บทที่ 32 จดหมายกับของฝากถึงบิดาที่แสนดี 1/1
รถม้าคันเล็กที่มีแม่นมฟางนั่งอยู่ด้านในอย่างเย่อหยิ่งจองหอง เพราะคิดว่าตนคือบ่าวคนสนิทของฮูหยินเอกย่อมเหนือกว่าบ่าวไพร่ทั่วไป ส่วนด้านนอกรอบ ๆ รถม้ายังมีบ่าวไพร่บุรุษอีกสิบคนขี่ม้าตามมาเงียบ ๆ
ฟางอิ่งนั่งเชิดหน้าทำตัวประหนึ่งเจ้านายอีกคนของจวนตระกูลเซี่ย เพราะฮูหยินเอกให้ท้ายไม่ว่านางจะกลั่นแกล้งสาวใช้ในจวนก็ไม่เคยรับโทษ และที่นางอาสามารับเซี่ยอู๋ซวงกลับจวนเป็นเพียงการเอาใจเจ้านายเท่านั้น
รถม้าของฟ่านอิ่งใช้เวลาสองชั่วยามกว่าจะมาถึงเรือนฝึกตนแห่งนี้ นางลงจากรถม้าได้ก็พาบ่าวไพร่ขึ้นไปด้านบนเขาพอถึงบันไดขั้นสุดท้าย ด้วยอายุที่มากแล้วจึงถูกความเหนื่อยหอบเล่นงาน
นางจึงถือวิสาสะสั่งบ่าวไพร่ที่นี่ยกเก้าอี้และยกน้ำชามาให้นางดื่ม แต่ท่าทีของบ่าวไพร่กลับไม่มีใครสนใจทุกคนพากันหลบเลี่ยงอย่างรวดเร็ว สถานการณ์เช่นนี้สร้างความแปลกใจให้กับฟางอิ่งอย่างยิ่ง
“แฮ่ก ๆ ทำไมข้าต้องหาเรื่องเหนื่อยใส่ตัวเองด้วยนะไม่น่าเลยจริง ๆ ใครก็ได้เอาเก้าอี้กับน้ำชามาให้ข้าทีแล้วก็ไปตามเซี่ยอู๋ซวงมาพบข้าด้วย”
“...-...”
“เฮ้ คนพวกนี้เป็นอันใดกันไปหมดพวกเจ้าไม่ได้ยินที่ข้าสั่งหรือยังไง คิดจะขัดคำสั่งของนายท่านกับฮูหยินเอกงั้นรึ”
ฉางชุนบ่าวรับใช้ของเรือนฮูหยินเอกที่ติดตามฟางอิ่งมาก็รู้สึกได้ถึงความแปลกปลาดนี้เช่นกัน
“แม่นมฟางปกติคนที่อยู่ที่นี่ไม่เคยขัดคำสั่งมิใช่หรือทำไมวันนี้ถึง...”
“นั่นน่ะสิเป็นเพราะอะไรกันพวกมันถึงได้หลบหน้าข้าไม่ยอมทำตามคำสั่งเหมือนเดิม”
เซี่ยอู๋ซวงที่เพิ่งนักพักจากการฝึกท่าต่อสู้เสร็จยังมิทันเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ก็ได้รับรายงานจากบ่าวคนหนึ่งเรื่องที่ฟางอิ่งพาบ่าวไพร่มารออยู่ด้านหน้าลานกว้างของโถงรับรอง
“คะ คะ คุณหนูสามเจ้าคะแม่นมฟางนางพาบ่าวไพร่มาหลายคนกำลังนั่งรอท่านอยู่ด้านนอกเจ้าค่ะ”
ขวับ! “นังบ่าวชั่วนั่นพาคนมาที่นี่ได้คงเป็นคำสั่งของฮูหยินเอกแน่ ๆ คุณหนูเจ้าคะหรือว่า...” แม่นมหลินพูดกับเซี่ยอู๋ซวงอย่างหวั่นใจ
“คุณหนูท่านคงจำได้นะเจ้าคะว่าแม่นมฟางนางเป็นคนตัดเบี้ยหวัดที่เป็นของคุณหนูมาตลอดหลายปี ไม่เช่นนั้นคุณหนูคงไม่ผ่ายผอมเช่นนี้แม้แต่ผ้าที่ควรได้ทุกปีก็เป็นแค่ผ้าเก่า ๆ คุณหนูจึงไม่มีเสื้อผ้าชุดใหม่สวมใส่” ลู่เจียเคยไปทวงถามกับฟางอิ่งแต่นางก็ถูกไล่กลับมาทุกครั้ง
“โอ๋ว ไม่คิดเลยว่าฮูหยินเอกจะคิดถึงบุตรสาวอนุเช่นข้าเร็วเสียจริง ยังไม่ถึงหนึ่งปีก็ส่งบ่าวคนสนิทมาหาข้าด้วยตนเองเชียวหรือนี่ หึ ๆ ๆ”
“หรือว่าที่จวนจะมีเรื่องร้ายแรงนายท่านกับฮูหยินเอกถึงได้ส่งคนมารับคุณหนูกลับไปหรือไม่เจ้าคะ?” แม่นมหลินคิดในแง่ดีไม่ได้แล้วยามนี้
“ไม่ออกไปดูจะรู้ได้อย่างไรว่ายายแก่นั่นมาทำอันใดที่นี่”
เซี่ยอู๋ซวงเดินนำสาวใช้ของตนจากเรือนข้างมายังลานหน้าบันได เมื่อร่างคนอยู่ใกล้พอที่จะมองเห็นสายตาของนางก็จ้องมองที่แม่นมฟาง เนื่องจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมผุดขึ้นมาในหัว
เพราะฟางอิ่งเป็นหนึ่งในคนที่ดูถูกและเหยียบย่ำเซี่ยอู๋ซวงมากที่สุด ในตอนที่เซี่ยอู๋ซวงอายุเพียงแปดหนาวก็ได้ยินเต็มสองหูเรื่องที่ฟางอิ่งพูดว่า
‘เด็กอัปมงคลเช่นนี้เหตุใดไม่ตายตามแม่ของนางไปให้รู้แล้วรู้รอด นายท่านก็ใจดีเลี้ยงไว้ให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำเปลืองเบี้ยหวัดทำไมก็ไม่รู้’
คำพูดที่ดูถูกความเป็นคนของฟางอิ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการล้างแค้นให้เจ้าของร่างเดิม มุมปากของเซี่ยอู๋ซวงยกขึ้นช้า ๆ และก้าวเท้าตรงไปหาฟางอิ่งอย่างเงียบ ๆ
บ่าวไพร่ที่ยืนเข้าแถวอยู่ด้านหลังฟางอิ่งเหลือบไปเห็นเซี่ยอู๋ซวงก็มิได้คำความเคารพ เพราะคนเหล่านี้ล้วนเป็นคนจากตระกูลฮูหยินเอกทั้งสิ้น ฟางอิ่งเห็นเงาสีดำที่หยุดอยู่ห่างจากตนเพียงสองก้าวก็มองอย่างรังเกียจ
“เหอะ ดูท่าหลายเดือนมานี้เจ้าคงอยู่อย่างสุขสบายมากเกินไปสินะ รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ในจวนเลยสักนิด”
เซี่ยอู๋ซวงยังคงเงียบและเป็นแม่นมหลินที่ทนไม่ไหวกับความเย่อหยิ่งของฟางอิ่ง นางกล่าวตำหนิท่าทีที่ไม่ให้เกียรติเจ้านายของตนทันที
“นี่ฟางอิ่งเจอคุณหนูสามเหตุใดไม่ทำความเคารพเจ้าเป็นแค่บ่าวอย่าทำท่าทีจองหองพองขนให้มากนักนะ”
“เชอะ ให้ข้าทำความเคารพนางเด็กนี่เจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่หรือไง คนที่ทำให้แม่ตายทั้งไม่เป็นที่โปรดปรานของนายท่านแค่พูดปกติก็ดีเท่าไหร่ เจ้าเคารพนางเจ้าก็ทำเองสิมาว่าข้าทำไม”
ฟางอิ่งตอบอย่างไม่สะทกสะท้านพร้อมส่งสายตาดูแคลนเซี่ยอู๋ซวง แต่คำพูดจากน้ำเสียงเรียบ ๆ กลับทำเอานางรู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่ มีคำสั่งอันใดจากใต้เท้าเซี่ยมาถึงข้าจงรีบพูดซะ ข้าไม่ชอบคนพูดมากเพราะปากที่พ่นเรื่องไร้สาระมันเหม็นเกินไปหน่อย เกรงว่าคนของข้าคงอยากใช้น้ำล้างเท้ากรอกลงไปดับกลิ่น”
“เซี่ยอู๋ซวง! เจ้ากล้าพูดกับข้าเช่นนี้เชียวรึ...”
“พูด! ถ้ายังไม่พูดเจ้าจะไม่ได้พูดอีกตลอดไป”
“อึก...อะฮึ่ม นายท่านมีคำสั่งให้ข้ามารับเจ้ากลับจวนรีบไปเก็บของแล้วไปขึ้นรถม้าด้านล่าง”
“ใต้เท้าเซี่ยให้ข้ากลับไปทำไม?” นางรู้สึกว่าที่แม่นมหลินพูดไว้นั้นต้องเป็นเรื่องที่พี่สาวต่างมารดาทั้งสองไม่อยากทำเป็นแน่
“เจ้าจะถามให้มากความไปทะ...”
“อย่าให้ข้าต้องถามซ้ำเป็นครั้งที่สอง...”