บท
ตั้งค่า

บทที่๕ : ฟางเส้นสุดท้าย

รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนพร้อมกับไอหมอกหนาทึบที่ปกคลุมไปทั่วจวนแม่ทัพ บรรยากาศอึมครึมราวกับสวรรค์ยังคงโศกเศร้าต่อเหตุการณ์เมื่อค่ำคืนวาน สายฝนที่หยุดตกไปแล้วทิ้งไว้เพียงความเปียกชื้นและกลิ่นดินโคลนที่คละคลุ้ง

ภายใน เรือนเมฆาคล้อย ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอายแห่งความตาย

ร่างบอบบางของ หลินว่านเอ๋อร์ นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้แกะสลัก ใบหน้าที่เคยขาวนวลบัดนี้แดงก่ำด้วยพิษไข้ที่พุ่งสูง ลมหายใจของนางแผ่วเบาและขาดห้วง ราวกับเปลวเทียนที่กำลังจะมอดดับเพราะลมพายุ แผ่นหลังที่ถูกโบยตีจนเนื้อแตกยับเยินถูกพันด้วยผ้าขาวบางๆ ที่บัดนี้ซึมไปด้วยเลือดสีสด

"ฮูหยิน... ฮูหยินของบ่าว..."

เสี่ยวจู นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก ในมือถืออ่างน้ำอุ่นที่เริ่มเย็นชืด นางใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามใบหน้าและแขนขาของผู้เป็นนายอย่างระมัดระวัง หวังเพียงให้ความร้อนในกายลดลงบ้าง

"หนาว... ข้าหนาว..." หลินว่านเอ๋อร์ละเมอเพ้อพก ร่างกายสั่นเทาใต้ผ้าห่มผืนหนา ฟันกระทบกันกึกกัก "ท่านแม่... ท่านแม่มารับข้าแล้วหรือ..."

"ไม่เจ้าค่ะ! ฮูหยินห้ามพูดเช่นนี้นะเจ้าคะ!" เสี่ยวจูรีบกุมมือเจ้านายแน่น น้ำตาไหลพราก "ท่านต้องเข้มแข็งนะเจ้าคะ บ่าว... บ่าวจะไปตามหมอมาให้ได้!"

เสี่ยวจูกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด นางลุกขึ้นยืนด้วยแววตามุ่งมั่น แม้จะรู้ว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่นางไม่อาจทนดูนายหญิงตายไปต่อหน้าต่อตาได้

สาวใช้ร่างเล็กวิ่งออกจากเรือนเมฆาคล้อย ตรงไปยังประตูจวนเพื่อจะออกไปตามหมอจากภายนอก ทว่าเมื่อไปถึงหน้าประตูใหญ่ ทหารยามร่างยักษ์สองนายกลับเอาหอกไขว้กันขวางทางไว้

"หยุด! เจ้าจะไปไหน?" นายทหารตะคอกถามเสียงเข้ม

"หลีกไป! ฮูหยินเอกอาการหนักมาก ข้าจะออกไปตามหมอ!" เสี่ยวจูตะโกนตอบ พยายามจะฝ่าวงล้อมออกไป

"ไม่ได้!" นายทหารผลักอกเสี่ยวจูจนนางเซถอยหลัง "ท่านแม่ทัพมีคำสั่งเด็ดขาด ห้ามใครเข้าออกเรือนเมฆาคล้อย และห้ามตามหมอมารักษาฮูหยินเอกจนกว่านางจะสำนึกผิดและยอมรับสารภาพ!"

"สารภาพบ้าบออะไรกัน!" เสี่ยวจูตวาดลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น "คุณหนูของข้าไม่ได้ทำผิด! นางถูกใส่ร้าย! แล้วตอนนี้... ตอนนี้นางกำลังจะตาย! พวกเจ้าตาบอดกันหรือไง ถึงไม่เห็นว่านางโดนโบยจนปางตายแล้วยังถูกตากฝนทั้งคืน!"

"นั่นเป็นเรื่องของเจ้านาย ข้ามีหน้าที่เพียงทำตามคำสั่ง" นายทหารตอบเสียงแข็ง แม้แววตาจะวูบไหวเล็กน้อยด้วยความละอาย แต่ความกลัวอาญาแม่ทัพมีมากกว่า

"ไอ้พวกสุนัขรับใช้!" เสี่ยวจูหมดหนทางสู้ นางทิ้งตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นหินแข็งๆ เสียงดัง ตึง! ตึง! เลือดไหลซึมจากหน้าผาก "ข้าขอร้อง... พี่ชายทั้งสอง ได้โปรดเมตตาเถิด ให้ข้าออกไปซื้อยาเทียบเดียว... หรือไม่ก็ให้ข้าไปตามท่านหมอเถอะ ข้ากราบล่ะ!"

ทหารยามมองหน้ากันอย่างลำบากใจ แต่ยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยปาก เสียงแหลมสูงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"เอะอะโวยวายอะไรกันแต่เช้า เป็นบ่าวไพ่ประสาอะไร ไร้มารยาทสิ้นดี!"

เสี่ยวจูเงยหน้าขึ้นมอง เห็น แม่นมจาง คนสนิทของฮูหยินหลิว (แม่เลี้ยง) เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับสาวใช้สองสามคน ในมือถือตะกร้าใส่อาหารราคาแพง

"แม่นมจาง..." เสี่ยวจูรีบคลานเข้าไปกอดขาหญิงชรา "ท่านป้าจาง... ช่วยฮูหยินด้วยเจ้าค่ะ ฮูหยินไข้ขึ้นสูงมาก แผลก็อักเสบ..."

พลั่ก!

แม่นมจางสะบัดเท้าถีบเสี่ยวจูจนหงายหลัง กลิ้งไปกับพื้น นางมองสาวใช้ด้วยสายตารังเกียจราวกับมองขยะ "อย่ามาแตะตัวข้า! ตัวเจ้าสกปรกมอมแมม นำเชื้อโรคมาติดข้าจะทำอย่างไร"

"ท่าน..." เสี่ยวจูจุกจนพูดไม่ออก

"ฮูหยินของเจ้าทำตัวเองแท้ๆ" แม่นมจางแค่นเสียงเยาะเย้ย "จิตใจโหดเหี้ยมคิดฆ่าน้องสาว ท่านแม่ทัพสั่งลงโทษแค่นี้ถือว่าเมตตามากแล้ว ยังจะมาเรียกร้องหาหมออีกรึ? บอกให้นายของเจ้านอนสำนึกบาปไปเงียบๆ เถอะ หากตายไปก็ถือว่าชดใช้กรรม!"

"นางมารเฒ่า! จิตใจพวกเจ้ามันดำมืดยิ่งกว่าถ่าน!" เสี่ยวจูกลั้นความเจ็บปวด ลุกขึ้นชี้หน้าด่ากราด "สักวันสวรรค์จะลงทัณฑ์พวกเจ้า!"

"ปากดีนักนะ!" แม่นมจางหันไปพยักหน้าให้บ่าวชาย "ลากตัวนังเด็กนี่กลับไปขังที่เรือนเมฆาคล้อย! เฝ้าไว้ให้ดี อย่าให้มันออกมาเพ่นพ่านรบกวนความสงบของฮูหยินรองอีก!"

เสี่ยวจูถูกบ่าวชายหิ้วปีกทั้งสองข้างลากกลับไป นางกรีดร้องดิ้นรนสุดชีวิต สายตาจับจ้องไปยังเรือนพักของแม่ทัพด้วยความเคียดแค้น "ท่านแม่ทัพ! ท่านมันคนหูเบา! ท่านกำลังฆ่าภรรยาตัวเอง! ท่านแม่ทัพ!"

ณ เรือนตะวันตก ของหลินซวงซวง

เสียงร้องโวยวายของเสี่ยวจูแว่วมาถึงหูของ หยางเฟิง ที่กำลังนั่งเป่าถ้วยยาสมุนไพรให้หลินซวงซวงอยู่ริมเตียง เขานิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

"เสียงเอะอะอะไรกัน?" หยางเฟิงถามเสียงขรึม

หลินซวงซวงที่นอนพิงหมอนใบใหญ่ สีหน้าดูอิดโรย จากการแกล้งป่วย รีบคว้ามือเขาไว้ แสร้งทำท่าทางหวาดกลัว "ท่านพี่... หรือว่าพี่หญิงจะส่งคนมาทำร้ายข้าอีก... ข้ากลัวเจ้าค่ะ"

หยางเฟิงตบหลังมือปลอบประโลม "ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ ไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้" เขาหันไปถามองครักษ์หน้าห้อง "ข้างนอกเกิดเรื่องอันใด?"

องครักษ์เข้ามารายงาน "เรียนท่านแม่ทัพ เป็นสาวใช้ของฮูหยินเอกมาโวยวายจะขอออกไปตามหมอ อ้างว่าฮูหยิน เอกอาการทรุดหนักขอรับ แต่แม่นมจางจัดการไล่กลับไปแล้ว"

"อาการทรุดหนัก?" หยางเฟิงชะงัก มือที่ถือถ้วยยาสั่นเล็กน้อย ภาพใบหน้าขาวซีดของว่านเอ๋อร์เมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว ความลังเลวูบหนึ่งก่อตัวขึ้นในใจ... หรือนางจะเจ็บหนักจริงๆ?

"ท่านพี่..." หลินซวงซวงสังเกตเห็นความลังเลของสามี นางรีบแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย "พี่หญิงคงโกรธข้ามาก ถึงได้แกล้งทำเป็นป่วยหนักเพื่อให้ท่านพี่รู้สึกผิดและทิ้งข้าไปหานาง... เหมือนตอนเด็กๆ ที่นางชอบแกล้งหกล้มเรียกร้องความสนใจจากท่านพ่อ"

คำยุยงนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ความสงสารในใจหยางเฟิงมอดดับลงทันที แทนที่ด้วยความเอือมระอา

"มารยาหญิง!" หยางเฟิงวางถ้วยยาลงแรงๆ "เมื่อคืนข้าสั่งโบยแค่ยี่สิบไม้ นางเป็นลูกสาวแม่ทัพ แข็งแรงกว่าเจ้ามาก เพียงแค่นี้ไม่ถึงตายหรอก คงแค่อยากบีบให้ข้ายกเลิกคำสั่งลงโทษกระมัง"

"ท่านพี่ช่างรู้ทันพี่หญิง..." หลินซวงซวงลอบยิ้มมุมปาก

"ถ่ายทอดคำสั่งลงไป!" หยางเฟิงประกาศเสียงดังเพื่อให้ได้ยินไปถึงข้างนอก "ห้ามใครส่งหมอไปรักษาหลินว่านเอ๋อร์! ให้นางทนเจ็บปวดเสียบ้าง จะได้จำว่าการทำร้ายผู้อื่นมันเจ็บเพียงใด!"

กลับมาที่ เรือนเมฆาคล้อย

เสี่ยวจูถูกโยนโครมเข้ามาในห้องนอน นางรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งไปหาหลินว่านเอ๋อร์ที่นอนนิ่งสนิทไปแล้ว

"ฮูหยิน... ฮูหยินตื่นสิเจ้าคะ..." เสี่ยวจูเขย่าร่างบางเบาๆ แต่ไร้การตอบสนอง ร่างกายของว่านเอ๋อร์ร้อนดั่งไฟเผา ริมฝีปากแห้งแตกจนมีเลือดซึม

หลินว่านเอ๋อร์ค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมด นางเห็นเพียงใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดและน้ำตาของสาวใช้คนสนิท

"เสี่ยวจู... เจ้าเจ็บหรือไม่..." เสียงของนางแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์

"บ่าวไม่เจ็บ... ฮือ... แต่ท่านแม่ทัพ... ท่านแม่ทัพสั่งห้ามหมอมา... เขา... เขาใจร้ายเหลือเกิน..." เสี่ยวจูปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

คำตอบนั้นทำให้แสงแห่งความหวังสุดท้ายในดวงตาของหลินว่านเอ๋อร์ดับวูบลง

ห้ามหมอมารักษา... นั่นหมายความว่า เขาต้องการให้นางตาย

ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่แผ่นหลัง เทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานที่กัดกินหัวใจ ความรักความภักดีที่นางมอบให้เขามาตลอดสามปี... บัดนี้ได้รับผลตอบแทนเป็นความตายที่เขาหยิบยื่นให้

"อา..." หลินว่านเอ๋อร์พยายามเค้นเสียงหัวเราะ แต่กลับมีเพียงน้ำตาที่ไหลรินออกมาทางหางตา "ที่แท้... เขาก็เกลียดข้า... ถึงเพียงนี้"

"ฮูหยิน..."

"เสี่ยวจู... พยุงข้าขึ้นหน่อย"

"แต่ฮูหยินเจ้าคะ แผล..."

"พยุงข้าขึ้น!"

เสี่ยวจูจำใจประคองร่างอันอ่อนปวกเปียกของเจ้านายให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง หลินว่านเอ๋อร์หายใจหอบถี่ เหงื่อกาฬไหลท่วมกาย นางมองไปรอบๆ ห้องหอที่นางเคยตกแต่งด้วยความรัก

ผ้าม่านสีแดงมงคลที่เริ่มซีดจาง... แจกันคู่ลายเป็ดแมนดารินที่เขาไม่เคยเหลือบแล... ปิ่นปักผมไม้ราคาถูกที่เขามอบให้ในวันเกิดเมื่อสองปีก่อน ซึ่งนางเก็บรักษาไว้อย่างดีบนตู้...

"หยิบ... ปิ่นไม้นั้นมาให้ข้า" นางชี้มือสั่นเทาไปที่ตู้

เสี่ยวจูรีบไปหยิบปิ่นไม้เกลี้ยงๆ ไร้ราคามาใส่มือเจ้านาย

หลินว่านเอ๋อร์กำปิ่นไม้ในมือแน่น มองมันด้วยสายตาว่างเปล่า ภาพความทรงจำในวันที่เขาโยนปิ่นนี้ให้นางแล้วบอกว่า "เห็นขายอยู่ข้างทาง เหมาะกับเจ้าดี" ผุดขึ้นมา

นางเคยคิดว่ามันคือของขวัญล้ำค่า... แต่แท้จริงแล้ว มันคือเศษไม้ไร้ค่า เหมือนตัวนางในสายตาเขา

เปราะ!

มือเรียวบางที่สั่นเทาออกแรงหักปิ่นไม้ในมือจนหักครึ่ง เสียงไม้หักดังดุจเสียงหัวใจที่แตกสลาย เสี้ยนไม้ทิ่มแทงฝ่ามือจนเลือดซึม แต่หลินว่านเอ๋อร์กลับไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดแม้แต่น้อย

"พอแล้ว..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่นดุจหินผา "ความรักของข้า... ตายไปพร้อมกับปิ่นอันนี้แล้ว"

นางแบมือปล่อยให้เศษปิ่นไม้ร่วงหล่นลงพื้น เกลือกกลิ้งไปกับฝุ่นผง

"เสี่ยวจู..." ว่านเอ๋อร์หันมามองสาวใช้ แววตาที่เคยอ่อนแอหายไป เหลือเพียงความเด็ดขาดที่น่าเกรงขาม "ไปเอากระดาษกับพู่กันมา... ข้าจะเขียนจดหมายถึงท่านแม่สามี"

"ฮูหยินจะทำอะไรเจ้าคะ?"

"ข้าจะไม่อยู่รอให้เขาฆ่าข้าให้ตายที่นี่..." หลินว่านเอ๋อร์กัดฟันพูด นัยน์ตาทอประกายวาวโรจน์ "หากข้ารอดไปได้... ชาตินี้ข้ากับหยางเฟิง จะไม่ขออยู่ร่วมโลกกันอีก!"

ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลงแล้ว ความอดทนสิ้นสุด และนับจากวินาทีนี้... จะไม่มี 'ฮูหยินผู้แสนดี' แห่งจวนแม่ทัพสกุลหยางอีกต่อไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel