บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 เด็กดื้อกับพ่อปากแข็ง - 1

แสงแดดยามสายสาดต้องลานฝึกกลางจวนแม่ทัพจนพื้นหินสะท้อนประกายสีอ่อน เสียงดาบปะทะหอกดังเป็นจังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอ เหล่าทหารนับสิบเคลื่อนไหวไปพร้อมกันตามคำสั่ง ไม่มีผู้ใดกล้าผ่อนแรงแม้เพียงชั่วลมหายใจ เพราะบุรุษผู้ยืนอยู่กลางลานคือแม่ทัพผู้เป็นดั่งเสาหลักของกองทัพต้าฉิน ฉู่เหยียนยืนถือดาบยาวไว้ในมือข้างหนึ่ง อีกมือไพล่ไว้ด้านหลัง แผ่นหลังกว้างตั้งตรงราวขุนเขาที่ไม่มีวันเอนเอียง ดวงตาคมกริบกวาดมองการฝึกของผู้ใต้บังคับบัญชาเพียงครั้งเดียวก็สามารถมองเห็นข้อผิดพลาดได้ทั้งหมด ทุกคำสั่งที่เอ่ยออกมาสั้น กระชับ และหนักแน่น จนทหารทั้งกองต่างขานรับพร้อมเพรียงโดยไม่มีผู้ใดกล้าลังเล ผู้คนภายนอกต่างกล่าวว่า ฉู่เหยียนคือบุรุษที่แม้ยืนอยู่ท่ามกลางห่าธนูก็ไม่เปลี่ยนสีหน้า ทว่าหากมีผู้ใดได้เห็นสีหน้าของเขาในอีกไม่กี่อึดใจต่อจากนี้ คงรู้ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ทำให้แม่ทัพผู้เกรียงไกรหนักใจยิ่งกว่าสนามรบเสียอีก

เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังเข้ามาใกล้ ก่อนองครักษ์คนสนิทจะคุกเข่าลงเบื้องหน้า หายใจหอบจนประโยคแรกแทบไม่เป็นคำ

“ท่านแม่ทัพ! คุณชายน้อย...หายตัวไปขอรับ!”

ฉู่เหยียนหันขวับ ดวงตาคมเข้มฉายแววเคร่งเครียดขึ้นทันที

“หายไปได้อย่างไร”

องครักษ์กลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนรีบตอบ

“เมื่อครู่คุณชายน้อยยังเล่นว่าวอยู่ในสวนหลังจวน บ่าวเพียงหันไปช่วยเก็บว่าวที่ติดต้นไม้ชั่วครู่ พอหันกลับมา...ก็ไม่เห็นคุณชายน้อยแล้วขอรับ”

คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศรอบลานฝึกเงียบลงโดยพลัน

ฉู่เหยียนหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนยกมือขึ้นกดหว่างคิ้วอย่างคนพยายามระงับอารมณ์ ความรู้สึกคุ้นเคยแล่นผ่านหัวใจอย่างช่วยไม่ได้ นับตั้งแต่เหตุการณ์ในตลาด ลูกชายของเขาก็ไม่เคยนั่งนิ่งอีกเลย เด็กน้อยเอาแต่ถามถึงโรงหมอ ถามถึงแม่นางซู และพยายามหาโอกาสออกจากจวนแทบทุกวัน ราวกับกำลังวางแผนบางอย่างอยู่เงียบ ๆ เขาถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

“ส่งคนออกตามทุกประตูเมือง”

“ขอรับ!”

“ถามตามร้านขนม ร้านของเล่น และตลาดตะวันออกให้ทั่ว”

“ขอรับ!”

เหล่าทหารรีบแยกย้ายกันออกจากจวนอย่างรวดเร็ว แต่ฉู่เหยียนกลับไม่คิดรอฟังรายงาน เขาสาวเท้าตรงไปยังคอกม้า กระโดดขึ้นหลังม้าศึกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนกระตุกบังเหียนเพียงครั้งเดียว ม้าตัวใหญ่ก็ทะยานออกจากจวนราวลูกศรหลุดจากสาย

สายลมพัดผ่านใบหน้า ขณะที่ทิวทัศน์สองข้างทางเคลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว เขาแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำว่าจะไปที่ใดไม่รู้เพราะสัญชาตญาณของผู้เป็นพ่อหรือเพราะรู้จักลูกชายตัวเองดีเกินไป

ปลายทางที่ผุดขึ้นมาในใจมีเพียงแห่งเดียว...โรงหมอเล็กทางทิศตะวันออกของเมือง

...

ขณะเดียวกัน ยามสายของโรงหมอแตกต่างจากความวุ่นวายในตลาดโดยสิ้นเชิง ลมอ่อนๆ พัดผ่านชายคาไม้ กลิ่นสมุนไพรตากแห้งลอยปะปนกับกลิ่นใบชาอ่อน ๆ จนบรรยากาศโดยรอบสงบเย็น เสียงนกร้องจากต้นไม้ใหญ่ดังแว่วเป็นระยะ ซูอันหนิงนั่งคัดแยกสมุนไพรอยู่ใต้ชายคา ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ แยกใบยาแต่ละชนิดอย่างประณีต แม้แผลที่ฝ่ามือจะยังไม่หายดี แต่นางก็ยังทำงานด้วยสีหน้าสงบเช่นเดิม

ทันใดนั้น...เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ก็ดังตึกตักเข้ามาอย่างรีบร้อน

“ท่านแม่!”

ซูอันหนิงเงยหน้าขึ้นทันที ก่อนจะเห็นร่างเล็กในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนวิ่งหน้าตั้งตรงมาหา แก้มทั้งสองแดงระเรื่อเพราะวิ่งมาไกล เส้นผมยุ่งเหยิงจนมีเศษใบไม้ติดอยู่หลายแห่ง แต่ใบหน้าเล็กกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างเสียจนดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์

“เสี่ยวเป่า?”

เด็กชายหยุดอยู่ตรงหน้านาง หอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นห่อกระดาษใบเล็กออกมาด้วยท่าทางภาคภูมิใจ

“ข้าซื้อซาลาเปามาให้ท่าน!”

ซูอันหนิงรับห่อกระดาษไว้ด้วยความงุนงง ความอุ่นจากซาลาเปาที่ยังส่งผ่านกระดาษทำให้นางรู้ว่าเด็กน้อยเพิ่งซื้อมาไม่นาน

“เจ้ามาคนเดียวหรือ”

เสี่ยวเป่าพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนยกอกขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังอวดผลงานชิ้นสำคัญ

“ข้าแอบหนีออกมาขอรับ”

ซูอันหนิงชะงักไปในทันที

“...”

“พวกองครักษ์ตามข้าไม่ทันด้วย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel