บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3.1 เด็กดื้อกับพ่อปากแข็ง - 2

หลังจากกลับถึงจวน ฉู่เหยียนส่งเสี่ยวเป่าให้พี่เลี้ยงพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เด็กน้อยยังคงอารมณ์ดีตลอดทาง แม้กระทั่งตอนถูกพาเข้าห้องก็ยังหันกลับมาตะโกนบอกบิดาเสียงใส

“ท่านพ่อ พรุ่งนี้ข้าจะไปหาท่านแม่อีกนะขอรับ!”

ฉู่เหยียนเพียงพยักหน้า ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เมื่อประตูห้องปิดลง เสียงหัวเราะของเด็กน้อยจึงค่อย ๆ ห่างออกไป เหลือเพียงความเงียบของจวนที่กลับคืนมาอีกครั้ง

เขายืนอยู่กลางโถงครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปยังห้องหนังสือตามปกติ

ทว่าเมื่อเปิดฎีกาขึ้นมาแล้วกลับไม่อาจอ่านต่อได้แม้แต่บรรทัดเดียว

สายตาคมหยุดอยู่บนตัวอักษรตรงหน้าอย่างไร้สมาธิ

ในความคิดกลับมีภาพจากโรงหมอเมื่อครู่ย้อนกลับมาอย่างชัดเจน

เสี่ยวเป่าที่นั่งกินซาลาเปาอยู่ข้างนาง

เสี่ยวเป่าที่หัวเราะจนแก้มแดง

และซูอันหนิงที่คอยเช็ดคราบแป้งตรงมุมปากให้เด็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ

เขาวางพู่กันลงช้า ๆ

ตั้งแต่ภรรยาจากไป เสี่ยวเป่าไม่เคยเปิดใจให้ผู้ใดง่ายเช่นนี้

ในจวนมีพี่เลี้ยงคอยดูแล มีหมอหลวงคอยตรวจสุขภาพ มีองครักษ์คอยตามใจทุกฝีก้าว แม้แต่ตัวเขาเองก็พยายามหาเวลามาอยู่กับลูกให้มากขึ้น ทว่าทั้งหมดนั้นกลับไม่เคยทำให้เด็กน้อยยิ้มได้เช่นวันนี้

เหตุใดกัน?

ฉู่เหยียนเอนหลังพิงเก้าอี้ หลับตาลงอย่างใช้ความคิด

บางทีอาจเพราะนางช่วยชีวิตเขา

เด็กวัยเพียงห้าขวบย่อมจดจำผู้ที่ยื่นมือเข้าช่วยในยามหวาดกลัวได้เป็นพิเศษ

หรืออาจเป็นเพราะนางใจดี

ซูอันหนิงพูดกับเด็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน รู้จักทั้งปลอบและตักเตือน ยามเสี่ยวเป่าซุกซน นางมิได้ตามใจเสียทุกเรื่อง แต่กลับทำให้เด็กยอมเชื่อฟังโดยไม่ต้องใช้น้ำเสียงดุดัน

ทว่ายิ่งคิด เขากลับยิ่งรู้สึกว่าคำตอบเหล่านั้นยังไม่เพียงพอ

เพราะต่อให้เป็นเช่นนั้น เหตุใดนางจึงดูไม่รังเกียจคำเรียก “ท่านแม่” เลยแม้แต่น้อย?

นางมิได้ฉวยโอกาสจากความเข้าใจผิดของเด็ก

มิได้เอ่ยปากเรียกร้องสิ่งใด

แม้กระทั่งตอนที่เสี่ยวเป่ากอดนางแน่นต่อหน้าผู้คน นางก็ยังพยายามอธิบายว่าเขาเป็นเพียงเด็กที่กำลังตกใจ

ยิ่งคิดถึงตรงนี้ ฉู่เหยียนก็ยิ่งเงียบ

เขาลืมตาขึ้น แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง

จากตรงนี้มองเห็นเพียงกำแพงด้านข้างของจวน หากทอดสายตาไกลออกไปอีกหน่อย ถนนสายตะวันออกก็อยู่ไม่ไกลนัก

ถนนเส้นนั้น...

คือทางไปโรงหมอของนาง

ฉู่เหยียนขมวดคิ้ว ก่อนเบือนสายตากลับมาที่ฎีกา

เขาไม่ควรสนใจเรื่องเหล่านี้

นางเป็นเพียงหญิงสาวผู้หนึ่งที่บังเอิญช่วยชีวิตลูกชายของเขา

เสี่ยวเป่าก็เป็นเพียงเด็กที่กำลังโหยหาความอบอุ่น

เรื่องทั้งหมดควรจบลงเพียงเท่านั้น

ทว่าในวันเดียวกันนั้นเอง ขณะที่พ่อบ้านเข้ามารายงานเรื่องอาหารเย็น ฉู่เหยียนกลับถามขึ้นมาโดยไม่ทันคิด

“พรุ่งนี้...เสี่ยวเป่าต้องไปเรียนหรือไม่”

พ่อบ้านชะงักไปเล็กน้อย

“คุณชายน้อยมีเรียนช่วงเช้าขอรับ”

“อืม”

ฉู่เหยียนพยักหน้า ก่อนหยิบฎีกาขึ้นมาอีกครั้ง

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขากลับถามต่อ

“โรงหมอทางตะวันออก...เปิดตั้งแต่ยามใด”

พ่อบ้านนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง

“ยามเฉินขอรับ”

“อืม”

คราวนี้ฉู่เหยียนไม่ได้ถามอะไรอีก

ทว่าเมื่อพ่อบ้านเดินออกจากห้องไปแล้ว เขากลับนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเป็นเวลานาน

เหตุใดเขาจึงต้องรู้ด้วยว่าโรงหมอเปิดยามใด?

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนส่ายหน้าให้กับความคิดของตนเอง

คงเป็นเพราะเสี่ยวเป่า

ใช่...

ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะลูกชายของเขา

เขาเพียงต้องการรู้ว่าหากเด็กน้อยคิดถึงนาง จะจัดเวลาให้พบกันอย่างไรโดยไม่ปล่อยให้เสี่ยวเป่าแอบหนีออกจากจวนอีก

เหตุผลนี้ฟังดูสมเหตุสมผล

ฉู่เหยียนจึงหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ก่อนจะจรดหมึกลงบนฎีกา สายตากลับเผลอเหลือบไปยังประตูห้องหนังสืออีกหน

ราวกับกำลังรอว่าเสียงเล็ก ๆ ของใครบางคนจะดังขึ้นจากด้านนอก

เมื่อรู้ตัว เขาก็ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

น่าประหลาด...

เพียงหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตของเสี่ยวเป่าไม่กี่วัน เหตุใดจวนที่เคยสงบดังเดิมกลับมีเรื่องให้เขาต้องครุ่นคิดมากมายถึงเพียงนี้

ฉู่เหยียนก้มหน้าลงอีกครั้ง

เขายังหาคำตอบไม่ได้

และยังไม่คิดจะหาคำตอบในตอนนี้

รู้เพียงว่า...

นับจากวันที่ได้เห็นซูอันหนิงอยู่ข้างลูกชาย สายตาของเขากลับเริ่มเผลอมองหานางอยู่บ่อยครั้ง

โดยที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่เข้าใจว่า...เพราะเหตุใดกันแน่

1778

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel