บท
ตั้งค่า

บทที่ 4.2

“หม่อมฉันจดจำทุกถ้อยคำที่ขันทีอวี่สั่งไว้ได้เจ้าค่ะ หม่อมฉันจะไม่ทำผิด ไม่ขัดพระทัย และจะรับใช้พระองค์ให้ดีที่สุด”

ฉีเหวินหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากที่ยิ้มอยู่แข็งค้างไปทันใด

นี่นางจำข้าไม่ได้...แม้แต่นิดเดียว? ไอ้เรื่องเมื่อคืนเขายังพอเข้าใจว่านางอาจจำไม่ได้เพราะฤทธิ์พิษกำหนัด แต่เรื่องระหว่างสองเรานั้น หากนางจะบอกว่าจำไม่ได้...นั่นเขาไม่คิดเชื่อคำโป้ปดและการแสดงงิ้วของนางแน่ !

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงทุ้มต่ำจะดังขึ้นในห้องที่มีเพียงสองคน

“ไปจัดที่นอนของข้าให้เรียบร้อย”

คำสั่งการเรียบเย็นขัดจังหวะความคิดของหลี่อวี้เฟิน นางรีบรับคำแล้วเดินไปยังมุมห้องอีกฝั่งหนึ่ง ที่มีผ้าห่มคุณภาพดีสีเข้มพับวางเรียบร้อยอยู่บนเตียงไม้

มือเรียวจัดหมอน ปรับมุมผ้าอย่างระมัดระวัง นางทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด

แต่แล้ว...ในขณะที่กำลังสอดมือเข้าไปเก็บชายผ้า

นางรู้สึกแปลก ๆ ว่ามีสายตาบางอย่างจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังจนต้องเหลียวหลังกลับไป แต่สิ่งที่เห็นคืออ๋องหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเช่นเดิม กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือด้วยท่าทางเคร่งขรึมไร้ท่าทีสนใจนางใดใด

แต่เหวินหยวนกลับเงยหน้าจากหน้าหนังสือทันทีที่นางหันหลังกลับไป ดวงตาคมกริบยังจับจ้องแผ่นหลังเล็กที่คุ้นเคยนั้นไม่ละสายตา

“เจ้ารู้หรือไม่...ขนมในถาดนั้นคืออะไร”

หลี่อวี้เฟินหันมามองอย่างประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนเหลือสายตามองขนมที่วางอยู่ในถาดของว่าง ขนมก้อนเล็ก ๆ สีอ่อนรูปกลีบดอกบัว บรรจุในจานเคลือบเนื้อดี หอมอ่อน ๆ ลอยมากระทบปลายจมูก

“เป็นขนมฮว่าเกาเพคะ ทำจากถั่วเหลืองบดผสมแป้งข้าวเหนียวแล้วนึ่งให้ฟู” นางตอบอย่างมั่นใจ

ฉีเหวินหยวนพยักหน้าเบา ๆ แล้วเอื้อมหยิบขนมชิ้นนั้นขึ้นมา พลิกดูในมือแวบหนึ่งก่อนจะใส่เข้าปากต่อหน้านาง

นางมองเขาด้วยสีหน้าเรียบสงบ ไม่มีความตื่นตระหนกใด ๆ เลย

ฉีเหวินหยวนเคี้ยวเพียงคำเดียวก็หยุดทันที จากนั้นก็บ้วนขนมทิ้งลงในถ้วยข้างตัว

สีหน้าของเขามืดลงทันควัน

ไม่มีแม้แต่แววตาตกใจ...เขาแพ้ถั่วเหลือง นางก็รู้ดี ...หรือนางคิดจะปิดบังว่าตนไม่รู้จักเขาแม้เขาจะไร้ลมหายใจก็ตาม !

ริมฝีปากของเขาขบแน่นก่อนจะพูดเสียงเย็น

“ออกไปได้แล้ว ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า!”

หลี่อวี้เฟินชะงักไปทั้งตัว ใบหน้าเงยขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ

“เพคะ…”

นางไม่กล้าถามว่าเพราะเหตุใดถึงถูกไล่ นางรู้แค่เพียงว่า ดวงตาของเขาในเวลานั้น ไม่ได้เปิดโอกาสให้นางถามใด ๆ ทั้งสิ้น นางหมุนตัวแล้วรีบออกจากห้องด้วยฝีเท้าเร็ว แม้จะไม่กล้าวิ่ง แต่ร่างทั้งร่างกลับเร่งเดินเหมือนมีไฟไล่หลัง

ฉีเหวินหยวนมองแผ่นหลังของนางที่วิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังหลบหนีสิ่งน่ากลัว ในอกเขาร้อนผ่าว ความผิดหวังบีบคั้นหนักขึ้นจนแทบระเบิดออกมา

เขายกมือขึ้นทุบโต๊ะไม้ตรงหน้าเต็มแรง เสียงไม้แตกร้าวดังสะเทือนทั่วห้อง ก่อนโต๊ะจะหักครึ่งลงต่อหน้าต่อตา !

ลมหายใจหนักหน่วง เขากัดกรามแน่นแล้วตะโกนเสียงต่ำสั่งออกไป

“อวี่! เตรียมน้ำ ข้าจะอาบน้ำเดี๋ยวนี้!”

เสียงฝีเท้าด้านนอกดังขึ้นอย่างเร่งรีบ แต่ภายในห้องหนังสือ กลับเหลือเพียงเงาแผ่กว้างของชายผู้แบกความแค้น ความเจ็บใจ...และความรักเก่าที่คนตรงข้ามลืมเลือนไปจนหมดสิ้น

เมื่อกลับถึงเรือนพัก นางก็รีบหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วตรงไปเลี้ยงตัวให้น้ำเย็นชะล้างความเหนื่อยล้าออกจากร่าง แต่ก็ไม่อาจล้างความอึดอัดในใจได้อยู่ดี

“นางกำนัลหลี่!”

หลี่อวี้เฟินหันขวับไปตามเสียง เห็นอวี่ขันทีในชุดกลางคืนวิ่งมาอย่างเหนื่อยหอบที่เรือยพักของนางแต่ไกล

“อวี่ขันที?”

“เจ้า...เจ้าอยู่นี่เอง ข้าตามหาจนทั่ว” เขาหายใจเข้าเฮือกใหญ่ “ท่านอ๋อง...มีรับสั่งให้เจ้าไปพบเดี๋ยวนี้”

นางกะพริบตาปริบ ๆ “ข้า?”

“ใช่ เจ้านั่นแหละ”

“แต่...ท่านอ๋องไล่ข้าออกจากห้องหนังสือเมื่อครู่นี้เองนะเจ้าคะ…”

อวี่ขันทียักไหล่เล็กน้อย ทำหน้าปลง ๆ

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เจ้าคงเห็นเองว่าท่านอ๋องอารมณ์แปรปรวนได้ดั่งลม แล้วยิ่งไม่ค่อยให้ใครรับใช้ใกล้ชิดนัก นี่อยู่ดี ๆ ก็ไล่ แล้วก็ให้ข้าตามเจ้าอีก...ข้าก็งงเหมือนกัน”

หลี่อวี้เฟินถอนหายใจเงียบ ๆ ในใจ

นี่นางเป็นนางกำนัล...หรือเป็นของเล่นที่มีไว้ให้เขาเรียกใช้ตามอารมณ์กันแน่

“เจ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel