บท
ตั้งค่า

บทที่ 14 การรักษาที่น่าอัศจรรย์ 1/1

เสิ่นฮ่าววิ่งกลับมายังร้านอาหารเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนถนนสายหนึ่ง ซึ่งบนถนนเส้นนี้มีร้านรวงและโรงเตี๊ยมราคาไม่แพงมากเปิดขึ้นประปราย บิดามารดาของเสิ่นฮ่าวรู้สึกว่าวันนี้บุตรชายมีท่าทางแปลก ๆ

“ท่านพ่อ ท่านแม่”

“อ้าว ฮ่าวเอ๋อร์ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ?”

“นั่นสิ มิใช่ว่าเจ้ากำลังเรียนรู้กับท่านหมอคนอื่นอยู่หรอกหรือลูกแม่”

“ท่านพ่อ ท่านแม่ โรงหมอหวนชุนไม่ได้ดีอย่างที่พวกท่านคิดเลย วันนี้ข้าถูกไล่ออกเพราะเปิดโปงเรื่องที่พวกเขาใช้ยาไม่มีคุณภาพรักษาคน” เสิ่นฮ่าวไม่อยากโกหกบิดามารดาจึงเลือกที่จะพูดความจริง

เสิ่นฮั่นได้ยินจากปากของบุตรชายถึงสาเหตุที่กลับมาเร็วกว่าทุกวันก็ตกใจไม่น้อย “อะไรนะ! นี่พวกเขากล้าหลอกลวงชาวบ้านเชียวรึ”

“ข้าก็ว่าแล้วเชียวทำไมตอนนั้นที่ไปซื้อยาสมุนไพรกลับมาต้มกินเอง กินเท่าไหร่ก็รู้สึกแย่เหมือนเดิมหากฮ่าวเอ๋อร์ไม่เปลี่ยนยาชุดใหม่ให้กินละก็ ป่านนี้ข้าคงไม่ได้มายืนขายอาหารแล้วก็เป็นได้พวกสารเลว” โจวชิงไม่คิดว่าการที่นางยอมกินยาที่บุตรชายเปลี่ยนให้ยังดีกว่ายาขอโรงหมอหลายเท่า

“แต่พวกท่านไม่ต้องห่วงตอนที่เกิดเรื่องมีคนยื่นมือมาช่วยข้าเอาไว้ ที่สำคัญข้ายังกราบคนผู้นั้นเป็นอาจารย์ด้วยขอรับ”

เสิ่นฮั่นกับโจวชิงมองหน้ากันงง ๆ ว่าบุตรชายไปกราบคนที่ช่วยเหลือเป็นอาจารย์ได้อย่างไร แต่เสิ่นฮ่าวไม่ปล่อยให้บิดามารดาต้องสงสัยนานเขาบอกเกี่ยวกับเซี่ยอู๋ซวงให้ทั้งสองได้ทราบทันที

“อ้อ คนที่ช่วยข้านางมีความรู้เรื่องการแพทย์และยังยืนยันกับข้าว่า ภายในไม่กี่เดือนข้าจะกลายเป็นหมอที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างแน่นอนขอรับ และที่ข้ารีบมาหาพวกท่านสองคนเพื่อบอกเรื่องนี้ รวมถึงจะเก็บสัมภาระตามไปเรียนวิชาแพทย์กับอาจารย์ที่เรือนฝึกตนตระกูลเซี่ยขอรับ”

“เดี๋ยวนะฮ่าวเอ๋อร์แล้วคนที่เจ้ากราบเป็นอาจารย์น่าเชื่อถือจริงหรือ? อีกอย่างเจ้าบอกว่านางอยู่ที่เรือนฝึกตนตระกูลเซี่ยเช่นนั้นก็หมายความว่า อาจารย์ของเจ้าเป็นถึงคุณหนูตระกูลขุนนางในเมืองหลวงเชียวนะลูกพ่อ” เสิ่นฮั่นเคยได้ยินเกี่ยวกับเรือนฝึกตนตระกูลเซี่ยมาบ้างแต่ว่าที่นั่นไม่น่าจะให้คนนอกเข้าไปวุ่นวายได้เลย

“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงอาจารย์ของข้านางเป็นคนที่เด็ดขาดมากเลยนะ อีกสามวันนางจะพาพี่เจียงหมิ่นที่เส้นเอ็นข้อมือถูกทำลายไปโรงหมอหวนชุน เพื่อพิสูจน์ว่าแค่เส้นเอ็นขาดนางก็สามารถทำการรักษาให้หายดีได้เช่นเดิม ถ้าพวกท่านไม่เชื่อก็ไปดูด้วยตาตนเองได้นะขอรับ” เสิ่นฮ่าวพูดถึงเรื่องนี้เขาก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

“เอาล่ะ ๆ แม่กับพ่อไม่เคยห้ามเรื่องที่เจ้าอยากเรียนวิชาแพทย์นะ แต่เจ้าอย่ามั่นใจว่าตนเองจนเกินไปอาจมีคนที่เก่งกว่าเจ้าก็เป็นได้”

“ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านแม่ เช่นนั้นข้าขอตัวไปเก็บเสื้อผ้าก่อนจะได้รีบตามไปพบอาจารย์ขอรับ”

“ไปเถอะ ๆ เดี๋ยวแม่กับพ่อจะเตรียมของกินให้เจ้านำไปที่นั่นด้วย”

“ขอบคุณขอรับท่านแม่”

เสิ่นฮ่าวเก็บเสื้อผ้าไม่กี่ชุดของตนอย่างรวดเร็วและมารับอาหารที่มารดาทำไว้ให้ ก่อนจะรีบไปยังลานจอดเกวียนวัวรับจ้างหน้าประตูทางเข้าอำเภอชิงอัน เพื่อนั่งเกวียนที่จะผ่านเส้นทางนั้นไปยังเรือนฝึกตนตระกูลเซี่ย

ขณะเดียวกันเซี่ยอู๋ซวงกับลู่เจียก็พาเจียงหมิ่นกลับมาถึงเรือนฝึกตน เจียงหมิ่นช่วยลู่เจียและบ่าวไพร่อีกสองสามคนนำผ้าพับลงจากรถม้า จากนั้นก็ตามเจ้านายที่อายุน้อยกว่าตนนับสิบปีขึ้นไปยังเรือนด้านบนเขา

แม่นมหลินที่ได้เจอชิงเสวี่ยรวมถึงคำบอกเล่าของบ่าวที่ติดตามเจ้านายของตนไป ก็พาชิงเสวี่ยไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและมายืนรอเซี่ยอู๋ซวงที่หน้าเรือนด้วยกัน

“คุณหนูไม่เป็นอันใดนะเจ้าคะ” แม่นมหลินถามอย่างเป็นห่วง

“แม่นมหลินไม่ต้องห่วงข้าจัดการทุกอย่างได้นี่เป็นผ้าที่ข้าซื้อมาท่านช่วยตัดชุดใหม่ของข้าโดยใช้สีดำแดง ที่เหลือตัดชุดให้ท่านกับลู่เจียและชิงเสวี่ยยังมีชุดของบุรุษอีกสองคน ก็คือเจียงหมิ่นที่ยืนอยู่ด้านหลังข้าส่วนอีกคนกำลังตามมารบกวนท่านด้วย”

“ได้เจ้าค่ะ ไว้บ่าวกับลู่เจียจะช่วยจัดการตามที่คุณหนูสั่งเป็นอย่างดี” แม่นมหลินย่อมเข้าใจว่าทำไมคุณหนูคนใหม่ของนางต้องการเสื้อผ้าสีดำแดง

“ท่านกับลู่เจียและชิงเสวี่ยช่วยดูแลหน้าเรือนให้ข้าทีข้ามีเรื่องสำคัญที่ท่านก็รู้ดีว่าไม่สามารถให้ใครรู้ได้” เซี่ยอู๋ซวงเตรียมทำการรักษามือให้กับเจียงหมิ่น นางจึงต้องให้แม่นมหลินกับลู่เจียและชิงเสวี่ยคอยดูต้นทาง

“เจ้าค่ะคุณหนู”

“บ่าวจะไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนคุณหนูแน่นอนเจ้าค่ะ”

“บ่าวก็เช่นกันเจ้าค่ะ”

“ขอบใจมาก เจียงหมิ่นเจ้าตามข้าเข้าไปด้านในจะได้เริ่มรักษาข้อมือของเจ้า หากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้จะยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดตอนรักษา”

“ขอรับคุณหนู”

เจียงหมิ่นเดินตามเซี่ยอู๋ซวงเข้าไปในเรือนหน้าที่บัดนี้มีสตรีสามคนคอยดูแลความปลอดภัยให้พวกเขา เจียงหมิ่นนั่งลงบนเก้าอี้ริมหน้าต่างที่มีสายลมพัดผ่านเป็นระลอก สีหน้าของเขาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

เซี่ยอู๋ซวงกำลังล้างมืออยู่ข้างอ่างทองแดงการเคลื่อนไหวของนางดูไม่เหมือนหญิงสาววัยสิบห้าย่างสิบหกปีแม้แต่น้อย เจียงหมิ่นมองแผ่นหลังของเซี่ยอู๋ซวงก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจนัก

“คุณหนู…ท่านแน่ใจหรือว่ามือของข้าจะกลับมาใช้การได้อีก”

เซี่ยอู๋ซวงไม่ได้ตอบกลับในทันทีนางเช็ดมือจนแห้งก่อนเดินกลับมานั่งตรงข้ามกับเจียงหมิ่น ดวงตาที่เฉยชามองไปที่ข้อมือขวาซึ่งมันมีลักษณะผิดรูปเล็กน้อย รวมถึงรอยแผลเก่ายาวพาดผ่านข้อมือที่เคยแข็งแกร่ง

“เส้นเอ็นของเจ้าถูกฟันขาดหลังจากนั้นไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องกล้ามเนื้อจึงเริ่มฝ่อลีบ”

เจียงหมิ่นฟังคำพูดของเซี่ยอู๋ซวงก็หัวเราะอย่างขมขื่นกับโชคชะตา “หมอทุกคนต่างบอกว่าข้ากลายเป็นคนพิการแล้วไม่สามารถรักษาได้”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel