มขัดเป็นลำดับถัดไป

“เดี๋ยวสิคุณ......ไม่เห็นเหรอว่าฉันยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้น่ะ” ปานอัปสรเริ่มหงุดหงิดโมโห หล่อนตกใจแทบตาย แทนที่จะถามไถ่ปลอบใจ แต่นี่กลับเฉยเมย ซ้ำร้ายยังจะมาแก้ผ้าอวดกันอีก

“แล้วยังไง” อลันเลิกคิ้วมอง ราวกับหล่อนเป็นตัวประหลาด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel