บท
ตั้งค่า

บทที่ 20 กัดไม่ปล่อย 1/1

ด้านซูเฉียนฟานที่ได้รับคำสั่งให้สืบหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องที่ฉีอ๋องผู้มีศักดิ์เป็นหลานชายร่วมกับแม่ทัพฉิน หลังจากปิดล้อมวังหลวงเพื่อตามหาคนร้ายพวกเขาพบเพียงขันทีคนหนึ่งที่มียาพิษซ่อนไว้แต่ได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว

เมื่อถวายรายงานให้ฮ่องเต้ทรงทราบก็ทรงไม่พอพระทัยอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถระบุตัวผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ร้ายในวันนี้ได้ชัดเจน แม้ว่าฮ่องเต้จะทรงมั่นพระทัยถึงเจ็ดส่วนว่าเกี่ยวกับโอรสคนอื่นก็ตาม

ต่อให้เบาะแสขาดหายแต่ฮ่องเต้ยังทรงกำชับแม่ทัพทั้งสองอีกครั้ง ว่าอย่างไรก็ต้องตามสืบต่อไปอย่างลับ ๆ ถึงต้องใช้เวลาขอเพียงจับคนร้ายได้แล้วค่อยลงโทษก็ยังไม่สาย

ภายหลังออกจากวังหลวงมาถึงครึ่งทางแม่ทัพใหญ่ซูรู้สึกไม่วางใจ ด้วยเกรงว่าคนร้ายอาจลอบเอาชีวิตหลานชายคนนี้ของตนซ้ำก็เป็นได้ ซึ่งท่าทางดังกล่าวลูกน้องคนสนิทย่อมสังเกตเห็นได้อย่างง่ายดาย

“ท่านแม่ทัพเป็นห่วงท่านอ๋องหรือขอรับ” วั่งจินถามเช่นนี้เพราะเขาก็รู้สึกเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของฉีอ๋องเช่นกัน

“อืม ข้ารู้สึกไม่สบายใจเกรงว่าคนร้ายพวกนั้นจะไม่ยอมปล่อยฉีอ๋องมีชีวิตเพื่อแย่งความโดดเด่นกับองค์ชายคนอื่น ๆ น่ะสิ”

“เช่นนั้นพวกเราแวะไปเยี่ยมฉีอ๋องที่ตำหนักสักหน่อยดีไหมขอรับ”

“ไปเยี่ยมน่ะข้าไปแน่แต่เจ้าวั่งจินรีบไปตามคนของตระกูลซูมาเพิ่มอีกหนึ่งร้อยคน ถ้าไม่มีเหตุการณ์อย่างที่ข้าคิดก็ถือว่าเป็นการตรวจตราความปลอดภัยรอบตำหนักฉีอ๋อง รีบไปรีบมาอย่าได้ชักช้า”

“รับทราบขอรับท่านแม่ทัพ” วิ่งจินรับคำสั่งก็ควบม้าแยกไปยังทิศที่จวนตระกูลซูตั้งอยู่อย่างรวดเร็ว

“จิ่วโยวเจ้าตามข้าไปตำหนักฉีอ๋อง”

“ขอรับท่านแม่ทัพ”

แม่ทัพใหญ่ซูกับจิ่วโยวเร่งควบม้าไปยังตำหนักของฉีอ๋องที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองหลวง ยามไปถึงทั้งสองคนพบว่าฉู่เหยียนผู้เป็นสหายเพียงคนเดียวของฉีอ๋องกำลังสั่งการทหารอยู่หน้าตำหนักพอดี

“คุณชายฉู่ก็อยู่ที่นี่หรอกหรือ”

“อ้าว คารวะท่านลุงซูท่านเพิ่งกลับมาจากวังหลวงหรือขอรับ”

“ใช่แล้วแต่เบาะแสของคนร้ายขาดหายไปทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้วมาก ว่าแต่เจ้ากำลังทำอันใดอยู่แล้วฉีอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง” แม่ทัพใหญ่ซูไม่วายถามถึงอาการบาดเจ็บของฉีอ๋องกับฉู่เหยียน

“เฮ้อ ตอนนี้ได้ยาต้านพิษจากท่านหมอถานทำให้อาการเจ็บปวดทุเลาไปบ้างแล้วขอรับ ข้าก็เลยให้จิ้งเซวียนนอนพักและออกมากำชับเหล่าทหารเรื่องการตรวจตรารอบ ๆ ตำหนักขอรับท่านลุงซู”

แม่ทัพซูพยักหน้าชื่นชมการระวังตัวของฉีอ๋องและความเฉลียวฉลาดของสหายอย่างฉู่เหยียน ก่อนจะเอ่ยขอตัวเข้าไปเยี่ยมฉีอ๋องในเรือนนอน เมื่อมองเห็นหลานรักผู้องอาจต้องกลายเป็นคนตาบอดก็อดเศร้าใจไม่ได้

ขณะที่แม่ทัพใหญ่ซูกำลังยืนมองฉีอ๋องที่เพิ่งนอนหลับอยู่เงียบ ๆ ทันใดนั้นกลับมีบางอย่างพุ่งทะลุผ่านอากาศเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว โดยเป้าหมายคือคนที่นอนอยู่บนเตียงหลังใหญ่อย่างชัดเจน

แต่ด้วยสัญชาตญาณทำให้ฉีอ๋องลุกขึ้นพร้อมกับมือที่คว้าผ้าห่มมาเป็นโล่กำบังอาวุธร้าย ส่วนแม่ทัพใหญ่ซูชักดาบออกมาปัดป้องลูกธนูที่หมายสังหารเจ้าของตำหนักจนร่วงเต็มพื้นเช่นกัน

“จิ้งเซวียน!”

“ข้าไม่เป็นอะไรท่านลุงท่านระวังตัวด้วย”

สิ้นเสียงการสนทนาสั้น ๆ เสียงอาวุธกระทบกันด้านนอกก็ดังตามมา มู่กวงรับมือนักฆ่าอยู่ด้านนอกและให้จิ่วโยวพาฉู่เหยียนเข้ามาดูแลฉีอ๋อง แต่จำนวนนักฆ่าที่ถูกส่งมามีจำนวนไม่น้อยบางคนจึงบุกเข้ามาในห้องได้

เงาดำหลายสายก็พุ่งเข้ามาจากด้านนอกพร้อมกับหน้าต่างถูกถีบแตกกระจาย ชายชุดดำปิดหน้านับสิบคนทะยานเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว ทุกคนถือดาบอันคมกริบเป้าหมายเดียวคือการสังหารฉีอ๋อง

เคร้ง! ฉัวะ! “คุณชายฉู่ดูแลท่านอ๋องด้วยขอรับ”

“คุณชายฉู่ฝากจิ้งเซวียนด้วยอีกประเดี๋ยวกำลังคนจากตระกูลซูคงมาถึงในไม่ช้า” แม่ทัพใหญ่ซูเอ่ยกำชับฉู่เหยียนก่อนจะรับมือนักฆ่าที่กำลังพยายามจะฝ่าเข้าไปสังหารฉีอ๋อง

เสียงของอาวุธปะทะกันดังสนั่นทั่วตำหนักทั้งภายในและภายนอก เคร้ง! ฉัวะ! เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นนักฆ่ากลุ่มนี้ชัดเจนว่ามุ่งเป้าไปที่ฉีอ๋องเพียงคนเดียวเท่านั้น

ฟึ่บ! นักฆ่าคนหนึ่งอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งทะลุวงล้อมและกระโดดข้ามเตียงไปอย่างรวดเร็ว ดาบที่คมกริบพุ่งตรงไปยังฉีอ๋องแต่ยังดีที่ฉู่เหยียนอยู่ข้าง ๆ จึงใช้พัดเหล็กสกัดกั้นไว้ได้ทัน

แต่ด้วยฝีมือการต่อสู้มิได้เก่งกาจฉู่เหยียนจึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ดังนั้นฉีอ๋องแม้จะมองไม่เห็นแต่สัญชาตญาณที่ฝึกฝนมาตลอดหลายปี เขาอาศัยการฟังเสียงความเคลื่อนไหวทำให้เบี่ยงตัวพร้อมตอบโต้กลับไป

ถึงแม้จะหลบได้แต่ว่าปลายดาบของอีกฝ่ายก็ยังเฉือนโดนผิวหนังตรงหน้าท้องเป็นทางยาว เนื่องจากจับความเคลื่อนไหวได้ฉีอ๋องจึงคว้าพัดในมือของสหายมาเป็นอาวุธสังหารนักฆ่าได้ในพริบตา

ฉัวะ! ฉึก! อั่ก ตุ้บ

“จิ้งเซวียน! เจ้าบาดเจ็บแล้ว”

“อึก...แค่ก ๆ ๆ เพราะพิษร้ายในร่างกายทำให้พลังภายในลดลง”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel