บทที่ 4 ขอโทษ
รถญี่ปุ่นแล่นมาจอดที่หน้าบ้านปูนหลังเล็กที่อยู่ท้ายซอย สองสาวเดินลงมาจากรถก่อนที่นลินจะเดินมาเปิดประตูหลัง เธอประคองคนป่วยเดินเข้าไปในบ้าน มินตราหิ้วสัมภาระของคนทั้งสองเดินตามหลังเข้าไปในบ้านอีกที
“เอยอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหม? มินจะออกไปหาซื้อไว้ให้”
“ไม่แล้วจ้ะ ขอบใจมินมากนะที่ช่วยเป็นธุระให้เรากับแม่”นลินจับมือเพื่อนสาวแน่น แววตาที่มองมินตราเปี่ยมไปความซาบซึ้งใจ
“ถ้าอย่างนั้นมินกลับเลยละกัน เอยกับแม่จะได้พักผ่อนเสียที” มินตราพูดด้วยน้ำเสียงสดใส
“คุณแม่ขา มินกลับก่อนนะคะ ไว้วันหลังมินแวะมาเยี่ยมคุณแม่อีกนะคะ”มินตราสวมกอดสิรินทร์ หญิงกลางคนลูบไปที่ศีรษะหญิงสาวพลางพูดด้วยเสียงเบา
“แม่ขอบใจหนูมินมากนะจ๊ะ ที่คอยช่วยเหลือเอยกับแม่มาโดยตลอด”
“มินเต็มใจค่ะ เอยคือเพื่อนที่ดีที่สุดของมิน คุณแม่อย่าเป็นกังวลเลยนะคะ”
สิรินทร์พยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ สองสาวพากันเดินออกมาจากตัวบ้าน มินตราเดินไปยังรถของเธอที่จอดอยู่หน้าบ้านก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถเธอหันมาพูดกับนลิน
“เอยเข้าบ้านไปดูแม่เถอะ”
นลินพยักหน้าตอบรับ ชั่วครู่มินตราก็ขับรถออกไป นลินจึงเดินกลับเข้าบ้าน หญิงสาวพยุงคนป่วยเข้าไปที่ห้องนอนพลางสาวเท้าเดินไปหยุดที่เตียง
“เอยไปอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นก่อนเถอะลูก แม่จะนอนพักสักหน่อย”เสียงแหบแห้งของสิรินทร์เอ่ยออกมาเบาๆ
“ค่ะแม่”ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องนอนของแม่ก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องของตัวเอง เธอทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงเล็ก ชั่วครู่หนึ่งหญิงสาวก็ลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ยี่ห้อหรูที่พร้อมเพชรเป็นคนซื้อให้ออกมาจากกระเป๋าใบเล็ก แสงหน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้นมาพร้อมกับมิสคอลจากเบอร์ที่คุ้นเคยกว่าสิบสาย
นลินใจหายวาบ!
มือเล็กสั่น วันนี้ทั้งวันเธอวิ่งวุ่นอยู่กับเรื่องของแม่จนไม่ได้สนใจโทรศัพท์ แค่คิดถึงสายตาที่ดุกร้าวของเขาที่มองมาที่เธอ หญิงสาวก็รู้สึกขยาดขึ้นมาทันที
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น มือหนาล้วงเข้าไปในกางเกงพลางหยิบออกมาดู หน้าจอปรากฏชื่อของคนที่กำลังทำให้เขาหงุดหงิดใจอยู่ตอนนี้ ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้พลางเดินออกไปจากห้องวีไอพีที่เป็นห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าคนสำคัญของผับ เขากดรับสาย
‘สวัสดีค่ะ คุณเพชร’เสียงหวานพูดออกมาอย่างประหม่าจนเขารับรู้ได้ ชายหนุ่มยังคงนิ่งไม่ตอบรับคนที่อยู่ปลายสาย
‘เอ่อ คุณเพชรโทรมาหาเอยมีอะไรหรือเปล่าคะ?’
‘ทำไมไม่รับสาย?’เสียงราบเรียบพูดออกมาแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ
‘เอยขอโทษค่ะ’เธอพูดเสียงอ่อนออกมาอย่างจำนน
‘เตรียมตัวไว้วันเสาร์นี้ฉันจะพาเธอไปต่างจังหวัด’
เสียงเข้มสั่งออกมา เธอเงียบไปชั่วครู่อย่างคนกำลังใช้ความคิด เธอไม่อยากไปไหนทั้งนั้น เพราะอยากใช้เวลาดูแลแม่ เมื่อเห็นว่าปลายสายเงียบไป ไม่ตอบรับในสิ่งที่เขาบอก ชายหนุ่มก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที
‘ทำไมเธอไม่อยากไป?’เสียงเข้มถามคาดคั้นอย่างไม่สบอารมณ์
‘เอ่อ คือเอาไว้ครั้งหน้าได้ไหมคะ? ครั้งนี้เอยไม่สะดวกจริงๆ ค่ะ’
เขากำโทรศัพท์แน่นพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง นลินกล้าขัดใจเขาอย่างนั้นเหรอ เธอคงลืมไปแล้วว่าเธอไม่มีสิทธิมาต่อรองเขาได้ ถ้าเขาออกปากสั่ง หญิงสาวมีหน้าที่แค่ทำตามในสิ่งที่เขาต้องการเท่านั้น แล้วนี่เธอกล้าดีอย่างไร คงต้องบอกให้เธอรู้สักหน่อยว่าเธออยู่ในสถานะไหนกันแน่
‘แน่ใจนะว่าที่พูดออกมาเธอคิดดีแล้ว’
หญิงสาวรู้สึกใจหายวาบเมื่อได้ยินน้ำเสียงแข็งกร้าวจากคนปลายสาย เขาโกรธเธอ
‘ทำตัวให้น่ารักเหมือนกับตอนที่ขอเงินจากฉันหน่อยสิเอย หรือว่าเธอไม่อยากได้เงินของฉันแล้ว’
เสียงของเขาเย้ยหยัน น้ำตาของหญิงสาวร่วงเผาะ ใช่เขาพูดถูก ทุกคำพูดที่เขาพูดออกมาช่างเสียดแทงใจของเธอจนรู้สึกปวดร้าว เธอยังคงต้องการเงินจากเขา เธอยังต้องใช้เรือนร่างปรนเปรอกามให้เขาเพื่อแลกกับเงินที่เขาจ่ายให้ในแต่ละเดือน ทนอีกนิดนะเอย หญิงสาวกะพริบตาไล่หยาดน้ำตาพลางควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นก่อนจะพูดตอบเขา
‘เอยจะทำตามที่คุณเพชรต้องการคะ ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณเพชรหงุดหงิด’
‘รู้ตัวก็ดี’
น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว ชายหนุ่มกดวางสาย เขาถอนหายใจแรงออกมาเพื่อระบายความหงุดหงิดภายในจิตใจ เมื่อได้ยินน้ำเสียงของคนปลายสายที่พูดกับเขา น้ำเสียงของเธอคล้ายกับคนหมดอาลัยตายอยาก เขาจ่ายเงินเพื่อแลกกับการมีเซ็กซ์กับผู้หญิงนับไม่ถ้วน ผู้หญิงพวกนั้นล้วนแต่อยากนอนกับเขาเพราะเงิน นลินเองก็คงไม่ต่างจากคนเหล่านั้น หญิงสาวยอมพลีกายให้เขาเชยชมเพราะกับแลกกับเงินเดือนที่เขาให้ในแต่ละเดือน ผ่านมาเกือบสามเดือนแล้วนับแต่ครั้งแรกที่เขาได้ครอบครองเธอ นลินคือผู้หญิงคนเดียวที่เขายังเก็บไว้ข้างกายเพื่อปรนเปรอความสุขให้เขา เขาไม่เคยคิดผูกปิ่นโตกับผู้หญิงคนไหนเพราะไม่อยากให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมาทีหลัง ชายหนุ่มจะขึ้นเตียงกับผู้หญิงเหล่านั้นแค่ครั้งเดียวและจะไม่มีการกินซ้ำอีก แต่กับหญิงสาวเขากลับแหกกฎของตัวเอง เขายอมเก็บเธอไว้ข้างกาย นับตั้งแต่วันที่ได้ขึ้นเตียงกับเธอ เขาก็ไม่อาจลืมความหอมหวานจากเรือนกายอันเย้ายวนของหญิงสาวได้อีกเลย ชายหนุ่มรู้ว่าที่เธอยอมเป็นนางบำเรอให้เขาก็เพราะเงิน มันก็แฟร์กันทั้งสองฝ่ายเขาได้ตัวเธอส่วนเธอก็ได้เงินจากเขา แต่สิ่งหนึ่งที่เขาสังเกตมาโดยตลอดคือหญิงสาวจะดูเคร่งเครียดอยู่เสมอ คงจะมีแค่ตอนที่อยู่บนเตียงกับเขาเท่านั้นที่เธอจะปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงออกมา เมื่ออยู่บนเตียงเธอจะเป็นเหมือนสาวร่านสวาทแต่พอทุกอย่างจบลงเธอก็เหมือนกับเด็กสาวทั่วไป เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวซื้อสิ่งของอะไรให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง หรือกระเป๋าราคาแพงๆ ทั้งๆ ที่เงินเดือนที่เขาให้เธอในแต่ละเดือนรวมถึงเงินส่วนอื่นๆอีก มันมากพอที่เธอจะเอาไปจับจ่ายซื้อของพวกนี้ได้อย่างสบายๆ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าหญิงสาวเดือดร้อนเรื่องเงินอะไรหนักหนา พร้อมเพชรเดินกลับเข้ามาในห้องรับรอง พลางทรุดกายนั่งลงที่โซฟา มือหนายกแก้วสีอำพันขึ้นมาจิบพลางทอดสายตามองออกไปนอกกระจก
“เป็นอะไรวะไอ้เพชร ดูมึงเครียดๆ นะ ให้กูเรียกเด็กมาช่วยคลายเครียดหน่อยดีไหม?”
เสียงของชายหนุ่มอีกคนทักขึ้นมา พร้อมเพชรปรายตามองเพื่อนครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า ก้องภพคือเพื่อนสนิทของเขาและเป็นเจ้าของผับที่เขากำลังนั่งอยู่ตอนนี้ ก้องภพกับเขารู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก ครอบครัวของพวกเขาสนิทกันมากพลอยทำให้สองหนุ่มสนิทกันไปโดยปริยาย
“กับเด็กคนนั้นมึงยังติดต่ออยู่ไหมวะ?”ก้องภพถามออกมาอย่างคนอยากรู้ พร้อมเพชรมองหน้าเพื่อนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไอ้เพื่อนคนนี้ช่างชอบยุ่งเรื่องของเขานัก ไม่มีเรื่องไหนของเขาเลยที่จะปิดบังมันได้ เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างนึกรำคาญ ก้องภพหัวเราะขำ
“กูไม่เคยเห็นมึงควงผู้หญิงคนไหนซ้ำเลยนะ คนนี้ลีลาเด็ดหรือวะ?
“เรื่องของกู มึงอย่าเสือก!”พร้อมเพชรพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“โว้ะ! ไอ้นี่ อย่าให้กูเห็นนะว่าเสือผู้หญิงอย่างมึง ถูกเด็กผู้หญิงคนนั้นถอดเขี้ยวเล็บออกได้” ก้องภพพูดอย่างปรามาสพลางทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่เพื่อนสนิท เห็นทีไอ้เพื่อนของเขาคนนี้คงเสียท่าให้เด็กสาวคนนั้นเสียแล้ว
