บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ลูกชายของแม่ทัพตัวแสบ - 3

คราวนี้เสี่ยวเป่าเงยหน้าพรวดขึ้นทันที ดวงตากลมใสซึ่งเมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความออดอ้อนกลับจริงจังขึ้นอย่างน่าประหลาด ใบหน้าเล็กเคร่งขรึมเสียจนผู้ใหญ่ทั้งสองชะงักไปพร้อมกัน

“แต่เมื่อวานท่านแม่ช่วยข้า”

ฉู่เหยียนนิ่งเงียบ เสี่ยวเป่าเห็นบิดาไม่ตอบจึงรีบกล่าวต่อ ราวกับกลัวว่าเหตุผลของตนจะยังไม่หนักแน่นพอ

“ตอนข้ากลัวที่สุด ท่านแม่กอดข้า”

เสียงเล็กยังคงชัดเจนในตอนแรก ก่อนจะค่อย ๆ เบาลงเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ในตลาด

“ตอนเลือดไหล ท่านแม่ไม่ดูแผลของตนเองเลย เอาแต่ถามว่าข้าเจ็บหรือไม่”

ขนตายาวของเด็กน้อยสั่นน้อย ๆ ดวงตากลมเริ่มแดงเรื่อ ทว่าเขายังคงกอดซูอันหนิงไว้แน่น

“นอกจากแม่แล้ว...จะมีผู้ใดทำเช่นนั้นอีกหรือขอรับ”

คำถามไร้เดียงสาหลุดออกมาจากหัวใจของเด็กวัยห้าขวบอย่างตรงไปตรงมา ทว่าเมื่อกระทบโสตของผู้ฟังกลับหนักหน่วงยิ่งกว่าถ้อยคำใด ฉู่เหยียนนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมลึกมองลูกชายอย่างไม่อาจเอ่ยสิ่งใดโต้แย้งได้ เขาเคยนำทัพผ่านสนามรบ เคยเผชิญศัตรูนับหมื่น และเคยตัดสินเป็นตายด้วยคำสั่งเพียงประโยคเดียว แต่กลับไม่เคยมีครั้งใดที่ถูกถ้อยคำธรรมดาจากเด็กคนหนึ่งทำให้พูดไม่ออกเช่นนี้ ซูอันหนิงเองก็อึ้งไปไม่ต่างกัน นางก้มมองแขนเล็กที่ยังโอบรอบเอวตน ใบหน้ากลมอวบซึ่งเงยขึ้นรอคำตอบเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นบริสุทธิ์ หัวใจของนางอ่อนยวบลงอย่างห้ามไม่อยู่ มือเรียวจึงค่อย ๆ ลูบเรือนผมนุ่มเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู

“เสี่ยวเป่า”

เพียงได้ยินชื่อของตน เด็กน้อยก็เงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายความหวังอย่างไม่ปิดบัง ซูอันหนิงสบสายตาเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด

“ถึงข้าจะมิใช่มารดาของเจ้า แต่ข้าก็เป็นพี่สาวที่คอยเอ็นดูเจ้าได้”

เสี่ยวเป่าส่ายหน้าดิกแทบจะทันที

“ไม่ได้”

หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

“เหตุใดเล่า”

เด็กน้อยเม้มริมฝีปากแน่น ราวกับคำตอบนั้นชัดเจนเสียจนไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางจึงยังต้องถาม

“ข้าไม่อยากได้พี่สาว”

ซูอันหนิงชะงักไปเล็กน้อย

“เช่นนั้นเจ้าอยากได้สิ่งใด”

เสี่ยวเป่ากอดเอวนางแน่นกว่าเดิม ก่อนตอบเสียงใสอย่างหนักแน่น

“ข้าอยากได้แม่”

ประโยคสั้น ๆ นั้นทำให้ซูอันหนิงหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มของนางละมุนเสียจนดวงตาโค้งลงเล็กน้อย ความเอ็นดูเอ่อล้นอยู่บนใบหน้าอย่างไม่อาจปิดบัง แม้แต่ฉู่เหยียนยังต้องยกมือขึ้นกดหว่างคิ้วเบา ๆ รู้สึกขึ้นมาอย่างจริงจังว่า ศัตรูนับหมื่นในสนามรบยังรับมือได้ง่ายกว่าลูกชายตัวแสบเพียงคนเดียว เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนก้าวเข้าไปอุ้มร่างเล็กขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเป่าร้องอุทานด้วยความตกใจ ก่อนดิ้นไปมาอยู่ในอ้อมแขนบิดา มือเล็กทั้งสองข้างยื่นสุดแรงไปทางซูอันหนิงราวกับกำลังถูกพรากจากสิ่งล้ำค่าที่สุด

“ท่านแม่!”

“เสี่ยวเป่า”

ฉู่เหยียนเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเตือน แต่เด็กน้อยกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย เขายังคงเอื้อมมือไปหาหญิงสาว พร้อมประกาศเสียงดังอย่างมุ่งมั่น

“ข้าจะกลับมาอีก!”

ผู้คนซึ่งแอบชะเง้อมองอยู่หน้าประตูโรงหมอเริ่มหัวเราะกันเบา ๆ เสี่ยวเป่ากลับยิ่งโบกมือแรงขึ้นจนแขนเสื้อสะบัด

“ท่านแม่ต้องรอข้านะ!”

เสียงหัวเราะของชาวบ้านดังขึ้นเป็นเบาๆ ขณะที่ใบหน้าของแม่ทัพผู้เกรียงไกรยังคงนิ่งสนิทราวกับสลักจากหิน ทว่าหากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าปลายใบหูซึ่งซ่อนอยู่ใต้เรือนผมสีดำกลับค่อย ๆ ขึ้นสีแดงอย่างน่าประหลาด ฉู่เหยียนมิได้เอ่ยสิ่งใดอีก เขาเพียงค้อมศีรษะให้ซูอันหนิงเล็กน้อยเป็นเชิงขอตัว ก่อนอุ้มลูกชายเดินออกจากโรงหมอของนาง ท่ามกลางเสียงเจื้อยแจ้วของเสี่ยวเป่าที่ยังตะโกนเรียก “ท่านแม่” ไม่หยุด ซูอันหนิงยืนอยู่ตรงธรณีประตู มองร่างสูงของบุรุษกับศีรษะกลมเล็กที่โผล่พ้นบ่าเขาค่อย ๆ เคลื่อนไกลออกไปตามถนน เสี่ยวเป่ายังหันกลับมาโบกมือให้นางจนสุดแขน แม้ร่างของสองพ่อลูกจะเกือบลับสายตาแล้วก็ตาม นางมองตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มบางจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอย่างไม่รู้ตัว ครั้นหันกลับเข้าไปในโรงหมอ สายตาก็เหลือบเห็นกล่องยาที่วางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นสมุนไพรชั้นดีลอยอวลอยู่ในอากาศ ขณะเดียวกันเสียงเรียก “ท่านแม่” ของเด็กน้อยก็ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำอย่างชัดเจน ซูอันหนิงยกมือแตะเอวตรงจุดที่เสี่ยวเป่าเคยกอดเอาไว้ ความอบอุ่นจากร่างเล็กราวกับยังหลงเหลืออยู่ตรงนั้น นางจึงได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยความอ่อนใจ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนว่าชีวิตอันเงียบสงบและเรียบง่ายซึ่งดำเนินมาเนิ่นนานของนาง คงยากจะกลับไปสงบเหมือนเดิมอีกแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel