บทที่ 9 ได้ลูกน้องคนที่หนึ่ง
การมาถึงเรือนฝึกตนของเซี่ยอู๋ซวงในวันแรกก็สร้างความหวาดกลัวที่สลักลึกไว้ในหัวของบ่าวไพร่ หลังจากนั้นไม่มีใครกล้าเงยหน้ามองนางไม่ว่าจะเป็นยามเดินผ่านหรือนำอาหารมาส่งภาพที่เห็นมักจะผุดขึ้นมาเสมอ
ส่วนตัวของเซี่ยอู๋ซวงเมื่อผ่านค่ำคืนแรกไปได้อย่างสงบในวันรุ่งขึ้น ก็ลุกมาออกกำลังเบา ๆ เพื่อให้ร่างกายเริ่มคุ้นชินเป็นประจำทุกวันเช้าเย็น ซึ่งแต่ละวันจะใช้เวลาครั้งละสามเค่อแล้วค่อยเพิ่มเวลาไปทีละนิด
จนกระทั่งผ่านไปสิบวันเซี่ยอู๋ซวงคิดว่านางถึงเวลาค้นหาคนที่จะมาเป็นลูกน้องของตน ภายหลังออกกำลังกายและกินมื้อเช้าเสร็จจึงบอกลู่เจียให้ติดตามนางไปยังอำเภอชิงอัน
“แม่นมหลินท่านอยู่ดูแลบ่าวไพร่ที่นี่รอข้าส่วนลู่เจียนางจะตามข้าไปอำเภอชิงอัน วันนี้มีเรื่องบางอย่างที่ข้าต้องไปจัดการที่นั้น”
“บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะแต่คุณหนูต้องระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ”
“อืม ลู่เจียไปกันเถิด”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
ยามเซี่ยอู๋ซวงเดินลงมาถึงเชิงเขารถม้าคันเล็กที่นั่งมาเมื่อวานนี้มีบ่าวคนนึงนำมาจอดรอนางอยู่ก่อนแล้ว และการไปอำเภอชิงอันเซี่ยอู๋ซวงไม่คิดว่าความต้องการของนางจะได้มาโดยไม่ต้องตามหาให้เสียเวลา
รถม้าคันเล็กเก่า ๆ วิ่งผ่านเลยหน้าทางเข้าหมู่บ้านจุนหัวได้ไม่ไกล เซี่ยอู๋ซวงก็ได้ยินเสียงการทะเลาะและด่าทอผ่านโสตประสาทหูของนาง โดยเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งพูดบางคำออกมาทำให้นางต้องสั่งหยุดรถม้า
“ข้าไม่ไปพวกท่านจะทำกับข้าเช่นนี้ไม่ได้!”
“ฮึ่ย! ทำไมจะไม่ได้ตั้งแต่พ่อแม่ของเจ้าตายก็เป็นข้าที่เลี้ยงดูเจ้ามา ตอนนี้อายุเจ้าก็ถึงเวลาออกเรือนแล้วข้ากับลุงเขยของเจ้าอุตส่าห์หาสามีให้ เจ้าจะขัดขืนไม่ยอมไปแต่งเข้าบ้านว่าที่สามีได้อย่างไร”
“ใช่ พวกเขาเห็นแก่ที่เจ้ายังบริสุทธิ์ถึงให้ค่าสินสอดมาห้าตำลึงเงิน ถือเสียว่านี่เป็นการตอบแทนบุญคุณที่ข้ากับป้าของเจ้าเปลืองแรงมาหลายปี รีบไปได้แล้วอย่ามัวชักช้าอีกเลย”
“เลี้ยงดูข้างั้นเรอะ! ทั้งเงินเก็บและบ้านของพ่อแม่ข้าพวกเจ้าสองคนก็ยึดเอาไปหมดแล้ว ส่วนข้าต้องคอยทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำหาเงินมาให้ลูกชายเลว ๆ ของพวกเจ้าใช้ใครเลี้ยงดูใครกันแน่
วันนี้ข้าไม่มีทางทำตามที่พวกเจ้าสองคนต้องการต่อให้ข้าต้องตายกลายเป็นผี ข้าก็จะกลับมาหลอกหลอนและตามอาฆาตทำให้ตระกูลของเจ้าไม่มีวันเจริญรุ่งเรืองอีกต่อไป”
“หนอยย พูดดี ๆ ไม่เชื่อฟังต้องให้ข้าลงไม้ลงมือใช่ไหม หา! เพี๊ยะ!”
เพียะ! “คิดว่าเจ้าทำข้าได้ฝ่ายเดียวรึข้าก็มีมือมีเท้าเหมือนกัน”
หญิงสาวที่ถูกฉุดกระชากถูลู่ถูกังจนรองเท้าหลุดหายไปยามใดไม่รู้โต้กลับผู้เป็นลุงเขยอย่างสุดแรง พอสิ้นเสียงของฝ่ามือที่กระทบใบหน้าหนาเซี่ยอู๋ซวงก็เรียกลู่เจียทันที
“ลู่เจียหยุดรถม้า”
“เจ้าค่ะ หยุดรถม้าให้คุณหนูเดี๋ยวนี้”
รถม้าคันเล็กหยุดนิ่งตามคำสั่งของเซี่ยอู๋ซวงทำให้สองสามีภรรยาที่เพิ่งลงมือสั่งสอนหลานสาวต้องหยุดอยู่กับที่ไปด้วย พวกเขาไม่อยากให้ใครนำเรื่องนี้ไปพูดต่อจนพลาดเงินสินสอดห้าตำลึงเด็ดขาด
เซี่ยอู๋ซวงลงจากรถม้าเดินตรงไปยังคนทั้งสองที่บัดนี้ทำทีรักใคร่หลานสาวเสียเต็มประดา แต่สายตาเรียบนิ่งของเซี่ยอู๋ซวงกลับจับจ้องไปยังหญิงสาววัยใกล้เคียงกับตน
พอหยุดอยู่ห่างจากคนทั้งสามเพียงสามก้าวเสียงที่เปล่งออกมาอาจฟังดูไพเราะ แต่มันกลับแฝงไปด้วยไอสังหารอย่างรุนแรงสองสามีภรรยาแม้จะหวาดกลัว ตรงกันข้ามพวกเขากลับห่วงเงินสินสอดมากกว่าชีวิตตนเอง
นิ้วเรียวเสลายกขึ้นชี้ไปยังคนที่นางหมายตา “เจ้าอยากไปกับข้าหรืออยากถูกขายแลกเงินห้าตำลึงนั่น...”
ชิงเสวี่ยผู้ถูกเซี่ยอู๋ซวงเอ่ยถามตอบโดยไม่ต้องคิดทบทวนอันใดแล้ว “ข้าจะไปกับท่านข้าไม่อยากถูกขายเหมือนสัตว์ตัวหนึ่ง”
“ดีมาก แล้วสองคนนี้เจ้าคิดจะจัดการอย่างไรงั้นหรือ?”
คำถามนี้ของเซี่ยอู๋ซวงทำเอาชิงเสวี่ยหยุดนิ่งไปชั่วครู่คล้ายกำลังทำการตัดสินใจครั้งสำคัญ เมื่อไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนคำตอบของนางทำให้สองสามีภรรยาถึงกับขยับถอยหลังทันที
“ถ้าข้ามีอาวุธอยู่ในมือสองคนนี้จะต้องลงไปขอขมาท่านพ่อท่านแม่ของข้าในปรโลก...”
สิ้นเสียงตอบกลับของชิงเสวี่ยนางรู้สึกว่ามีบางอย่างผ่านหน้าตนเองไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็เป็นเสียงหนัก ๆ ที่กระทบกับพื้นดินด้านหลังพรึบ! จึก! จึก! อ่ะ ตุ้บ ตุ้บ
ร่างของสองสามีภรรยาที่ล้มลงพร้อมลมหายใจสุดท้ายเกิดจากเซี่ยอู๋ซวงเรียกเข็มฉีดยาพิษออกมา และใช้มันฉีดเข้าไปที่หัวใจโดยตรงซึ่งยาพิษดังกล่าวเป็นยาพิษชนิดร้ายแรงฆ่าคนได้ภายในหนึ่งลมหายใจ
“ความต้องการของเจ้าเป็นจริงแล้วจากนี้ไปชีวิตของเจ้าเป็นของข้า”
ตุ้บ “ขอบคุณคุณหนูที่ช่วยเหลือให้ข้าพ้นจากครอบครัวเห็นแก่ตัวชีวิตนี้ของข้าชิงเสวี่ยอยู่ในกำมือของท่าน ต่อให้ภายหน้าต้องเสี่ยงตายตัวข้าก็ยินดีทำเพื่อท่านเจ้าค่ะ”
“จงรักษาความรู้สึกโกรธแค้นของเจ้าเอาไว้ให้ดีความเมตตามีได้แต่อย่ามีพร่ำเพรื่อ ไม่เช่นนั้นมันจะย้อนกลับมาทำลายชีวิตของเจ้าเอง”
“คำสอนของคุณหนูบ่าวจดจำไว้ในใจแล้ว ว่าแต่คุณหนูจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ” ชิงเสวี่ยย่อมเข้าใจความหมายคำพูดของเซี่ยอู๋ซวงการเป็นคนดีมากเกินไปแม้แต่ญาติพี่น้องแท้ ๆ ยังทำร้ายกันได้
“ข้าจะไปอำเภอชิงอันเพื่อขายสมุนไพรหาเงินไว้ซื้อเสบียงสักหน่อย แต่ตอนนี้เจ้าควรจัดการศพของสองคนผัวเมียนั่นให้เรียบร้อยเสียก่อนนะ ข้าจะให้บ่าวช่วยเจ้าขุดหลุมด้านหลังป่าทึบเพื่อฝังพวกเขาก็แล้วกัน
ได้ยินที่พูดแล้วใช่ไหมอย่าลืมขุดหลุมให้ลึก ๆ ป้องกันกลิ่นเหม็นเน่าและการขุดคุ้ยของสัตว์ป่า หลังจัดการที่นี่เสร็จเจ้าช่วยพาชิงเสวี่ยกลับไปพบแม่นมหลินที่เรือนฝึกตนรอข้า”
“ขะ ขอรับคุณหนูสาม”
“ลู่เจียรีบไปอำเภอชิงอัน...”
“ได้เจ้าค่ะคุณหนู”
เซี่ยอู๋ซวงมีลู่เจียบังคับรถม้าพาเดินทางไปอำเภอชิงอันเพียงลำพัง ปล่อยให้บ่าวคนดังกล่าวที่ยังตัวสั่นไม่หายกับชิงเสวี่ยช่วยกันลากศพไปยังด้านหลังป่าทึบ แต่เครื่องมือการขุดดินไม่มีชิงเสวี่ยจึงอาสาไปหามาเอง
ชิงเสวี่ยแอบกลับเข้าหมู่บ้านโดยไม่ให้ใครเห็นจนหยิบจอบจากบ้านหลังที่อยู่ใกล้ที่สุดกลับมา นางกับบ่าวของเรือนฝึกตนช่วยกันขุดหลุมจนลึกพอจะฝังสองคนได้จนเสร็จและกลบดินให้เสมอกันก่อนจะจากไปเงียบ ๆ
