บทที่ 3 กำเนิดเซี่ยอู๋ซวงคนใหม่ 1/3
เซี่ยจิ้งหยวนพูดเพียงแค่นั้นเขามองไปยังร่างของอนุคนโปรดอีกครั้ง และเดินจากไปโดยไม่หันกลับไปมองเรือนของซูเชี่ยนเชี่ยนหลังนี้อีกเลย ส่วนฮูหยินเอกเมื่อคล้อยหลังสามีนางก็มองร่างไร้วิญญาณอย่างเย้ยหยัน
นับแต่นั้นเป็นต้นมาเซี่ยอู๋ซวงก็ถูกเลี้ยงดูโดยบ่าวรับใช้ของมารดา แม้จะอยู่ในเรือนท้ายจวนแต่เบี้ยหวัดที่ควรได้ยังถูกส่งมาอย่างสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้มากมายเหมือนบุตรชายบุตรสาวที่เหลืออีกสี่คนก็ตาม
อย่างน้อยเบี้ยหวัดที่ได้ยังพอให้บ่าวทั้งสองใช้ดูแลคุณหนูตัวน้อยจนนางเติบโต ยามถึงวัยปักปิ่นไม่มีการจัดพิธีจากเรือนใหญ่แต่เซี่ยอู๋ซวงยังมีแม่นมหลินกับลู่เจีย ที่ทำงานเย็บปักหาเงินซื้อปิ่นไม้มาทำพิธีให้นาง
“คุณหนูของบ่าวงดงามมากเลยเจ้าค่ะ”
“ใช่เจ้าค่ะคุณหนูขนาดบ่าวเองยังอยากนั่งมองคุณหนูทั้งวันเจ้าค่ะ”
“พวกท่านสองคนชมข้าเกินไปแล้วนะ”
แต่การพูดคุยก็ต้องหยุดชะงักเมื่อแม่นมหลินและลู่เจียนึกถึงเรื่องที่ตระกูลเซี่ยจะจัดงานเลี้ยงน้ำชา ซึ่งงานครั้งนี้มีแขกเหรื่อจากตระกูลขุนนางมาเข้าร่วมมากมาย นางกลัวว่าคุณหนูของพวกตนจะถูกกลั่นแกล้ง
“คุณหนูเจ้าคะพรุ่งนี้ท่านไม่ต้องไปช่วยพวกบ่าวทำงานก็ได้เจ้าค่ะ บ่าวรู้สึกสังหรณ์ใจพิกลเกรงว่าจะเกิดเรื่องกับคุณหนู”
“คุณหนูท่านเชื่อที่แม่นมหลินบอกเถิดเจ้าค่ะ”
“โธ่ แม่นมหลินท่านคิดมากไปแล้วแขกเหรื่อที่มาร่วมงานเลี้ยงน้ำชา ไม่เคยมีใครเห็นหน้าข้ามาก่อนอีกอย่างดูการแต่งกายของข้าสิแทบไม่ต่างกับสาวใช้มิใช่หรือ คุณหนูผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายคงไม่มีใครทำอะไรข้าหรอก”
“แต่ว่า...”
“ท่านวางใจเถิดข้าจะช่วยงานอยู่ไกล ๆ ที่พวกท่านมองเห็นดีไหม”
“เฮ้อ ก็ได้เจ้าค่ะ”
แม้เซี่ยอู๋ซวงจะคิดในแง่ดีแต่ใครจะรู้ว่าลางสังหรณ์ของแม่นมหลินจะกลายเป็นเรื่องจริง และมันยังทำให้เจ้านายที่นางกับลู่เจียช่วยกันเลี้ยงดู ต้องมาตกตายด้วยน้ำมือคนในตระกูลตนเองทั้งที่ยังไม่มีโอกาสได้ออกไปดูโลกภายนอกเลยสักครั้ง
ในวันงานเลี้ยงน้ำชาจวนตระกูลเซี่ยได้ทำการต้อนรับองค์ชายสาม ซึ่งเซี่ยจิ้งหยวนเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนองค์ชายสามชิงตำแหน่งรัชทายาท เพียงแต่ตำแหน่งพระชายาข้างกายขององค์ชายสามถูกวางตัวไว้แล้ว
ดังนั้นเขาจึงสั่งให้ฮูหยินเอกคอยอบรมสั่งสอนบุตรสาวของอนุจ้าวอย่างเซี่ยหรูเยียน เพื่อให้บุตรสาวคนนี้ได้แต่งเข้าตำหนักขององค์ชายสามในตำแหน่งอนุชายา
แต่ด้วยนิสัยขี้อิจฉาของเซี่ยหรูเยียนที่นางจะเป็นได้เพียงแค่อนุชายา จึงคิดวางแผนกลั่นแกล้งว่าที่พระชายาขององค์ชายสามอย่างซ่งถิงถิงที่มาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้เช่นกัน
โดยเซี่ยหรูเยียนรู้ว่าเซี่ยอู๋ซวงจะต้องมาช่วยงานเหมือนสาวใช้คนอื่น จึงจงใช้ให้คนไปบอกนางว่าให้ยกสุราและอาหารที่เตรียมไว้มาส่งให้กับตน ซึ่งกำลังแสร้งพูดคุยอย่างเข้าอกเข้าใจซ่งถิงถิง
เมื่อเซี่ยอู๋ซวงยกถาดอาหารเข้ามาก็ถูกสาวใช้ของเซี่ยหรูเยียนขัดขา ส่งผลให้อาหารในถาดกระเด็นไปโดนเสื้อผ้าราคาแพงของซ่งถิงถิงทันที และเซี่ยหรูเยียนก็เริ่มกล่าวหาเซี่ยอู๋ซวงว่าอิจฉาตนเองที่ถูกบิดารักมากกว่าจนหาเรื่องมากลั่นแกล้งตนอย่างหน้าด้าน ๆ
กึก อ๊ะ! กรี้ดด!
“เจ้าเดินประสาอะไรดูสิทำเสื้อผ้าคุณหนูซ่งเลอะไปหมดแล้ว”
“ขออภัยคุณหนูซ่งข้าไม่ได้ตั้งใจ”
“เจ้าจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ได้เสื้อผ้าคุณหนูของข้าราคาหลายตำลึง เจ้าคงอิจฉาริษยาใช่ไหมถึงอยากแกล้งคุณหนูของข้าให้ขายหน้าคนในงาน” เสี่ยวฉุนสาวใช้ของซ่งถิงถิงต่อว่าเซี่ยอู๋ซวงส่วนมือก็เช็ดคราบอาหารไปด้วย
จู่ ๆ เซี่ยหรูเยียนก็เริ่มพูดให้ทุกคนได้ยินว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เป็นน้องสาวต่างมารดาของตนที่ตกตายไปนานแล้ว
“น้องหญิงสามข้ารู้ว่าเจ้าน้อยใจที่ท่านพ่อละเลยเจ้ามานานหลายปี แต่นี่เป็นงานเลี้ยงที่ท่านพ่อท่านแม่จัดขึ้นนะเหตุใดเจ้าถึงทำให้ท่านทั้งสองต้องอับอายด้วยล่ะ”
“พี่หญิงใหญ่ข้าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น...”
“ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้านะแต่คนเราจะทำอะไรก็ควรมีขอบเขต หากสิ่งที่เจ้าทำถูกคนเอาไปพูดในทางไม่ดีท่านพ่อจะเสียชื่อเสียงเอาได้นะ” เซี่ยหรูเยียนยังคงแสร้งพูดเตือนเซี่ยอู๋ซวงด้วยท่าทางเรียบร้อยอ่อนโยน