บทที่ 17 แพ้แล้วอย่าคิดเบี้ยวเงินข้า 1/2
ลูกจ้างของโรงหมอที่เห็นเสิ่นฮ่าวตั้งแต่แรกได้วิ่งไปตามเถากู่หลิน ถึงการมาของอดีตหมอฝึกหัดและคนป่วยที่ถูกปฏิเสธการรักษาจากที่นี่ เถากู่หลินที่รวมหัวกับไป๋จิ้งเรื่องยาไม่มีคุณภาพเดินออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจ
“โย่ว ก็นึกว่าใครมาส่งเสียงดังรบกวนการทำมาหากินของข้าที่นี่ ที่แท้ก็หมออวดรู้กับคนพิการที่เชื่อคำพูดไร้สาระของสตรีเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นคนนั้นนี่เอง”
“เถ้าแก่เถาวันนี้พวกเขากลับมาถ้านางต้องตัดมือทิ้งไปหนึ่งข้างจริงคงน่าเสียดายแย่เลยนะ หึ ๆ ๆ” ไป๋จิ้งเห็นว่าเซี่ยอู๋ซวงมีใบหน้างดงามไม่น้อยหากเปลี่ยนจากการตัดมือเป็นอย่างอื่นคงดีกว่าเป็นไหน ๆ
เจียงหมิ่นที่ไพล่มือขวาไว้ด้านหลังถึงกับกำมันเข้าหากันเอาไว้แน่น เมื่อต้องอดทนฟังคำดูถูกที่เถากู่หลินและไป๋จิ้งมีต่อเจ้านายหมาด ๆ ของตน แต่เสิ่นฮ่าวไม่ใช่เขาไม่สนใจแต่พูดเข้าเรื่องการท้าทายทันที
“เชอะ พวกหลงตัวเองคิดว่าตนเก่งกาจในการรักษาคนมากกระมัง ข้าจะบอกอะไรให้นะวันนี้คนที่เป็นฝ่ายชนะการพนันคืออาจารย์ของข้าผู้นี้”
เถ้าแก่เถาแค่นหัวเราะเยาะอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมว่ามือของเจียงหมิ่นไม่มีทางรักษาให้หายได้แน่ “เหอะ เด็กน้อยโรงหมอในอำเภอชิงอันแห่งนี้มีใครไม่รู้บ้างว่า มือขวาของเจ้าหมอนี่ไม่มีทางรักษาได้ถึงแม้เจ้าจะช่วยให้มันขยับได้เล็กน้อยแต่นั่นไม่เรียกว่าหายหรอกนะ”
เซี่ยอู๋ซวงมิได้มีท่าทางหวั่นไหวกับคำพูดของเถากู่หลินหรือไป๋จิ้ง นางยืนนิ่งอย่างมั่นคงสีหน้าเรียบเฉยแววตาจ้องมองสองคนตรงหน้านิ่ง ๆ ก่อนมุมปากได้รูปจะยกยิ้มคล้ายเยาะเย้ยความคิดของอีกฝ่าย
หากเป็นเมื่อก่อนนางไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความกับคนเช่นนี้ เพราะฝีมือการรักษาของนางคืออันดับหนึ่งมาเสมอ แต่กับพวกหัวโบราณถ้ายังนิ่งเฉยนั่นถือว่าเปิดโอกาสให้ตนเองถูกรังแกมากขึ้นเท่านั้น
“ขออภัยวันนี้ข้าไม่ได้มาฟังคำสั่งสอนจากคนที่ไม่มีจรรยาบรรณของความเป็นหมอรักษาชีวิตคน เจียงหมิ่นเจ้าจงช่วยยืนยันคำพูดของข้าทีว่ามือของเจ้ากลับมาใช้ได้เหมือนเดิมหรือไม่...”
“ขอรับคุณหนู เสิ่นฮ่าว...”
เสิ่นฮ่าวที่ถือดาบไว้ในมือรีบโยนมันให้กับเจียงหมิ่นทันทีที่อีกฝ่ายเรียกชื่อของตน โดยไม่รู้ว่าการกระทำของเขาเป็นจังหวะเดียวกับการมาของบิดามารดา ซึ่งจำเรื่องที่บุตรชายเคยบอกกับพวกเขาสองคนเอาไว้พอดี
“พี่เจียงรับไป!”
หมับ! “ขอบใจ”
เจียงหมิ่นรับดาบอย่างแม่นยำก่อนจะใช้มือขวาชักดาบออกจากฝัก ตามด้วยการตวัดดาบไปกลางอากาศด้วยท่วงท่าการรำดาบให้ทุกคนได้ดู ดาบอันคมกริบในมือของเจียงหมิ่นฟาดฟันไปมากลางอากาศอย่างรวดเร็ว
ทุกคนอ้าปากค้างกับท่าสุดท้ายเมื่อเจียงหมิ่นสะบัดดาบกลับเข้าฝักด้วยมือขวา ซึ่งการเคลื่อนไหวนี่ช่างลื่นไหลราวกับไม่เคยพิการมาก่อน เถ้าแก่เถากับไป๋จิ้งถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
โดยเฉพาะไป๋จิ้งเขาพึมพำเสียงสั่นกับภาพที่เห็นเต็มสองตาเวลานี้ “ปะ ปะ เป็นไม่ได้...เส้นเอ็นที่ขาดไปนานแล้วจะรักษาจนหายดีได้อย่างไร”
เซี่ยอู๋ซวงก้าวเข้าไปหาเถ้าแก่เถากับไป๋จิ้งช้า ๆ ก่อนจะทวงถามถึงของพนันที่พวกเขาสองคนได้รับปากไว้ “เป็นอย่างไรตอนนี้พวกท่านสองคนรวมถึงชาวบ้านทุกคนที่นี่ก็เห็นด้วยตาแล้วว่า มือที่มีคนบอกไม่อาจรักษาได้แต่ข้ากลับทำให้กลับมาถือดาบได้อีกครั้ง นั่นหมายความว่าข้าคือผู้ชนะ...”
“เถ้าแก่เถา ท่านหมอไป๋จิ้ง พวกท่านสองคนก็เห็นแล้วนะว่าพี่เจียงได้อาจารย์ของข้ารักษาจนหายดี ตอนนี้พวกท่านควรจ่ายเงินที่รับคำท้าไว้ได้หรือยัง หนึ่งพันตำลึงเงินเชียวนะเถ้าแก่เถาอย่าได้ขาดแม้แต่อีแปะเดียว” เสิ่นฮ่าวรีบทวงเงินให้กับอาจารย์ของตนต่อหน้าชาวบ้านทันที
เถ้าแก่เถาเริ่มหน้าเจื่อนเมื่อคิดว่าตนต้องเสียเงินตั้งหนึ่งพันตำลึง จึงคิดจะพลิกลิ้นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล่นสนุก แต่ยังไม่ได้ทันเอ่ยคำใดเสียงข่มขู่ที่ฟังแล้วเหมือนถูกคมมีดมาจ่อคอก็ดังดักทางไว้เสียก่อน
“อย่าบอกนะว่าคิดจะเบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงิน...” น้ำเสียงของเซี่ยอู๋ซวงที่ยืนอยู่ใกล้เถ้าแก่เถามากที่สุดมันแสนเย็นชา ยิ่งแววตาของนางที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายคล้ายกำลังทำสงครามจิตวิทยาก็มิปาน
“คะ คะ ใครบอกว่าข้าจะเบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงินตามที่รับคำท้ากับเจ้า ที่ข้าเงียบก็แค่กำลังนึกว่าเก็บเงินไว้ที่ไหนแค่นั้นเอง ปะ ปะ ไป๋จิ้งเจ้ารีบไปเอาตั๋วเงินมาให้นางสิ” เถ้าแก่เถาที่ขาสั่นจนยืนแทบไม่อยู่รีบสั่งไป๋จิ้งไปนำตั๋วเงินมามอบให้เซี่ยอู๋ซวง
ไป๋จิ้งไม่กล้าคัดค้านหรือทักท้วงเพราะบรรยากาศรอบตัวเซี่ยอู๋ซวง มันชวนให้ขนหัวลุกทั้งที่นางพูดเพียงไม่กี่คำแต่กลับทำให้คนเกรงกลัวได้ ไป๋จิ้งวิ่งเข้าวิ่งออกด้วยความเร็วพร้อมกับมีตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงอยู่ในมือ
“นะ นะ นี่ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงเงิน...” มือของไป๋จิ้งที่ยื่นตั๋วเงินให้เซี่ยอู๋ซวงถึงกับสั่นเทา
“หึ ก็แค่นี้ต่อไปอย่าอวดอ้างว่าตนเป็นหมอที่เก่งกาจอีกเข้าใจไหม รู้จักซื่อสัตย์กับการเป็นหมอที่ดีบ้างล่ะ” เสิ่นฮ่าวดึงตั๋วเงินจากมือของไป๋จิ้งก่อนจะส่งต่อให้อาจารย์ของตนอย่างนอบน้อมอีกทอด
เซี่ยอู๋ซวงมองตั๋วเงินในมือก็สั่งผู้ติดตามทั้งสองว่าจะไปที่ใดต่อจากนี้ “ไปตลาดซื้อเนื้อและวัตถุดิบอย่างอื่นด้วยก็แล้วกัน”
“ได้ขอรับคุณหนู”
“อาจารย์กลับถึงเรือนศิษย์ขอคำชี้แนะจากท่านด้วยนะขอรับ”
เซี่ยอู๋ซวงพยักหน้าเป็นคำตอบให้กับเสิ่นฮ่าวและเดินไปขึ้นรถม้าท่ามกลางเสียงฮือฮาของชาวบ้าน ซึ่งรวมถึงบิดามารดาของเสิ่นฮ่าวที่ยามนี้พวกเขาเชื่อแล้วว่า อีกไม่นานบุตรชายจะต้องเป็นหมอมีชื่อเสียงแน่นอน
ส่วนเถ้าแก่เถากับไป๋จิ้งที่เกร็งไปทั้งร่างตอนอยู่ต่อหน้าเซี่ยอู๋ซวง คล้อยหลังนางเดินขึ้นรถม้าไปแล้วถึงกับล้มตัวลงกับพื้นโดยไร้คำพูดใด ๆ นอกจากเสียงพูดคุยของชาวบ้านที่ชื่นชมถึงทักษะการแพทย์ของเซี่ยอู๋ซวง
บางคนถึงกับตั้งใจไว้ว่าหากล้มป่วยจะไปขอพบนางที่เรือนฝึกตน เพื่อขอให้นางช่วยรักษาโรคต่อให้นางเรียกเงินค่ารักษาแพงแค่ไหนก็ยอมจ่าย เพราะตัวอย่างการรักษาก็มีให้เห็นเป็นประจักษ์แล้วนั่นเอง