บทที่ 25 ขอข้าปรึกษาอาจารย์ก่อนนะ 1/2
ถงจิ่งเอ่ยถามบุรุษวัยใกล้เคียงกันซึ่งเขาเป็นฝ่ายลุกมานั่งข้าง ๆ เอง “พี่ชายไม่ทราบว่าท่านหมอเสิ่นที่พวกท่านพูดถึงฝีมือการรักษาเก่งมากรึ?”
“นั่นน่ะสิพวกข้าสองคนอยากรู้เพราะเจ้านายของข้ากำลังล้มป่วย แม้แต่หมอเก่ง ๆ ในเมืองหลวงยังไม่มีทางรักษาเลยนะ”
“โอ้ว พวกเจ้าสองคนมาถูกที่แล้วเพราะท่านหมอเสิ่นที่ข้าพูดถึงน่ะ คือบุตรชายของเถ้าแก่ร้านอาหารแห่งนี้อย่างไรล่ะ ถ้าอยากเชิญท่านหมอไปตรวจอาการป่วยนายท่านของเจ้าก็ลองถามพวกเขาเอาเองเถิด”
“จริงรึ! ขอบคุณพี่ชายมาก” ถงจิ่งส่งสายตาให้หลิงฉีแต่เขาไม่ลืมขอบคุณชาวบ้านที่เข้าไปสอบถาม
ทั้งสองคนลุกเดินไปถามเสิ่นฮั่นกับโจวชิงเรื่องที่อยากเชิญเสิ่นฮ่าวไปเมืองหลวงกับพวกตน
“เอ่อ เถ้าแก่พวกข้าได้ยินว่าบุตรชายของท่านเป็นหมอและรักษาอาการป่วยให้ชาวบ้าน บังเอิญว่าเจ้านายของพวกข้ากำลังล้มป่วยอยู่เช่นกันแต่ท่านหมอหลายคนต่างพากันส่ายหน้าทั้งสิ้น
ไม่ทราบว่าหากจะเชิญบุตรชายของเถ้าแก่ไปช่วยรักษาเจ้านายข้าที่เมืองหลวงจะได้หรือไม่ ถ้าสามารถรักษาให้หายป่วยได้ละก็มีรางวัลใหญ่มอบให้เป็นการตอบแทนด้วยนะ”
“ใช่แล้วเถ้าแก่รางวัลที่ตั้งไว้สูงถึงหนึ่งพันตำลึงทองไหนจะที่ดินแม้แต่เครื่องประดับหรือผ้าไหมชั้นเลิศมากมาย สิ่งเหล่านี้จะตกเป็นของบุตรชายท่านทันทีที่เจ้านายของพวกข้าหายป่วย” ถงจิ่งบอกเล่าถึงรางวัลที่ซูเต๋อเฟยตั้งเอาไว้แต่เขาคิดว่าซูกั๋วกงย่อมตกรางวัลเพิ่มเป็นแน่
เสิ่นฮั่นไม่กล้ารับปากเพราะเรื่องนี้ต้องให้เสิ่นฮ่าวบุตรชายของตนตัดสินใจ ว่าจะตามพวกถงจิ่งไปรักษาคนในเมืองหลวงได้หรือไม่
“น้องชายข้ากับภรรยาให้คำตอบพวกเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ อย่างไรลองถามบุตรชายข้าเอาเองเถิดเขานั่งกินข้าวอยู่ด้านในน่ะ”
“เช่นนั้นพวกข้าขออนุญาตไปพบบุตรชายเถ้าแก่สักประเดี๋ยวนะ”
ถงจิ่งกับหลิงฉีเดินอ้อมเข้าไปด้านในที่มีโต๊ะขนาดเล็กและที่โต๊ะนั่นมีเสิ่นฮ่าวกำลังกินอาหารจากฝีมือมารดา พอรู้สึกตัวว่ามีคนเดินเข้ามาจึงหยุดตะเกียบในมือเอาไว้ “พวกท่านสองคนเป็นใครมีอะไรกับข้างั้นหรือ?”
“ท่านหมอเสิ่นข้าจะไม่อ้อมค้อมได้ยินว่าท่านมีฝีมือด้านการแพทย์ เป็นไปได้หรือไม่ที่ท่านจะไปเมืองหลวงเพื่อรักษาอาการป่วยเจ้านายของข้า” ถงจิ่งไม่อยากให้ฉีอ๋องต้องทรมานกับพิษร้ายนานไปกว่านี้
“ใช่ ๆ ๆ ถ้าท่านหมอเสิ่นสะดวกก็ตามพวกข้าไปเมืองหลวงวันนี้เลย อาการป่วยเจ้านายของพวกข้ารอนานไม่ได้อีกแล้ว” หลิงฉีเอ่ยย้ำกับเสิ่นฮ่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
เสิ่นฮ่าวมองดวงตาของถงจิ่งกับหลิงฉีสลับกันไปมาและแน่ใจว่าทั้งสองไม่ได้โกหก แต่เรื่องนี้เขาต้องกลับไปถามความเห็นของอาจารย์อย่างเซี่ยอู๋ซวงเสียก่อน
“ข้าก็พอรักษาคนได้อยู่หรอกนะแต่จะให้ดีข้าขอปรึกษากับอาจารย์แล้วค่อยให้คำตอบพวกท่านได้ไหม?”
“อาจารย์หรือ?/ ต้องถามด้วยหรือ?”
“ต้องถามสิเพราะฝีมือด้านการแพทย์ของข้ายังห่างชั้นกับอาจารย์อีกหลายขุมเชียวล่ะ ดีไม่ดีถ้าเจ้านายของพวกท่านสองคนได้รับการรักษาจากอาจารย์ของข้า ร่างกายจะกลับมาแข็งแรงอยู่จนอายุถึงร้อยปีก็เป็นได้” เสิ่นฮ่าวยกย่องบูชาเซี่ยอู๋ซวงยิ่งกว่าเทพเซียนเสียอีก
“ได้ เช่นนั้นท่านหมอเสิ่นพาพวกข้าไปพบอาจารย์ของท่านเดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร” ในเมื่อโอกาสมาถึงถงจิ่งย่อมไม่ปล่อยผ่านไปง่าย ๆ
“ไปสิ ข้ากำลังจะกลับเรือนของอาจารย์ที่อยู่ใกล้ ๆ หมู่บ้านจุนหัว ว่าแต่ข้าควรเรียกพวกท่านว่าอะไรดีล่ะ”
“อ้อ ดูสิมัวแต่คุยจนลืมเรื่องชื่อไปเสียสนิทท่านหมอข้ามีชื่อว่าถงจิ่งส่วนสหายของข้าชื่อหลิงฉี”
“นี่ก็จะเข้ายามเว่ยแล้วพวกท่านตามข้ามาเถิด”
เสิ่นฮ่าวยังคงเก็บอาการได้ดีเขามิได้แสดงท่าทีตื่นเต้นยามได้ยินว่า เจ้านายของบุรุษทั้งสองกำลังป่วยเป็นโรคร้ายที่ไม่มีใครยอมไปรักษาให้ แต่ความตื่นเต้นนี้กลับกลายเป็นความตกใจเข้ามาแทนเมื่อได้รู้ชื่อคนที่จะไปรักษาว่าคือใคร