13
“มีครัวเอาไว้ทำอะไรคะเนี่ย ไม่เห็นมีอะไรกินเลยอ่ะ” หญิงสาวจีบปากต่อว่าตาคว่ำ
“ก็เอาไว้ผ่า...ชำแหละ.....หั่น.....สับ....”
“พอ ๆ เลยคุณ...ไม่ต้องมาขู่....ไม่อย่างนั้นคุณนั่นแหละจะโดนฉันชำแหละ” ปานอัปสรตวัดสายตาขว้างค้อนใส่ผู้ชายหน้านิ่ง ที่ดีแต่ขู่
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..” อลันหัวเราะลั่น...ขำคนโมโหหิว หน้าตาบูดเบี้ยวดูได้ซะที่ไหน ยัยนางฟ้าตกสวรรค์
“หยุดเลยนะ...ฉันหิว ๆ ๆ ๆ ๆ” ปานอัปสรแหกปากตะโกนแข่งกับเสียงหัวเราะอย่างกับเด็ก ๆ
“นี่คุณ...ไม่ลงไปนอนดิ้นกับพื้นเลยล่ะ.....ถ้าเสร็จแล้วก็ออกมานี่ ผมไปเอาข้าวมาแล้ว จะกินก็ตามมา” พูดจบ ชายร่างสูงใหญ่เดินนำออกไปทิ้งให้คนที่อยู่ข้างหลังยืนเหวอ.......โอย ๆ ๆ .....ตายแล้ว...ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย.....
ปานอัปสรนั่งก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งหิวทั้งอาย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อิ่มจนจุกเพราะมื้อนี้เป็นมื้อเที่ยงควบมื้อเย็น คงได้อิ่มไปยันเช้า
“หิวมากเหรอคุณ” ชายหนุ่มรู้สึกผิดขึ้นมาเหมือนกัน ตั้งแต่เช้าหล่อนกินแค่ข้าวต้มเปล่า ๆ กับแก้วมังกรอีกไม่กี่ชิ้น ก็น่าอยู่หรอกที่จะหิวจนสติแตก ถึงแม้จะไม่ได้ใช้แรงงานมากมายแต่นี่ก็สี่โมงเย็นแล้ว
“ไม่มั้ง...” ก็เห็นอยู่...จะถามเพื่อ?...ถึงแม้ท้องจะอิ่มก็ไม่ได้แปลว่าหายโกรธ
“ไม่อิ่มก็กินเข้าไปให้หมด”
“ฉันประชด...เข้าใจคำว่าประชดไหมคะคุณอลัน”
“ผมไม่ชอบ”
“ฮึ.....ไม่ได้อยากให้ชอบ” ปานอัปสรค้อนกะหลับกะเหลือก
“ผมสั่ง ..... ไม่ได้ขอร้อง”
ปานอัปสรอ้าปากจะเถียงต่อ แต่ก็รีบหุบฉับเพราะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมากับเขาในฐานะอะไร....คนบ้าอำนาจ.......ด่าในใจก็ได้วะ.....
“บ่นอะไร”
“เปล๊า....” เฮ้ย....บ่นในใจก็รู้ ตกลงว่าเป็นหมอผีหรือไงวุ้ย...
“ผมก็แค่เป็นห่วง เพราะคืนนี้คุณจะต้องใช้แรงอีกมาก เดี๋ยวจะเป็นลม ก็เท่านั้น”
“หืม......คุณจะให้ฉันใช้แรงทำอะไรอีกคะ....ได้...ว่ามาเลย” หญิงสาวแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจได้ในนาทีต่อมา ค่าแรงเดือนละแสน...เขาก็คงจะใช้จนคุ้มนั่นแหละ
“คิดว่าอะไรล่ะ ที่เราควรทำด้วยกันตอนกลางคืน”
“จะให้ไปปลูกป่าดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนั้น เดี๋ยวงูกัดตาย.....แต่ไม่เป็นไรถ้าคุณกล้าไปฉันก็ไปได้อยู่แล้ว” นางแบบสาวไม่ยี่หระรู้สึกดีด้วยซ้ำ เพิ่งเคยเห็นและก็ได้ลงมือทำก็ครั้งนี้แหละเป็นการทำที่ไม่ได้หวังผลตอบแทนอย่างแท้จริง..........โคตรชอบเลยอ่ะ นอกจากหล่อแล้วยังจิตใจดีอีกต่างหาก ถ้าไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของฉันจะจองแล้วนะ.......ปานอัปสรเคลิ้ม....
“ใครจะบ้าทำอย่างนั้น”
“อ้าว....แล้วจะทำอะไรล่ะคะ”
“เซ็กส์....”
