บทที่ 2 เพื่อแม่
ร่างระหงที่อยู่ในชุดนักศึกษาเดินออกมาจากลิฟต์ของคอนโดหรู เธอเร่งฝีเท้าอย่างเร็วเพื่อไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใคร หญิงสาวเดินมาหยุดที่ริมฟุตบาทพลางมองหารถแท็กซี่ ทันใดนั้นก็มีรถแท็กซี่ขับเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ นลินเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังคนขับ เธอบอกปลายทางที่จะไปแก่คนขับรถ ชั่วครู่ใหญ่รถแท็กซี่ก็พาเธอมาถึงมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่ หญิงสาวยื่นเงินให้ลุงคนขับก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถและเดินตรงเข้าไปที่ตึกชั้นเรียน
“เอย”
เสียงเรียกชื่อเธอดังมาจากข้างหลัง หญิงสาวหันกลับไปมองพลางส่งยิ้มหวานให้กับคนตรงหน้า
“เพิ่งมาถึงเหรอ?” หญิงสาวรูปร่างอวบร้องทักขึ้นมาอีกครั้ง
“อืม มินก็เพิ่งมาถึงเหมือนกันเหรอ?”
มินตราผงกหัวพลางยิ้มเขินๆ เธอเดินไปหยุดตรงหน้าเพื่อนสาวก่อนจะเอื้อมแขนไปคล้องที่แขนของนลิน “ไป ไปเข้าเรียนก่อน เดี๋ยวค่อยมาเมาท์”
นลินยิ้มขำกับท่าทีของเพื่อนก่อนจะพากันเดินหายเข้าไปในห้องเรียน สักพักใหญ่สองสาวก็เดินออกมาจากห้องเรียน
“แม่เป็นยังไงบ้าง เอย?”มินตราถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ช่วงนี้ต้องเร่งทำน้ำหนักเพื่อให้พร้อมเข้ารับการผ่าตัดน่ะ” นลินตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ
“เอยขาดเหลืออะไรก็บอกเราได้นะ เรายินดีช่วย”
นลินยิ้มน้อยๆ ให้เพื่อนสาว เธอกับมินตรารู้จักกันตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง เธอเป็นคนพูดน้อยผิดกับมินตราที่ช่างพูด นี่คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอสองคนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้
“ขอบใจนะมิน เรายังไหว”
“เอย ยังรับงานผู้ชายคนนั้นอยู่รึเปล่า?”
คำว่า ‘รับงาน’ ทำให้นลินรู้สึกกระดาก ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในความคิด เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาแม่แพงลิ่ว ไหนจะเงินก้อนโตที่ต้องใช้ในการผ่าตัดในครั้งนี้อีก งานนี้เป็นงานเดียวที่จะทำให้เธอมีเงินเก็บพอที่จะใช้เป็นค่ารักษาของแม่ได้ นลินพยักหน้าน้อยพลางหลุบตาลง มินตรามองใบหน้าเศร้าๆ ของเพื่อนพลอยทำให้เธอรู้สึกหดหู่ เธอเอื้อมมือไปจับที่มือของนลินพลางพูดบางอย่างออกไป
“เอยให้เราช่วยค่ารักษาของแม่เอยนะ เอยจะได้หยุดรับงานแบบนั้นซะที”
นลินส่ายหน้าไปมา ใบหน้าสวยหม่นลง แววตาเต็มไปด้วยความสับสน “เอย ไม่อยากรบกวนมิน เอยสัญญาถ้าเอยเก็บเงินค่ารักษาแม่ได้แล้ว เอยจะเลิกทำงานนี้ทันที”
“แล้วถ้าแม่ถามถึงเรื่องเงินจะบอกแกว่ายังไง?”
“เอยยังไม่รู้เลย ขอให้ได้รักษาแม่ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”หญิงสาวพูดออกไปอย่างที่คิดไว้ ตอนนี้เธอไม่อยากคิดอะไรให้มากกว่าการหาเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อนำมารักษาแม่ของเธอ เธอสัญญากับตัวเองว่าเขาจะเป็นคนแรกและคนสุดท้ายที่เธอจะยอมขายศักดิ์ศรีให้ ถ้าแม่หายเป็นปกติเธอจะพาแกย้ายไปอยู่ที่ต่างจังหวัด ไปใช้ชีวิตเรียบง่ายกันแค่สองคน ลืมเรื่องราวที่เป็นตราบาปในชีวิตเธอไปให้หมด
“เป็นเพราะมินเอง ถ้ามินไม่แนะนำให้เอยรู้จักกับเจ้หวาน เรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้”มินตราพูดเสียงอ่อย
“เอยต่างหากที่ต้องขอบใจมิน ถ้าไม่ได้มินเอยก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมารักษาแม่ เงินจำนวนเยอะแบบนั้นเอยไม่มีทางหามาได้แน่ ถ้าไม่รับงานนี้ มินอย่าคิดมากเลยนะ เอยโอเคมันจะจบลงทันทีที่แม่ผ่าตัดเรียบร้อย”
“เอย มินรักเอยนะ”มินตราเอ่ยเสียงเครือน้ำตาคลอเบ้า นลินคือเพื่อนคนเดียวที่เธอรัก ชีวิตของเธอช่างอาภัพนัก หญิงสาวอยู่กับแม่แค่สองคน เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารัก กิริยา เรียบร้อยอ่อนหวาน จนกระทั่งวันหนึ่งที่หญิงสาวรู้ว่าแม่ของเธอป่วยเป็นโรคร้าย ความสดใสในตัวเธอก็หายไปหมดเหลือไว้เพียงดวงตาของความเศร้าโศก ค่ารักษาพยาบาลของแม่เธอสูงลิ่ว วันที่หญิงสาวรู้ว่าต้องใช้เงินก้อนโต เธอถึงกับยอมขาดเรียนเพื่อออกทำงานหามรุ่งหามค่ำ แทบไม่ได้หยุดพัก แต่ทว่าต่อให้เธอยอมทำงานหนักแค่ไหนจำนวนเงินที่ได้มาก็ไม่พอกับการจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่เธออยู่ดี
“มินขอไปเยี่ยมแม่ด้วยคนได้ไหม” มินตราเอ่ยถามเพื่อนสาว
“ได้สิ แม่ต้องดีใจมากๆแน่ถ้าเห็นว่ามินมาเยี่ยม”หญิงสาวยิ้มกว้าง แววตาเปล่งประกายอย่างคนมีความสุข มินตรายิ้มตอบพลางพูดออกมา
“ดีเลย ไปรถมินนะเอยจะได้ประหยัดค่าแท็กซี่ด้วย”มินตราเสนอ
นลินพยักหน้าตอบ ใบหน้าสวยเปื้อนยิ้ม สองสาวพากันเดินเคียงคู่ไปยังลานจอดรถของมหาวิทยาลัย
