17
ปานอัปสร กัดริมฝีปากข่มความอายพลางหนีบขาเอาไว้แน่น…เกือบไปแล้ว......ใจง่ายจริง ๆ เลยฉันในห้วงคำนึงของหญิงสาวแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งอยากปล่อยกายใจลิ้มลองประสบการณ์อันแปลกใหม่ แต่อีกฝ่ายก็รู้สึกผิด ผิดไปจากคำสั่งสอนที่ฝังหัวมาตั้งแต่เด็กจากคนที่หล่อนเคารพรัก
“คุณหมอขา....ขอเวลาหน่อยนะคะ...” หญิงสาวกัดฟันอ้อนเสียงเบาหวิว
“เท่าไหร่”
“ฉันไม่ขาย....จะดูถูกกันมากไปแล้วนะคะ” อารมณ์รัญจวนที่หลงเหลืออยู่หายวับแทนที่ด้วยความโกรธกรุ่น ผลักร่างหนาออกอย่างแรง ถึงแม้มันจะไม่ได้ผลก็ตาม
“ผมถามว่าคุณขอเวลานานเท่าไหร่” มันน่านัก...ยัยบ๊องส์...ยัยหูหาเรื่อง
“แล้วก็ไม่พูดให้ชัด....”
“ว่าไง ต้องการเวลาเท่าไหร่...มัวชักช้า...ผมไม่รอแล้วนะ”
“จนกว่าเราจะรักกัน”
“เพ้อเจ้อ” อลันสวนกลับโดยไม่ต้องหยุดคิดปิดทุกทาง
“ฮือ ๆ ๆ คุณจะให้ฉันนอนกับผู้ชายที่ไม่ได้รักได้ยังไง คิดถึงหัวใจบาง ๆ ของฉันบ้างไหม ว่ามันจะชอกช้ำระกำจิต อาจจะถึงขั้นปลิดชีวิตตัวเอง.....แล้วอีกอย่างนะ” ปานอัปสรยังไม่ทันจะได้พล่ามต่อก็ต้องรีบหุบปาก เมื่ออีกฝ่ายแผดเสียงกัมปนาทจนน่าตกใจ
“หยุด !!” หมอหนุ่ม อารมณ์หดหายกับยัยผู้หญิงบ้า ที่มีคำพูดคำจาพาให้เสียอารมณ์
“เอ่อ....ฉันหยุดแล้ว...ปล่อยได้ยัง” ปานอัปสรสะกิดคนตัวใหญ่ที่นอนทับอยู่บนร่างกายของหล่อนนิ่ง อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
อลันกลิ้งตัวลงจากเรือนร่างนุ่มนิ่มอย่างขัดใจ ยัยตัวร้ายใช้มารยาสาไถยจนเขาหมดอารมณ์จนได้ ผู้หญิงบ้าอะไรวะ..ตกลงที่ทำทั้งหมดนี้หล่อนแกล้งหรือตัวตนที่แท้จริงของหล่อนกันแน่
“แฮร่....ค่อยยังชั่วหน่อย โชคดีนะที่คุณเป็นคนใจดีมีเมตตา ไม่อย่างนั้นฉันคงป่นปี้ไม่ มีชิ้นดี....”
“หยุดคร่ำครวญ....แล้วนอนซะ.... ไม่อย่างนั้นจะหาว่าผมไม่เตือน” สั่งจบก็นอนหันหลังให้หงุดหงิดใจทำไมต้องทนด้วยวะในเมื่อเขาพาหล่อนมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ.......แต่ถ้าจะให้ขืนใจใครเขาก็ทำไม่ได้เช่นกัน
ปานอัปสรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่...นอนบนนี้แหละ... เขาไม่ได้ไล่นี่นา....หญิงสาวดึงผ้าห่มมาห่อตัวเขยิบมาจนชิดริมเตียง ยังไงก็นอนสบายกว่าบนโซฟานั่นตั้งเยอะ…หญิงสาวหลับไปในเวลาอันรวดเร็วจากความเหนื่อยล้า ทั้งร่างกายและจิตใจที่เขม็งเกลียวคิดหาวิธีเอาตัวรอดตลอดทั้งวันแม้จะปั่นป่วนจากสัมผัสแปลกใหม่แต่ร่างกายอ่อนล้าเกินกว่าจะมานอนตาค้างอยู่ได้
ทางด้านอลันที่ต้องนอนตาค้างมาเป็นชั่วโมง เขาตัดสินใจลุกออกไปนอนเล่นที่ระเบียงด้านนอกอากาศเย็นสบายปลอดโปร่งโล่งสมอง จู่ ๆ เรื่องที่พยายามกดมันเอาไว้จนลึกสุดใจก็ผุดขึ้นมารบกวนจิตใจอีกครั้ง....สัญญาระหว่างเขากับบิดาที่เป็นมาเฟียใหญ่ในประเทศแถบยุโรปผุดขึ้นมาในความทรงจำ
เด็กชายอลันรอดพ้นจากการเติบโตภายใต้วิถีมาเฟียมาได้ เพราะมารดาไม่ชอบถึงขั้นเกลียดชีวิตแบบนั้นมาขนาดหอบลูกในท้องหนีกลับมาเมืองไทย แต่ก็ไม่พ้นเงื้อมมือของมาเฟียใหญ่ไปได้ จำต้องยื่นเงื่อนไขเพื่อปกป้องลูกชาย อย่างน้อยก็ยืดเวลาออกไปหวังว่าทุกอย่างอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่วนตัวเขาเองก็เช่นกันได้แต่ยื้อเวลาหวังว่าสักวันบิดาจะเลิกราไปเองแต่เขาคิดผิดผู้เป็นพ่อไม่เคยปล่อยมือจากเขาเลยด้วยซ้ำ
อลันอุตส่าห์เลือกเรียนในสิ่งที่ชอบและไม่เอื้อต่อการเข้าไปสืบทอดกิจการของบิดาแต่อย่างใดเขาตั้งใจปิดกั้นตัวเองทุกทาง มุ่งมั่นเพื่อเป็นแพทย์นิติเวชที่ก้มหน้าอยู่แต่ในห้องชันสูตรเก็บตัวไม่เปิดใจคบหากับใคร แต่ในท้ายที่สุดก็ต้องลาออกมาบริหารโรงพยาบาลในเครือมากมายที่บิดาหาภาระมาให้ แลกกับการผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการในสัญญาลง.........ความจริงก็คือท่านหาทางบีบให้เขา ยอมรับกลาย ๆ แต่เขาก็สามารถยื้อเอาไว้ได้ ธุรกิจโรงพยาบาลไม่เจ๊งอย่างที่ผู้เป็นพ่อต้องการ แถมมันยังทำกำไรให้อย่างมหาศาลแลกกับการที่เขาจะสามารถเลือกคู่ชีวิตได้ด้วยตัวเอง....แต่.....ข้อตกลงหลังจากนั้น..........เป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจปิดประตูตายไม่อยากดึงใครให้ต้องเข้ามาอยู่ในวังวนแห่งทุกข์กับเขาด้วย........
ชายหนุ่มทอดถอนใจ....ปานอัปสรหล่อนแค่พูดพล่อย ๆ หรือว่าอยากได้ความรักจากเขาจริง ๆ กันแน่...ขออย่าให้เป็นอย่างหลังเลย.......
อลันกลับเข้ามาในห้องถึงกับสยองกับท่านอนของนางแบบสาวที่นอนแผ่หลากางแขนขาจนเต็มเตียง
“ยัยบ๊องส์เอ้ย...เคยมองว่าหล่อนมีเสน่ห์ได้ไงวะเนี่ย” ชายหนุ่มบ่นกับตัวเอง ไม่รู้ตัวเลยว่าใบหน้าเปื้อนยิ้ม ในขณะที่มือใหญ่ดันผู้หญิงประหลาดไปไว้อีกฝั่งทำอย่างกับปัดกองผ้าขี้ริ้ว นี่ถ้าเจ้าหล่อนตื่นอยู่คงลุกขึ้นมาโวยวายน่าดู
“อื้อ...อย่านะ...อย่าค่ะ” เสียงเล็กร้องออกมาตาก็ไม่ลืม.......
“เฮอะ......ใครจะทำลง”ชายหนุ่มค่อนขอดคนที่นอนละเมอ.....ก่อนจะล้มตัวลงนอนตัดความคิดอันหนักอึ้งออกไป พยายามข่มตาให้หลับ พอเริ่มจะเคลิ้มหลับก็ต้องสะดุ้งเมื่อถูกประเคนด้วยแขนขาลงมาบนร่างหนา ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นหมอนข้างใบใหญ่ของเจ้าหล่อนไปแล้ว....ชายหนุ่มผลักหล่อนออกไปราวกับเจอของร้อน....แต่แป๊บเดียว ยัยตัวแสบก็มาอีหรอบเดิม
