บทที่ 3 หมออธิป
“สวัสดีค่ะ คุณแม่” เสียงร้องทักของเด็กสาวทำให้คนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงหันขวับไปที่ต้นเสียง เด็กสาวสองคนเดินเข้ามาในห้องพลางเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียง
“มินคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ”มินตราพูดด้วยน้ำเสียงสดใส ใบหน้าหวานยิ้มกว้าง นลินมองเพื่อนสาวสลับมองแม่ของเธอ วันนี้ท่านดูสดใสขึ้น
“หนูมินไม่เจอกันนานเลยนะลูก”เสียงแหบแห้งเปล่งออกมา
มินตราจับไปที่มือเหี่ยวแห้ง สิรินทร์ดูแปลกตาไปจากเดิมมาก จากผู้หญิงที่มีน้ำมีนวลมาตอนนี้ร่างกายผ่ายผอมจนน่าตกใจ
“มินขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้มาเยี่ยมคุณแม่เลย คุณแม่รีบรักษาตัวให้หายไวๆนะคะ เดี๋ยวมินพาไปเที่ยวทะเล”มินตราพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงพลางส่งยิ้มให้คนป่วยที่นอนอยู่บนเตียง สิรินทร์ยิ้มขำพลางมองหน้าหญิงสาวอย่างนึกเอ็นดู
“แม่ขอบใจหนูมินมากนะลูก ที่แนะนำงานดีๆ ให้เอย ถ้าไม่ได้มิน แม่ก็คงไม่ได้มานอนอยู่ตรงนี้แน่ๆ”เสียงแหบพร่าพูดออกมาอย่างซึ้งใจ สองสาวหันมามองกันด้วยสีหน้ากระดาก ทันใดนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่อยู่ในชุดกาวน์สีขาวเดินเข้ามาพร้อมกับพยาบาลสาว
สองสาวเบี่ยงตัวเดินออกมาจากข้างเตียงปล่อยให้คุณหมอหนุ่มและพยาบาลเข้ามาดูแลคนป่วย นลินส่งยิ้มให้กำลังใจแม่ของเธอพลันสายตาก็ปะทะเข้ากับสายตาคมที่อยู่ภายใต้กรอบแว่น เธอส่งยิ้มให้เขาก่อนจะเสสายตามองกลับมาที่คนป่วยที่นอนอยู่บนเตียง
“สวัสดีครับ ผมนายแพทย์อธิปเป็นคุณหมอที่รับผิดชอบดูแลเรื่องการรักษาและผ่าตัดของคุณสิรินทร์ ผมมารับหน้าที่แทนคุณหมอดิเรกครับ”น้ำเสียงนุ่มนวลเปล่งออกมา นลินมองสบตากับสายตาคม ก่อนจะยกมือไหว้ชายหนุ่มด้วยกิริยาอ่อนหวาน
“สวัสดีค่ะ คุณหมอ หนูเป็นลูกสาวของคุณสิรินทร์ค่ะ รบกวนคุณหมอดูแลอาการป่วยของแม่หนูด้วยนะคะ”
เสียงหวานเอ่ยออกมา อธิปมองดวงหน้าหวานอย่างตกตะลึง เด็กสาวตรงหน้าช่างมีหน้าตาสะสวย ใบหน้าเล็กรูปไข่ ดวงตากลมโต จมูกเล็กโด่ง ปากเล็กจิ้มลิ้ม ผิวพรรณผุดผ่องไปทั้งตัว นลินรู้สึกประหม่ากับสายตาของหมอหนุ่มที่มองเธอตาไม่กะพริบ เหมือนว่าเขาจะรู้ถึงความอึดอัดของเธอ ชายหนุ่มแสร้งหันหน้ามาดูคนป่วยก่อนจะพูดบอกเธอไป
“หมอจะพยายามรักษาคุณแม่ของคุณให้เต็มที่เท่าที่หมอจะทำได้และคนป่วยก็ต้องให้ความร่วมมือด้วยนะครับ ช่วงนี้คุณสิรินทร์ต้องพักผ่อนและทานให้เยอะๆ นะครับ ร่างกายจะได้แข็งแรงพร้อมเข้ารับการผ่าตัด”อธิปพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
หลังจากที่คุณหมอตรวจอาการเบื้องต้นก็อนุญาตให้สิรินทร์ออกจากโรงพยาบาลได้ อีกสองอาทิตย์ให้กลับมาเช็คร่างกายอีกที ถ้าทุกอย่างผ่านเกณฑ์ตามที่คุณหมอกำหนด สิรินทร์จะได้เข้ารับการผ่าตัดทันที คุณหมอหนุ่มกับนางพยาบาลเดินออกจากห้องไป หลังจากที่ได้ให้แนะนำคนป่วยถึงวิธีปฏิบัติตัวในขณะรอเข้ารับการรักษาผ่าตัดเนื้อร้าย
“คุณแม่ไม่ต้องกลัวนะคะ ทำใจให้สบายๆหนูกับเอยจะคอยเป็นกำลังใจให้แม่ค่ะ”มินตราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น สิรินทร์ยิ้มน้อยๆ เพื่อเป็นการขอบคุณ
“มินอยู่เป็นเพื่อนแม่แปบนะ เอยขอไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายที่การเงินก่อน”นลินพูดพลางมองสบตากับเพื่อนสาว มินตราพยักหน้า
นลินเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยเดินตรงไปที่ลิฟต์ ครู่หนึ่งประตูลิฟต์ก็เปิดออก เธอก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปโดยไม่ได้สังเกตว่าภายในลิฟต์มีใครบางคนยืนอยู่มุมหนึ่งของลิฟต์ นิ้วมือเล็กกดไปที่ชั้นเป้าหมาย ทันใดนั้นเองเสียงทุ้มก็ดังแทรกขึ้นมา
“เรียนอยู่ชั้นไหนแล้วครับ?”
หญิงสาวหันขวับไปมองตามเสียงพูด เจ้าของเสียงเป็นคุณหมอที่ดูแลเคสของแม่เธอนั่นเอง เธอหลุบตาลงก่อนจะเอ่ยตอบเขาไป
“ปี 4 เทอมสุดท้ายค่ะ”
เขาพยักหน้ารับ ร่างอรชรที่อยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัวช่างดูสะดุดตายิ่งนัก ยิ่งได้มองใบหน้าหวานแบบใกล้ชิดยิ่งรู้สึกน่าหลงใหล ผิวเนื้อเนียนละเอียด พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากหญิงสาวทำให้ใจเขาหวั่นไหวขึ้นมา ในขณะที่เขาไล่สายตาสำรวจทั่วร่างงามอยู่นั้น นลินก็เงยหน้าขึ้นมามองเขา อธิปเปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน
“คุณหมอออกเวรแล้วหรือคะ?”เสียงหวานถามออกมา ชายหนุ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องยามที่ดวงตาเล็กมองมาที่เขาด้วยแววตาใสซื่อ
“ครับ คุณกำลังจะไปไหนหรือครับ” เขาถามออกมาเพราะความอยากรู้
“เอยกำลังจะไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายของแม่ค่ะ”ทันทีที่เธอพูดจบ ประตูลิฟต์ก็เปิดออก หญิงสาวหันมามองสบตาเขาชั่วครู่ก่อนจะก้มหัวน้อยๆ ให้เขาเพื่อเป็นการกล่าวลา ร่างเล็กเดินออกจากลิฟต์ไป อธิปมองตามแผ่นหลังบางจนลับตา เขายิ้มเขินให้กลับตัวเอง ในชีวิตของเขาเจอผู้หญิงสวยๆ มาก็เยอะ แต่ไม่มีคนไหนที่ทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองแบบเธอ เขาอยากรู้จักเธอมากกว่านี้ อยากได้ยินเสียงพูดหวานๆ นั่นอีก