“หะ.....ห๊า.!!!...” ปานอัปสรตกใจจนตาเหลือก อีตาบ้านี่พูดออกมาได้หน้าตาเฉย ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นหมอหื่นกามไปได้ที่คิดก่อนหน้านั้นฉันขอยกเลิก
“ตกใจอะไรทำอย่างกับไม่เคย ก็แค่เรื่องธรรมชาติ”
“ไม่นะ...คุณล้อฉันเล่นแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ” หญิงสาวยังพอมีหวังคนดี ๆ ไม่น่าจะกลายร่างไปได้ขนาดนี้เลยอ่ะ
“ผมไม่เคยล้อเล่น” ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกลงมาดูมั่นคงแต่ลึกล้ำ
“คุณคงไม่คิดจะข่มขืนฉันใช่ไหมคะ เอ่อ...มันผิดกฎหมาย...คุณน่าจะรู้..” หญิงสาวขู่ ทำเป็นปากกล้าแต่ขาสั่น
“ลองไปเปิดสัญญาดูใหม่ไหม”
“นี่คุณ....” หญิงสาวพูดไม่ออก อยากจะเอาหัวโหม่งพื้นตายให้รู้แล้วรู้รอด นี่หล่อนประมาทเลินเล่อขนาดนี้เชียวหรือ...ถึงนาทีนี้แล้วหากมัวคร่ำครวญก็เสียเวลาเปล่า หญิงสาวพยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอด
“ฉันว่าคุณต้องเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ.....ถึงฉันจะดูสวยงามสง่า อกผายไหล่ผึ่งหน้าตึงนมตั้ง....เอ่อ...ฉะ...ฉันหมายถึงสิ่งที่เห็นมันเสริมแต่งกันได้ ความจริงหน้าอกฉันนิดเดียวเอง ไม่น่ามองหรอกคุณ”
ในเมื่อขู่ไม่ได้ผล ปานอัปสรก็เลือกใช้วิธีโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนใจ
“เรื่องนั้นผมรู้” อลันเอ่ยเรียบ ๆ
“ผิวฉันก็ขรุขระตกกระเต็มตัว แถมก้นยังด้านด้วยนะ...พูดแล้วก็เหยียบไว้เลยอย่าบอกใครนะคุณ ฉันอาย” เอาวะ...ลงทุนถึงขนาดนี้อารมณ์ไม่หดหายก็ให้มันรู้ไป
“อีกอย่างนะ เรื่องนี้ลับสุดยอด.... “ปานอัปสร เว้นระยะมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นเขานิ่งฟังหล่อนยิ่งได้ใจ เผาตัวเองต่อโดยลืมไปว่าพูดอยู่กับคนเป็นหมอ
“ฉันสงสัยว่าตัวเองจะเป็นเอดส์ด้วยล่ะ...อย่าบอกใครนะคุณ” หญิงสาวกระซิบกระซาบทั้งที่อยู่กันแค่สองคน......
อลัน ถอนหายใจพยายามกลั้นไม่ให้หลุดขำออกมา ....ยัยเบื๊อกเอ้ย ! นี่หรือวะ ผู้หญิงที่ได้ฉายานางฟ้าบนแคทวอล์ค ยิ่งอยู่ใกล้ ฉายานั้นยิ่งห่างไกลไปทุกที ภาพลวงตาชัด ๆ
“ผมเป็นหมอ” อลันเอ่ยเรียบ ๆ
“ก็นั่นน่ะสิ.......เพราะคุณเป็นหมอไง คุณก็ต้องรู้จักวิธีป้องกัน...อ้าว...เฮ้ย..ไม่ใช่...ฉะ....ฉันหมายถึงคุณน่าจะเข้าอกเข้าใจคนป่วยอย่างฉัน ไม่อยากบังคับฝืนใจหรอกใช่ไหม เพราะถ้าฉันทุกข์ใจ เศร้าใจไร้แรงใจในการต่อสู้กับโรคร้าย หมดอาลัยตายอยากในชีวิต ภูมิคุ้มกันของฉันก็จะต่ำลง แล้วก็เกิดโรคแทรกซ้อน ตายไปอย่างอเนจอนาถ ไร้ญาติขาดมิตร” ปานอัปสรมองหน้าคุณหมอสุดหล่อตาปริบ ๆ หลักชักแม่น้ำทั้งห้าหกเจ็ด มาสาธยายจนเห็นภาพ
“ไม่รู้สิ....ผมไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องของคน” หมอหนุ่มปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“มะ...หมายความว่าไงคะ....อ๋อ...นึกออกแล้ว คุณเป็นสัตวแพทย์นี่เอง”
“ไม่ใช่”
