บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 ของขวัญจากเด็กน้อย - 1

หลังเหตุการณ์เสี่ยวเป่าแอบหนีออกจากจวนผ่านไปได้เพียงสองวัน บรรยากาศภายในจวนแม่ทัพก็เงียบงันยิ่งกว่าทุกครา บ่าวรับใช้ต่างเดินกันเบาฝีเท้า แม้แต่ทหารยามที่เคยพูดคุยกันระหว่างผลัดเวรก็ยังลดเสียงลงโดยไม่ได้นัดหมาย เพราะทุกคนล้วนรู้ดีว่าคุณชายน้อยกำลังถูกลงโทษจากการออกจากจวนโดยพลการ บทลงโทษของฉู่เหยียนมิได้รุนแรงนัก เพียงห้ามออกนอกจวนสามวัน และต้องคัดตัวอักษรอยู่ในห้องหนังสือให้ครบตามจำนวนที่กำหนด ทว่าสำหรับเด็กวัยห้าขวบซึ่งคุ้นเคยกับการวิ่งเล่นไปทั่วสวนแล้ว การต้องนั่งนิ่งอยู่กับโต๊ะไม้หลายชั่วยามก็ไม่ต่างจากถูกจับขังไว้ในกรง เสี่ยวเป่านั่งกอดพู่กันอยู่หน้าโต๊ะ สีหน้าหงอยเหงาจนปลายจมูกขึ้นสีแดงอ่อน กระดาษตรงหน้ามีตัวอักษรเพียงไม่กี่คำ บางตัวเอียงโย้ บางตัวหมึกซึมจนแทบมองไม่ออก เขาฝืนเขียนต่อไปอีกสองสามขีด ก่อนถอนหายใจยาวเสียจนบ่าวที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูยังอดเหลือบมองไม่ได้

เด็กน้อยวางพู่กันลงอย่างหมดอาลัย แล้วหันไปมองกล่องไม้ใบเล็กซึ่งวางอยู่บนชั้นด้านใน กล่องนั้นไม่ได้ใหญ่โตหรือประดับลวดลายงดงาม หากได้รับการดูแลอย่างดีจนไม้เนื้อเข้มยังคงเงางาม ภายในมีตุ๊กตาแม่ทัพแกะจากไม้หอมตัวหนึ่ง ช่างฝีมือสลักรายละเอียดไว้ประณีต ทั้งดาบยาวในมือ เกราะบนลำตัว และสีหน้าเคร่งขรึมของบุรุษตัวจิ๋ว แม้กาลเวลาจะทำให้สีไม้ซีดจางลงไปบ้าง แต่เสี่ยวเป่ากลับหวงแหนมันยิ่งกว่าของเล่นทุกชิ้นในเรือน เพราะนี่คือของขวัญที่มารดาผู้ล่วงลับเคยสั่งทำไว้ให้ในวันเกิดปีแรก ของเล่นชิ้นนี้จึงมิใช่เพียงตุ๊กตาไม้ หากเป็นร่องรอยอันเลือนรางของสตรีผู้หนึ่งซึ่งเขาไม่เคยมีโอกาสจดจำใบหน้าได้จริง เด็กน้อยลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าไปเปิดกล่องอย่างระมัดระวัง ก่อนหยิบตุ๊กตาไม้ออกมาถือไว้ในมือ เขาพลิกดูอยู่เนิ่นนาน ปลายนิ้วเล็กค่อย ๆ ลูบผ่านรอยแกะสลักบนเกราะอย่างทะนุถนอม สีหน้าซึ่งเคยหม่นหมองค่อย ๆ เปลี่ยนไป ราวกับกำลังชั่งใจเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต ท้ายที่สุด รอยยิ้มบางก็ปรากฏขึ้นตรงมุมปาก เด็กน้อยพยักหน้ากับตนเองเบา ๆ ก่อนเก็บตุ๊กตากลับลงในกล่อง แล้วกอดมันไว้แนบอกอย่างตั้งใจ

เช้าวันถัดมา ฉู่เหยียนต้องเข้าวังเพื่อประชุมกับขุนนางฝ่ายทหาร ก่อนออกจากจวนเขากำชับบ่าวและองครักษ์หลายครั้งให้จับตาดูลูกชายอย่างเข้มงวด ถึงขั้นสั่งให้ปิดประตูข้างทุกแห่งและตรวจตรากำแพงรอบจวนโดยละเอียด แต่ทันทีที่เงาร่างสูงใหญ่ลับออกไป เสี่ยวเป่าก็เริ่มลงมือทำตามแผนซึ่งคิดไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เด็กน้อยรอจนบ่าวเฝ้าหน้าห้องเผลอไปช่วยยกถาดอาหาร แล้วจึงแอบมุดออกทางหน้าต่าง วิ่งลัดผ่านสวนหลังเรือน ก่อนปีนลอดช่องแคบข้างเรือนเก็บฟืนที่ตนค้นพบเมื่อหลายวันก่อน ตัวเล็กของเขาช่วยให้มุดผ่านได้อย่างง่ายดาย แม้เสื้อผ้าจะเปื้อนฝุ่นและเส้นผมติดเศษฟางอยู่หลายเส้นก็ตาม เมื่อหลุดพ้นกำแพงจวนมาได้ เสี่ยวเป่าก็ยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ ก่อนรีบวิ่งตรงไปยังโรงหมอด้วยฝีเท้าร่าเริง มือทั้งสองกอดกล่องไม้ไว้แน่นตลอดทาง ราวกับกลัวว่าสิ่งล้ำค่าข้างในจะหล่นหายแม้เพียงเสี้ยวเดียว

ซูอันหนิงกำลังตากสมุนไพรอยู่หน้าลาน นางใช้มือพลิกใบยาให้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันก็ฮัมทำนองเบา ๆ ไปด้วย ทว่าเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าตึกตักคุ้นหูดังเข้ามาใกล้ นางก็หยุดมือแล้วเงยหน้าขึ้น ครั้นเห็นเสี่ยวเป่าวิ่งหอบเข้ามาในสภาพผมยุ่ง เสื้อเปื้อน และแก้มแดงจัดเพราะเหนื่อย นางก็อดถอนหายใจไม่ได้

“เสี่ยวเป่า...เจ้าหนีออกมาอีกแล้วหรือ”

เด็กชายหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนรีบส่ายหน้าจนปอยผมสะบัด

“วันนี้ข้าไม่ได้หนีขอรับ”

ซูอันหนิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เช่นนั้นเจ้ามาได้อย่างไร”

เสี่ยวเป่ากอดกล่องไม้แน่นกว่าเดิม แล้วตอบด้วยสีหน้าใสซื่อ

“ข้าเพียงแอบออกมา”

หญิงสาวนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนยกมือกดหว่างคิ้วอย่างจนใจ คำตอบนั้นแทบไม่ต่างจากคำเดิมเลยแม้แต่น้อย นางก้าวเข้าไปหา ปัดเศษฟางออกจากเส้นผมและไหล่เล็ก ก่อนก้มสำรวจตามแขนขาอย่างละเอียดว่ามีบาดแผลหรือไม่ เมื่อเห็นเพียงรอยฝุ่นกับรอยแดงเล็กน้อยจากการมุดช่องแคบ หัวใจจึงค่อยผ่อนคลายลง

“ครั้งนี้แอบออกมาเพราะเหตุใด”

เสี่ยวเป่าไม่ตอบทันที สีหน้าซุกซนค่อย ๆ จางลง เขาก้มมองกล่องไม้ในมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นให้นางด้วยท่าทางจริงจังเกินวัย

“ข้าให้ขอรับ”

ซูอันหนิงรับมาอย่างระมัดระวัง ดวงตาฉายความสงสัยชัดเจน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel