15
หลังจากนั้นไม่นาน เฮลิคอปเตอร์จากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังก็มารับตัวเด็กชายและนางเอิบอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน
“สุดยอดเลยคุณ.... จัดการได้รวดเร็วอย่างกับเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแน่ะค่ะ” ปานอัปสรรู้สึกทึ่ง ชื่นชมพลางยกนิ้วให้
อลันยิ้มเพียงมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินออกไปโดยไม่บอกไม่กล่าว
“เดี๋ยวสิคุณ รอด้วย...โอ้ย....” ปานอัปสรรีบซอยเท้าตามจนสะดุดหกล้มเพราะไม่ทันระวังตัว ทำให้ชายหนุ่มหันกลับมามองด้วยสายตาตำหนิ พลางกอดอกมองนิ่งเฉยไม่เห็นเหมือนพระเอกเลยอ่ะ .......ความจริงต้องเข้ามาอุ้มฉันกลับบ้านถึงจะถูก...ชิ.....
“ไม่คิดจะมาดูกันบ้างหรือไง.... เป็นหมอประสาอะไร......อูย...” หญิงสาวสูดปาก เมื่อรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ข้อเท้า
“คุณนี่...จริง ๆ เลย ทำไมถึงได้ซุ่มซ่ามอย่างนี้นะ”อลันเดินกลับมานั่งยอง ๆ แล้วจับข้อเท้าขาวผ่องทดลองขยับก็ไม่ได้หัก แตกอย่างมากก็แค่เคล็ดขัดยอก แต่พอจะจับพลิก ยัยตัวแสบก็แหกปากร้องเสียงหลง
“จะฆ่ากันหรือไงคุณ” ปานอัปสรคิดบางอย่างขึ้นมาได้ เลยสวมรอยเจ็บหนักเสียเลย
“เกินไปหรือเปล่า แค่ล้มไม่ได้โดนสิบล้อทับ”
“ก็มันเจ็บนี่ คุณลองล้มดูมั่งไหมล่ะ”
“ผมไม่ได้ซุ่มซ่ามเหมือนคุณ....รีบลุกขึ้นมาได้แล้ว วันนี้ต้องกลับไปทำอาหารเย็นเองด้วย เอิบคงไม่อยู่อีกหลายวัน”
“ฉันเดินไม่ไหว” ปานอัปสรมองหน้าตาละห้อย....อุ้มสิคะคุณหมอ.... รออะไร...หญิงสาวลุ้นอยู่ในใจ หล่อนเจ็บปางตายก็ไม่ต้องทำอาหาร และที่สำคัญ...คืนนี้เราต้องรอด....หญิงสาวปลาบปลื้มกับแผนการอันแยบยลของตัวเอง.......ฮ่า ๆ ๆ.....
“อูย...ทำไมถึงเจ็บอย่างนี้ เจ็บจนใจจะขาด...โอย..เจ็บปางตาย.....ทำไมถึงได้ปวดใจเหลือเกิน” หญิงสาวคร่ำครวญเป็นทำนองสูง ๆ ต่ำ ๆ แทบจะฮัมเป็นเพลง
คุณหมอหนุ่มย่อตัวลงช้อนเรือนร่างบอบบางขึ้นมาอุ้ม เขาทันได้เห็นหล่อนแอบยิ้มก่อนจะซุกซ่อนหน้ากับอกกว้าง.......ร้ายนักนะ....อลันหัวเราะหึหึนึกคาดโทษอยู่ในใจ
ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปตามแผน ติดตรงเสียงหัวเราะในลำคอของเขาที่ชวนขนหัวลุกนี่แหละ........ไม่นะเขาต้องไม่รู้สิ...อย่าป๊อดสิวะ สู้ ๆ ปานอัปสรสู้ตาย...นางแบบสาวปลุกปลอบหัวใจตัวเองให้ฮึกเหิม....
บทที่ 5
นางแบบสาวนั่งกอดอกอารมณ์ดี มองคุณหมอสุดหล่อทำหน้าที่บริการให้ตั้งแต่ทำอาหารให้กิน ตั้งโต๊ะ เก็บจานล้างคว่ำจนเรียบร้อย เขาทำทุกอย่างได้อย่างน่าทึ่งที่สุด เห็นแล้วก็อดกระหยิ่มยิ้มย่องไม่ได้ และคงจะเป็นแบบนั้นไปอีกนาน ถ้า........
“เสร็จแล้ว คุณต้องการอะไรอีกหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ความจริงก็อิ่มตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว อิ่มมากเลยขอบคุณนะคะ...คุณหมอใจดีจัง” หญิงสาวยิ้มประจบเอาใจ
“ไม่เป็นไร ผมหวังผล”
“หะ...ห๊า หวังผล” ปานอัปสรแทบสำลัก อะไรจะชัดเจนขนาดนี้
“อืม...ก็อย่างที่บอกไปแล้วนั่นแหละ” ชายหนุ่มตอบเรียบ ๆ เหมือนพูดคุยกันด้วยเรื่องทั่ว ๆ ไป
“ตะ...แต่ว่าข้อเท้าฉันยังเจ็บอยู่นะคะ” เป็นเหตุผลที่หล่อนตั้งใจเอามาอ้าง เพื่อเอาตัวรอดสำหรับคืนนี้อยู่แล้ว
“ไม่เป็นไร ผมสามารถเลือกใช้ท่าที่ไม่กระทบกระเทือนต่อข้อเท้าของคุณได้” ชายหนุ่มพูดออกมาหน้านิ่งมาก
“เอ่อ...ฉันเตือนคุณแล้วนะ ว่าฉันอาจจะเป็นโรคร้าย” หญิงสาวย้ำเผื่อเขาจะลืม
“ไม่เป็นไร ผมรู้วิธีป้องกัน”
“แต่ว่า....”
“ไม่ต้องแต่ ผมจะพาคุณไปอาบน้ำให้สะอาดเป็นอันดับแรก” อลันไม่พูดเปล่าเข้ามาอุ้มหญิงสาวเดินเข้าห้องหน้าตาเฉย
“เดี๋ยวคุณ....ปล่อย...ฉันหายแล้ว อาบเองได้....” ปานอัปสรร้องตะโกนเหมือนโดนเชือด ดิ้นรนไปตลอดทาง พยายามลงจากอ้อมแขนแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“โรคอะไรของคุณ ถึงได้หายง่ายอย่างกับหายใจ”
“ก็ข้อเท้าฉันไง ฉันคิดว่าเดินเองได้แล้วแหละ”
“ถึงหายแล้วผมก็ต้องอาบน้ำให้คุณอยู่ดี จะได้ตรวจดูชัด ๆ ว่าคุณเป็นโรคอะไรอีก” อลันปล่อยหญิงสาวลงบนพื้นห้องน้ำ ก่อนจะเอื้อมมือมาปลดกระดุมเสื้อ ทำให้มือบางรีบตะครุบจับขยุ้มคอเสื้อของตัวเองเอาไว้แน่น
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ให้คุณตรวจ อย่าลืมสิคุณเป็นหมอผ่าศพ” หญิงสาวมองเขาอย่างระแวดระวัง สายตาล่อกแล่กหาทางหนีทีไล่
“เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ยังไงผมก็เป็นแพทย์ทั่วไปมาก่อนที่จะมาเรียนต่อเป็นแพทย์นิติเวช” ชายหนุ่มชี้แจงอย่างใจเย็น
“ฉันถึงว่าไง คนเป็นหมอต้องมีจิตคิดเมตตา ไม่ใช่จะข่มขืนใจใครง่าย ๆ ใช่ไหมคุณ” ปานอัปสรปรับท่าทีไปมา ทำเป็นพยักพเยิดกับหมอหนุ่ม แต่ดูเหมือนเขาจะไม่อินเอาเสียเลย
“ผมเป็นเจ้านายของคุณ กำลังสั่งให้คุณทำตามหน้าที่ อย่ามาโยกโย้” ชายหนุ่มชัก เริ่มโมโห ปานอัปสรยืนนิ่งเหวอไปสามวินาที....ก่อนใบหน้าสวย ๆ จะเบะเบ้บีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจ
“ฮือ ๆ ๆ ...ฉันนี่มันน่าสงสารจริงจริ๊ง.... จะมีใครซวยกว่าฉันอีกไหมเนี่ย...ดวงตกสุด ๆ เจอแต่เจ้ากรรมนายเวรมารุมทึ้งทวงหนี้...ฮือ ๆ ๆ...ไม่รู้หรือไงนอกจากตัวและหัวใจฉันก็ไม่เหลืออะไรแล้ว จะไม่ให้ฉันเหลือเยื่อพรหมจรรย์เอาไว้เป็นความภาคภูมิใจบ้างไม่ได้เหรอ...นะคะ....น๊า ...... นึกว่าเห็นแก่ลูกนกลูกกาเถอะนะ......”ปานอัปสรร้องไห้คร่ำครวญส่งสายตาละห้อยละเหี่ยเพลียหัวใจสุด ๆ หล่อนจะไม่หวงตัวมากขนาดนี้ หากเขาจะมีท่าทีพิศวาสเหมือนผู้ชายเกิดต้องใจผู้หญิง แต่นี่ไม่ใช่เลยเขาทำเหมือนร่างกายของเขาต้องการปลดปล่อยก็เท่านั้นเอง......
