บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 แล้วพวกเราจะจากไปเมื่อไหร่

แต่แล้วภาพอันแสนอบอุ่นนั้นก็พลันแหลกสลายลงในพริบตา...

ถูกแทนที่ด้วยความโกลาหล เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดผวา ภาพบ้านหลายหลังในหมู่บ้านพังทลายลงจากดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ น้ำตาของชาวบ้านที่หลั่งรินให้แก่ผู้เป็นที่รักที่จากไป และภาพสุดท้ายที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ...คือภาพของเด็กทั้งสามที่ร้องไห้กอดร่างไร้วิญญาณของพ่อและแม่ ผู้เป็นที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวไว้แน่น

“น่าสงสารจัง...” เสียงหนึ่งอุทานแผ่วเบา หัวใจพลันบีบรัดแน่นจนเจ็บแปลบ เมื่อภาพและเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยนของอันอัน ยังคงดังก้องอยู่ไม่จางหาย เด็กหญิงตัวน้อยในชุดผ้าเนื้อหยาบสีมอซอนั่งกอดเข่ากลม ๆ ของตัวเองตัวสั่นเทาอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ ดวงตากลมโตแดงก่ำและบวมเป่งจากหยาดน้ำตาที่ไหลพรากอาบสองแก้มไม่ยอมหยุด

เสียงสะอื้นนั้นบาดลึกเข้าไปในใจของผู้ที่เฝ้ามอง "เด็กตัวแค่นี้...ทำไมต้องมาเจอเรื่องโหดร้ายแบบนี้ด้วยนะ..." ความรู้สึกจุกในอกจนน้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว อยากจะเอื้อมมือเข้าไปกอดปลอบเด็กน้อยในความทรงจำนั้นเหลือเกิน

กลางดึกในบ้านดินหลังเล็ก ในเตาไม่มีถ่านไฟหลงเหลือ อากาศจึงเย็นลงกว่าทุกคืน

มีเพียงเสียงสะอื้นของอันอันที่ดังลอดออกมาเป็นระยะ เด็กชายหยุดสะอื้นไปแล้ว ในความมืดร่างเด็กหญิงตัวน้อยขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างของพี่สาว เสียงเล็ก ๆ เอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบในที่สุด

“พี่ใหญ่...ท่านพ่อกับท่านแม่...จะกลับมาหาพวกเราอีกหรือไม่...เจ้าคะ”

“ไม่แล้วล่ะ...อันอัน...”

เสียงของอันอวี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวที่พยายามเก็บกลั้นไว้สุดกำลัง สองมือกำแน่นอยู่บนตักจนสั่น

“ท่านพ่อกับท่านแม่...จากพวกเราไปแล้ว...แต่ท่านยังมองเราอยู่บนฟ้านะ...”

เด็กสาวอายุสิบสามในร่างของอันอวี้ พยายามที่จะไม่ให้น้ำตาของตนเองร่วงหล่นลงมาซ้ำเติมความเสียใจของน้อง ๆ ที่ยังเล็ก เสียงของอันอวี้สั่นเครือในตอนท้าย แต่ก็ยังคงพยายามเค้นคำพูดออกมาให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้

อันอันเม้มปากเล็ก ๆ แน่น ก่อนจะปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอีกครั้งดังกว่าเดิม “แล้ว...แล้วพวกเราล่ะเจ้าคะพี่ใหญ่...พวกเราจะจากไปเมื่อไหร่...” มือเล็ก ๆ นั้นกำชายเสื้อเก่า ๆ ของพี่สาวไว้แน่น

อันอวี้มองน้องสาว แล้วเหลือบมองน้องชายที่นั่งน้ำตาคลออยู่ข้างอย่างเงียบ ๆ แม้จะพยายามทำเป็นเข้มแข็งเท่าไหร่แต่ไหล่เล็ก ๆ นั้นก็สั่นไม่หยุด ‘อนาคต’...คำ ๆ นี้มันดูเลือนรางและเต็มไปด้วยอุปสรรคจนมองไม่เห็นทาง แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะพาน้อง ๆ เดินไปทางไหนต่อ เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความอ่อนแอและความกลัวของตนเองเอาไว้

“ก็คง...คงต้องรอให้พวกเราโตกว่านี้อีกหน่อย...”

คำพูดนั้นฟังดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ผู้ที่เฝ้ามองกลับรู้สึกได้ถึงความไม่แน่นอนและความสิ้นหวังที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดนั้น

อันอันสะอื้นอีกระลอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามพี่สาวด้วยเสียงสั่นเครือ “แล้ว...แล้วท่านพี่จะทิ้งพวกข้าไปด้วยหรือไม่เจ้าคะ...” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเด็กน้อยที่เพิ่งเสียพ่อแม่ไป และดูเหมือนจะทนรับความสูญเสียใด ๆ อีกไม่ได้แล้วในตอนนี้

หัวใจที่สัมผัสได้ผ่านร่างนี้เหมือนถูกบีบจนแหลกละเอียด อันอวี้ดึงร่างเล็ก ๆ ที่กำลังสั่นสะท้านของน้องสาวเข้ามากอดไว้แน่น พลางลูบแผ่นหลังนั้นเบา ๆ “ไม่...พี่ไม่ทิ้ง...พวกเราจะอยู่ด้วยกัน...ตลอดไป...” อันอวี้กระซิบข้างหูน้องสาว “ข้าจะดูแลเจ้ากับอันเฉิงเอง เจ้าต้องเข้มแข็งนะอันอัน...นะคนดีของพี่”

อันอันซุกใบหน้าเปียกชื้นจากน้ำตาเข้ากับอกของพี่สาว “ข้ากลัว...เจ้าค่ะพี่ใหญ่...”

“ไม่ต้องกลัวนะ...” อันอวี้กระซิบย้ำ กอดน้องแน่นขึ้นอีก “ข้าไม่ไปไหน...ข้าจะอยู่ที่นี่...ข้าสัญญา”

นรินตารู้สึกเหมือนน้ำตาของตัวเองกำลังจะไหลออกมา...แม้ว่าอันอวี้ในความทรงจำนั้นจะไม่รู้เลยว่าตนจะต้องจากน้อง ๆ ไปเร็วเพียงนี้ ถึงขนาดที่ในวาระสุดท้ายก็ยังมีห่วง จนต้องฝากฝังคนอื่นให้ช่วยดูแลแทนตนที่ไม่สามารถจูงมือน้อง ๆ ไปได้จนเติบโต

ความทรงจำเหล่านั้นยังไหลเข้ามาไม่หยุดเหมือนน้ำป่าทะลัก ภาพของเด็กทั้งสามชีวิตที่ต้องปากกัดตีนถีบเพื่อความอยู่รอดในบ้านเก่าผุพังที่พ่อแม่ทิ้งไว้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย แม้ชาวบ้านในหมู่บ้านถงซานจะพอมีน้ำใจแบ่งปันอาหารมาให้บ้างตามอัตภาพ แต่มันก็เป็นเพียงการประทังชีวิตไปวัน ๆ เพราะทุกคนในหมู่บ้านก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีไปกว่ากันมากนัก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel