บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 เด็กดื้อกับพ่อปากแข็ง - 2

น้ำเสียงเล็กเต็มไปด้วยความภูมิใจ จนหญิงสาวไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือควรตำหนิดี นางได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ

“เช่นนั้นท่านพ่อของเจ้าคงกำลังตามหาเจ้าให้วุ่นแล้ว”

เสี่ยวเป่าพองแก้มทันที

“ท่านพ่อเอาแต่ทำงาน”

เด็กน้อยก้มหน้าเขี่ยปลายรองเท้าตัวเองเบา ๆ ก่อนพึมพำเสียงอ่อย

“ข้าเลยมาหาท่านแม่”

คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจของซูอันหนิงอ่อนลงอย่างห้ามไม่ได้ นางยกมือขึ้นดึงเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนเรือนผมของเด็กน้อยออกอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วค่อย ๆ จัดปอยผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่อย่างอ่อนโยน

“ครั้งหน้าอย่าทำเช่นนี้อีก”

น้ำเสียงของนางนุ่มนวล หากแฝงความเป็นห่วงไว้อย่างชัดเจน

“หากเกิดอันตรายขึ้นจะทำอย่างไร”

เสี่ยวเป่าก้มหน้าลงเล็กน้อย

“ขอรับ...”

แต่เพียงชั่วครู่ เด็กน้อยก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง พร้อมสารภาพตามตรงจนซูอันหนิงอดยิ้มไม่ได้

“แต่...ข้าคิดถึงท่าน”

มือของหญิงสาวชะงักอยู่กลางอากาศเพียงประโยคสั้น ๆ จากเด็กวัยห้าขวบ กลับทำให้หัวใจของนางอ่อนยวบลงอย่างประหลาดซูอันหนิงยกมือแตะแก้มอุ่นๆ ของเด็กชายเบา ๆ พลางยิ้มอ่อน

“หากคิดถึง ก็ให้ผู้ใหญ่พามา”

นางสบดวงตากลมโตคู่นั้นด้วยความจริงจัง

“ห้ามหนีออกมาคนเดียวอีก เข้าใจหรือไม่”

เสี่ยวเป่าพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

“ขอรับ”

แม้ปากจะตอบรับ แต่แววตาซุกซนกลับบอกชัดว่า หากคิดถึงอีกครั้ง เด็กน้อยก็คงหาทางหนีออกมาเหมือนเดิมซูอันหนิงอ่านความคิดนั้นออกอย่างง่ายดาย จึงได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอ็นดู

“เด็กดื้อจริง ๆ”

นางจูงมือเล็ก ๆ เข้าไปล้างมือในโรงหมอ ก่อนนำซาลาเปาที่เด็กน้อยซื้อมาจัดใส่จานกระเบื้องใบเล็ก แล้วรินน้ำอุ่นหอมกรุ่นวางไว้ข้างกัน

“กินช้า ๆ นะ”

เสี่ยวเป่าพยักหน้ารับ ก่อนหยิบซาลาเปาขึ้นกัดคำโตทันที แก้มทั้งสองข้างพองตุ่ยราวกระรอกตัวน้อยที่กำลังอมลูกสน แป้งสีขาวติดอยู่ตรงมุมปากโดยเจ้าตัวไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย

ซูอันหนิงหัวเราะเบา ๆ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดขึ้นมา เช็ดคราบแป้งให้อย่างแผเบา

“โตแล้ว ยังปล่อยให้ปากเลอะอีก”

น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนเสียจนเสี่ยวเป่าหัวเราะคิกคัก ก่อนรีบหยิบซาลาเปาอีกลูกยื่นมาให้นาง

“ท่านแม่กินด้วย”

“ข้าเพิ่งกินมา”

“โกหก”

หญิงสาวเลิกคิ้วน้อย ๆ

“เหตุใดจึงว่าเช่นนั้น”

เด็กน้อยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เมื่อครู่ท้องท่านร้อง”

ซูอันหนิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะออกมาจนดวงตาโค้งสวย

“เจ้าหูดีนัก”

นางรับซาลาเปามาแบ่งออกเป็นสองส่วน คนละครึ่งกับเด็กน้อย ทั้งสองนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ลมอ่อนพัดผ่านเป็นระยะ เสี่ยวเป่าเล่าเรื่องว่าวที่ติดต้นไม้ เรื่องลูกแมวสีขาวหลังโรงหมอ และแมลงตัวเล็กที่เขาเพิ่งค้นพบเมื่อเช้า ส่วนซูอันหนิงก็ฟังไป ยิ้มไป คอยตอบคำถามน้อยใหญ่ของเด็กชายด้วยความอดทน รอยยิ้มสดใสของเสี่ยวเป่าทำให้ผู้คนที่เดินผ่านหน้าโรงหมออดหันมองไม่ได้ หลายคนยกยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว เพราะภาพของหญิงสาวผู้ใจอ่อนกับเด็กน้อยจอมซนใต้ร่มไม้ใหญ่ ช่างอบอุ่นราวกับเป็นแม่ลูกกันจริง ๆ จนยากจะไม่เชื่อตามข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดไปทั่ว

เวลานั้นเอง เสียงเกือกม้ากระทบพื้นหินก็ดังขึ้นตรงหน้าประตูโรงหมอ ก่อนหยุดลงอย่างฉับพลัน ฉู่เหยียนกระโดดลงจากหลังม้าแทบจะในทันที ชายอาภรณ์สีเข้มสะบัดตามแรงเคลื่อนไหว ดวงตาคมกวาดมองลานหน้าเรือนเพียงครั้งเดียวก็พบลูกชายที่ทำให้คนทั้งจวนวุ่นวาย

ทว่าแทนที่จะก้าวเข้าไปคว้าตัวกลับมาในทันที ฝีเท้าของเขากลับหยุดนิ่งอยู่ตรงธรณีประตูโดยไม่รู้ตัว เบื้องหน้า เสี่ยวเป่านั่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ หัวเราะเสียงใสเสียจนดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์ ขณะที่ซูอันหนิงกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับคราบแป้งตรงมุมปากให้เด็กน้อยอย่างแผ่วเบา นางก้มหน้าเล็กน้อย ปอยผมสีดำขลับคลออยู่ข้างแก้ม แสงแดดยามสายลอดผ่านกิ่งไม้ลงแตะเรือนผมจนเกิดประกายสีทองอ่อน ลมบางๆ พัดชายแขนเสื้อของนางไหวเบา ๆ ทุกการเคลื่อนไหวเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ทว่ากลับทำให้ลานหน้าโรงหมอเล็กๆ แห่งนั้นอบอุ่นเสียจนคล้ายเรือนของครอบครัวหนึ่งมากกว่าสถานที่รักษาผู้คน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel