บทที่ 5 : ผ้าห่มมนุษย์กับหมอนข้างมีชีพจร
บทที่ 5 : ผ้าห่มมนุษย์กับหมอนข้างมีชีพจร
รัตติกาลล่วงเข้ายามจื่อ (23.00 - 00.59 น.) อากาศภายนอกหนาวเหน็บจนยอดหญ้าจับตัวเป็นน้ำค้างแข็ง แต่ภายในห้องนอนใหญ่ของเรือนเมฆากลับร้อนรุ่ม... อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของไป๋ลั่วลั่ว
นางนั่งกอดเข่าคุดคู้เป็นก้อนกลมๆ อยู่บนพรมขนสัตว์ที่ปลายเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังกว้างของเจ้าของห้องที่นอนตะแคงหันหลังให้อย่างหวาดระแวง
‘เขาหลับหรือยังนะ?’ นางคิดในใจ
เว่ยหยางสั่งให้นางนอนเฝ้าเขาที่ปลายเตียง แต่ไม่ได้มอบผ้าห่มให้สักผืน! ถึงแม้พรมจะหนานุ่ม แต่ความหนาวเย็นของอากาศเมืองเหนือก็ยังแทรกซึมเข้ามาจนนางเริ่มสั่น
"ฮัด... ชิ้ว!"
เสียงจามเบาๆ (ที่พยายามกลั้นสุดชีวิต) ดังขึ้นทำลายความเงียบ
ร่างบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะพลิกตัวกลับมานอนหงาย แล้วเอ่ยขึ้นลอยๆ ท่ามกลางความมืด
"หนวกหู"
"ขะ... ขออภัยเจ้าค่ะ" ลั่วลั่วรีบเอามืออุดจมูก "ข้าน้อยจะพยายามไม่หายใจเจ้าค่ะ!"
"เจ้าจามจนเตียงข้าสะเทือน ข้าจะหลับลงได้อย่างไร" เว่ยหยางลืมตาขึ้นในความมืด นัยน์ตาคมกริบสะท้อนแสงจันทร์วาววับ "หนาวรึ?"
"นิดหน่อยเจ้าค่ะ... แค่ปากสั่นกึกๆ เหมือนเจ้าเข้าทรงเท่านั้นเอง"
เว่ยหยางถอนหายใจยาว เขาตบที่ว่างข้างกายบนเตียงเบาๆ
"ขึ้นมา"
"คะ?" ลั่วลั่วคิดว่าหูฝาด
"ข้าบอกว่า... ขึ้นมาบนเตียง" เสียงของเขาทุ้มต่ำและเด็ดขาด "ข้าเป็นคนขี้หนาว คืนนี้อากาศเย็นกว่าปกติ ข้าต้องการ 'เตาพก' ส่วนตัว"
"ตะ... แต่ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยเป็นสาวใช้ สกปรกต่ำต้อย มิบังอาจตีเสมอท่าน..."
"จะขึ้นมาดีๆ หรือจะให้ข้าหักเงินเดือนอีกสิบตำลึง ข้อหาขัดคำสั่งและปล่อยให้เจ้านายหนาวตาย?"
คำว่า 'หักเงิน' ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าประกาศิตฮ่องเต้ ลั่วลั่วรีบกระวีกระวาดปีนขึ้นเตียงทันทีราวกับลิงลม แต่ด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว (บวกกับความกลัว) นางจึงนอนเกาะขอบเตียงอย่างหมิ่นเหม่ แทบจะร่วงมิร่วงแหล่
"เจ้าจะนอนวัดพื้นเตียงหรือไร? ขยับเข้ามา!"
เว่ยหยางรำคาญความลีลา เขาเอื้อมมือยาวๆ คว้าหมับเข้าที่เอวบางของนาง แล้วกระชากเข้าหาตัวเพียงครั้งเดียว
พรึ่บ!
ร่างนุ่มนิ่มของไป๋ลั่วลั่วลอยหวือไปปะทะกับแผงอกแกร่งที่ร้อนผ่าวราวกับเตาไฟ ภายใต้ชุดนอนตัวบางนั้น นางสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นตุบๆ ของเขาอย่างชัดเจน... และเขาก็คงสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นของหน้าอกนางที่บดเบียดอยู่เช่นกัน!
"อ๊ะ..." ลั่วลั่วร้องเสียงหลง ตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้
"เงียบ" เว่ยหยางกดศีรษะนางให้ซบลงกับไหล่กว้างของเขา วงแขนแข็งแรงตวัดกอดรัดเอวของนางไว้แน่นจนดิ้นไม่หลุด "อยู่นิ่งๆ ทำหน้าที่เป็นผ้าห่มมนุษย์ของเจ้าซะ"
"ท่าน... ท่านแม่ทัพ... มันใกล้ไป..."
"ถ้าเจ้าพูดอีกคำเดียว ข้าจะทำมากกว่านอนกอด" เขาขู่ชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดจนขนอ่อนลุกชัน "หรือเจ้าอยากจะลอง 'ออกกำลังกาย' ก่อนนอน?"
ลั่วลั่วเม้มปากแน่นสนิททันที นางหลับตาปี๋ พยายามสะกดจิตตัวเองว่า 'นี่คือขอนไม้ นี่คือเตาผิง นี่ไม่ใช่ผู้ชาย...'
แต่กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุรุษเพศที่รุนแรงของเขามันช่างรบกวนจิตใจเหลือเกิน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากตัวเขาทำให้นางเริ่มเคลิ้ม... ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันเริ่มเข้าครอบงำ
ไม่นานนัก... เสียงหายใจสม่ำเสมอก็ดังขึ้นข้างหูแม่ทัพหนุ่ม
เว่ยหยางก้มลงมองสตรีในอ้อมกอดที่หลับปุ๋ยไปแล้วอย่างรวดเร็ว มุมปากที่มักจะบึ้งตึงยกยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน เขาเขี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากนางออกเบาๆ
"หึ... ยัยตัวแสบ หลับง่ายเสียจริงนะ"
เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น วางคางเกยบนศีรษะทุยๆ ของนางอย่างถือสิทธิ์ จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ขี้หนาว... เขาเป็นแม่ทัพแดนเหนือ อยู่กลางหิมะมาค่อนชีวิต แต่คืนนี้... เขาแค่อยากได้หมอนข้างนุ่มๆ ที่มีกลิ่นหอมแป้งเด็กแบบนี้มานอนกอดต่างหาก
แต่ทว่า... ความทรมานของเว่ยหยางเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
เมื่อลั่วลั่วหลับลึก สันดานนอนดิ้นของนางก็เริ่มทำงาน ขาเรียวขาวข้างหนึ่งก่ายขึ้นมาพาดบนหน้าขาของเขาอย่างพอดิบพอดี และจุดที่นางวางเท้าลงไปนั้น... มันดันไปเฉียดฉิวกับ 'มังกรหลับ' ที่กำลังสงบเสงี่ยมอยู่ภายใต้กางเกง!
เว่ยหยางสะดุ้งเฮือก กัดฟันกรอด เหงื่อกาฬเริ่มซึม "อาหลัว... เจ้ากำลังเล่นกับไฟ..."
นางขยับตัวอีกครั้ง คราวนี้มือซุกซนปัดป่ายไปมา ก่อนจะล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของเขา วางแปะลงบนกล้ามหน้าอกแน่นๆ แล้วลูบไล้เบาๆ เหมือนกำลังละเมอหาของกิน
"งือ... ซาลาเปา... นุ่มจัง..."
เว่ยหยางนอนตัวเกร็ง เส้นเลือดปูดโปน ร่างกายร้อนรุ่มจนแทบระเบิด ดูเหมือนว่าคืนนี้... ผู้ที่ต้องนอนนับแกะ (และข่มใจไม่ให้จับแกะกิน) จะเป็นท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรเสียแล้ว!
