บท
ตั้งค่า

บทที่ 13 ลูกน้องคนที่สองและสาม 1/2

ท่าทางมั่นใจของเซี่ยอู๋ซวงถูกไป๋จิ้งหัวเราะเยาะและยังใช้วาจาดูถูกว่านางจะมีวิธีรักษาได้อย่างไร

“ฮ่า ๆ ๆ นี่แม่นางคนที่ถูกฟันจนเส้นเอ็นขาดเช่นนี้แม้แต่หมอเทวดายังไม่กล้ายืนยันว่าจะรักษาได้ เจ้าก็แค่หญิงสาวที่พ้นวัยปักปิ่นได้ไม่นานเอาความมั่นใจมาจากที่ใดว่าสามารถรักษาได้ ใครที่หลงเชื่อคำพูดของเจ้าสมองคงมีปัญหาแน่ ๆ”

“โอ๋ว จะหมอธรรมดาหรือเทวดาข้าไม่สนแต่ในเมื่อข้าพูดว่ารักษาได้ นั่นย่อมหมายความว่าข้ามีวิธีรักษาของข้าเองเจ้ากล้าพนันกับข้าหรือไม่ล่ะ” เซี่ยอู๋ซวงเห็นช่องทางในการทำเงินจึงเอ่ยท้ากับไป๋จิ้งต่อหน้าทุกคน

“โย่ว นี่เจ้าถึงกับใจกล้าท้าพนันกับข้าเลยรึ ได้! เจ้าจะพนันด้วยอะไรว่ามาเลย” ไป๋จิ้งไม่ยอมเสียหน้าเขารับคำท้าของเซี่ยอู๋ซวงทันทีเพราะเชื่อว่านางทำไม่ได้อย่างแน่นอน

“หึ ถ้าข้ารักษามือเขาให้หายได้เจ้าต้องจ่ายเงินมาหนึ่งพันตำลึงเงิน แต่หากข้าทำไม่ได้ข้ายินดีตัดมือของข้าต่อหน้าเจ้าเป็นอย่างไร”

ไป๋จิ้งอึ้งไปพักใหญ่เขาไม่คิดว่าหญิงสาวรูปร่างบอบบางตรงหน้าตนจะใจกล้าบ้าบิ่นได้ถึงเพียง แต่ความเย่อหยิ่งจองหองที่ไม่ยอมให้ใครดูถูกแม้จะเสียเงินหนึ่งพันตำลึงเขาก็ยอม

“ดี เช่นนั้นภายในสามวันมือขวาของคนผู้นี้จะต้องหายดีเหมือนเดิม และเจ้าต้องพาเขามาที่โรงหมอหวนชุนเพื่อพิสูจน์ว่ามือขวาใช้งานได้จริง ๆ”

“คำไหนคำนั้นหลังจากครบสามวันข้าจะพาเขามาพบเจ้าที่นี่เวลานี้ เพื่อให้ชาวบ้านช่วยเป็นพยานว่าข้าสามารถรักษามือของบุรุษผู้นี้ได้หรือไม่” ‘คนที่ต้องเสียเงินและขายหน้าไม่ใช่ข้าแน่นอน หึ ๆ ๆ’

“เหอะ คนอย่างข้าไป๋จิ้งมีสัจจะพอตอนนี้รีบพาคนไปให้พ้นเสียที อย่าได้มายืนขวางหน้าโรงหมอของข้ายังมีชาวบ้านกำลังรอทำการรักษาอยู่” ถึงจะพูดเช่นนั้นแต่คำพูดของไป๋จิ้งมีชาวบ้านหลายคนเริ่มไม่เชื่อเสียแล้ว

เซี่ยอู๋ซวงไม่สนใจไป๋จิ้งอีกนางกลับหันไปบอกเสิ่นฮ่าวกับเจียงหมิ่น ให้เดินตามนางไปยังรถม้าที่มีลู่เจียรออยู่โดยไม่พูดถึงเรื่องอื่นใดในตอนนี้ ซึ่งบุรุษทั้งสองก็ยอมทำตามที่นางบอกแต่โดยดีเช่นกัน

“พวกเจ้าสองคนตามข้ามาเรื่องอื่นค่อยคุยทีหลัง”

“อ้อ ได้ ๆ ๆ ไปพี่ชายตามแม่นางคนนี้ไปเถิด”

“อืม”

เมื่อจบเรื่องชาวบ้านก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทางอาจมีบางคนมองตามทั้งสาม แต่นั่นไม่มีอันใดสำคัญหรือเกี่ยวข้องกับพวกเขาเช่นกัน ส่วนคนที่คิดจะมารักษากับโรงหมอหวนชุนก็เปลี่ยนใจไปโรงหมออื่นแทน

จนกระทั่งมาถึงรถม้าเจียงหมิ่นเอ่ยถามเรื่องการรักษามือของเขากับเซี่ยอู๋ซวง แม้ใจหนึ่งเขารู้สึกว่ามีความหวังกับคำพูดของนางแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าตนจะทำนางเดือดร้อน

“แม่นางขอบคุณที่เจ้าช่วยพูดเรื่องการรักษาข้ากับโรงหมอหวนชุน แต่ข้าไม่อยากทำให้เจ้าเดือดร้อนเมื่อครบกำหนดเจ้าก็หลบไปที่อื่นเถิด”

“ดูจากท่าทางและมือที่ด้านของเจ้าแล้วคงเคยเป็นทหารมาก่อนสินะ ส่วนเรื่องที่ข้าบอกว่าจะรักษามือของเจ้านั้นไม่ต้องห่วงข้าทำได้แน่นอน เพียงแต่ค่าตอบแทนที่ข้าต้องการก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้ายินดีจ่ายมันหรือไม่”

“แม่นางต้องการค่าตอบแทนอันใดโปรดบอกข้ามาเถิด”

“ถ้าข้าพูดจบเจ้าลองคิดไตร่ตรองให้ดีแล้วค่อยให้คำตอบแก่ข้า ค่าตอบแทนที่ว่าคือเจ้าต้องมาเป็นองครักษ์ข้างกายของข้าและยอมใช้ชีวิตทั้งชีวิต เพื่อปกป้องความปลอดภัยและทำงานตามคำสั่งของข้า

ที่สำคัญข้าจะช่วยฝึกให้เจ้าเก่งกาจยิ่งกว่าทหารองครักษ์ในวังหลวง หากเจ้ามีศัตรูก็สามารถแก้แค้นได้เรื่องนี้ข้าไม่ห้ามเพราะคนเราจะพบเจอเรื่องเลวร้ายในชีวิตได้เสมอ”

เมื่อฟังมาถึงประโยคสุดท้ายมันช่างสะกิดความต้องการที่เจียงหมิ่นเฝ้าคิดมาตลอด ว่าวันหนึ่งเขาจะแก้แค้นสหายที่หักหลังทำร้ายตนเองจนมีสภาพเช่นทุกวันนี้ให้หายแค้น

เจียงหมิ่นใช้เวลาคิดไม่นานก็ตัดสินใจให้คำตอบกับเซี่ยอู๋ซวงทันที “ข้ายินดีขอเพียงแม่นางรักษามือของข้าได้ชีวิตนี้ข้าไม่มีใครให้ต้องเป็นห่วง ต่อให้ท่านสั่งให้ไปตายข้าเจียงหมิ่นก็เต็มใจ”

“ดีมากเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดสมกับเป็นทหารมาก่อน”

เสิ่นฮ่าวที่ยืนฟังทั้งสองพูดคุยกันจนจบจึงได้เอ่ยถึงเรื่องของตนบ้าง เพราะยังไม่รู้ว่าเซี่ยอู๋ซวงให้ตนเดินตามมาด้วยเหตุใด

“เอ่อ แม่นางแล้วข้าล่ะ?”

“เจ้าน่ะหรือท่าทางไม่เหมาะจะเป็นนักฆ่าก็เป็นหมอต่อไปนั่นแหละ ถ้าเจ้าเต็มใจกราบข้าเป็นอาจารย์อีกไม่กี่เดือนเจ้าจะมีชื่อเสียงแน่นอน”

“จริงรึ! แค่ไม่กี่เดือนข้าก็จะกลายเป็นหมอที่เก่งและสามารถใช้วิชารักษาโรคมากมายได้ใช่หรือไม่” เสิ่นฮ่าวตื่นเต้นขึ้นมาทันใดเพราะนี่คือสิ่งที่เขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก

“แน่นอนและความสามารถของเจ้าย่อมสร้างชื่อเสียงจนเลื่องลือไปทั่วแคว้นก็ได้” เซี่ยอู๋ซวงย่อมให้คนอื่นมาเป็นมือขวาของตนเรื่องการรักษา แม้จะสอนวิธีการยุคใหม่ได้บางอย่างแต่สำหรับคนในโลกแห่งนี้ถือว่าเป็นการรักษาที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

ตุ้บ! “เสิ่นฮ่าวคารวะอาจารย์ขอรับ”

“เจ้ามีครอบครัวหรือไม่ถ้ามีก็กลับไปบอกกล่าวพวกเขาเสียก่อน แล้วค่อยตามไปพบข้าที่เรือนฝึกตนของตระกูลเซี่ย”

“ศิษย์ทราบแล้วขอรับอาจารย์”

“อืม เอาล่ะเจียงหมิ่นเจ้าตามข้ากลับไปเพื่อเตรียมรักษามือของเจ้า หลังจากนั้นค่อยฝึกร่างกายให้กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิมอีกครั้ง”

“ขอรับ”

เซี่ยอู๋ซวงจำต้องเข้าไปนั่งด้านในรถม้าเนื่องจากที่นั่งด้านนอกนั่นยกให้เจียงหมิ่นไปแล้ว ส่วนเสิ่นฮ่าวก็ยืนส่งอาจารย์หมาด ๆ ขึ้นรถม้าซึ่งรับปากว่าจะสอนวิชาแพทย์ให้จนลับสายตา จากนั้นถึงได้วิ่งกลับไปบอกบิดามารดาเรื่องที่ตนจะไปร่ำเรียนวิชาแพทย์กับเซี่ยอู๋ซวงด้วยความดีใจ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel