บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ลูกชายของแม่ทัพตัวแสบ - 1

รุ่งเช้า ซูอันหนิงรู้สึกตัวขึ้นพร้อมความปวดระบมที่แล่นไปทั่วร่าง เพียงขยับแขนเพียงเล็กน้อย ความแสบจากบาดแผลก็พลันแล่นขึ้นจนต้องขมวดคิ้ว นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวกับความเจ็บที่หลงเหลือจากเหตุการณ์เมื่อวาน แขนทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหิน หัวไหล่และแผ่นหลังยังเมื่อยล้าจากการฝืนออกแรงเกินกำลัง ส่วนฝ่ามือที่มีรอยถลอกนั้น แม้ผ่านการล้างแผลและพันผ้าอย่างดีแล้ว แต่ทุกครั้งที่ขยับนิ้วก็ยังรู้สึกแสบจนต้องผ่อนลมหายใจช้า ๆ นางก้มมองบาดแผลของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกยิ้มจาง ๆ อย่างจนใจ เมื่อคืนยังรู้สึกเพียงเหนื่อยล้า ทว่าพอตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้ ความเจ็บกลับชัดเจนขึ้นทุกส่วน ราวกับร่างกายเพิ่งนึกได้ว่าตนเองผ่านเรื่องวุ่นวายมาเพียงใด ซูอันหนิงค่อย ๆ ยันกายลุกจากเตียงอย่างระมัดระวัง แล้วหยุดยืนอยู่ข้างเตียงครู่หนึ่งเพื่อรอให้ความมึนล้าจางลง นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเดินไปเปิดประตูเรือนรับแสงแรกของวัน

แสงอรุณสีอ่อนลอดผ่านเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่หน้าโรงหมอ ทอดเงาใบไม้พราวไหวลงบนพื้นหินที่ยังชื้นด้วยน้ำค้าง กลิ่นสมุนไพรแห้งซึ่งแขวนเรียงอยู่ใต้ชายคาลอยอวลปะปนกับกลิ่นยาต้มจาง ๆ จากเตาดินด้านใน ทำให้เรือนหลังเล็กอบอวลด้วยความสงบอย่างที่เคยเป็นทุกเช้า ซูอันหนิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เตี้ยๆ มือข้างหนึ่งประคองครกหิน อีกข้างค่อย ๆ บดรากยาอย่างตั้งใจ เสียงสากกระทบเนื้อหินดังสม่ำเสมอ ทว่าทุกครั้งที่ออกแรง รอยแผลบนฝ่ามือก็แสบวาบขึ้นมาจนปลายนิ้วเกร็ง นางจึงต้องหยุดชั่วครู่เพื่อผ่อนแรง ก่อนก้มมองผ้าพันแผลที่ข้อศอกซึ่งยังมีรอยเลือดซึมจาง ๆ แล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ เหตุการณ์เมื่อวานสำหรับนางเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะไตร่ตรอง นางเห็นเด็กผู้หนึ่งตกอยู่ในอันตรายจึงวิ่งเข้าไปช่วย เท่านั้นเอง นางไม่เคยคิดว่าการตัดสินใจเพียงชั่วพริบตาจะกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนทั้งเมืองนำไปพูดต่อกันอย่างออกรสภายในคืนเดียว เสียงสนทนาของชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าโรงหมอลอยแว่วมาตามสายลม แม้ผู้พูดจะพยายามลดเสียงลง ทว่าด้วยประตูที่เปิดรับอากาศยามเช้า ทุกถ้อยคำจึงดังชัดเสียยิ่งกว่าที่ควร

“ได้ยินเรื่องแม่นางที่ช่วยคุณชายน้อยจวนแม่ทัพเมื่อวานหรือยัง”

“จะไม่ได้ยินได้อย่างไร เด็กคนนั้นกอดนางเสียแน่น แล้วยังเรียกท่านแม่ต่อหน้าคนทั้งตลาด”

“ข้าเห็นสีหน้าท่านแม่ทัพด้วยตาตนเอง เคร่งขรึมเสียจนไม่มีผู้ใดกล้าหัวเราะต่อหน้าเลย”

เสียงหัวเราะคิกคักดังตามหลังมา ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมฝีเท้าที่เดินห่างออกจากโรงหมอ ซูอันหนิงหลับตาลงชั่วครู่ แล้วยกมือแตะหว่างคิ้วอย่างอ่อนใจ นางไม่คิดเลยว่าคำเรียกเพียงคำเดียวจากเด็กวัยห้าขวบ จะมีอำนาจทำให้ผู้คนแต่งเติมเรื่องราวได้มากมายถึงเพียงนี้ กระนั้นเมื่อนึกถึงใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเด็กน้อยกับอ้อมแขนที่รัดคอนางแน่น หัวใจกลับอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

เสียงเกือกม้าดังขึ้นจากหน้าถนนในจังหวะนั้น ไม่เร็วเท่าไหร่นัก หากหนักแน่นและเป็นระเบียบ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าโรงหมอพอดี เสียงฝีเท้าของผู้ติดตามดังตามมาอีกไม่กี่ก้าว จากนั้นเงาร่างสูงใหญ่ก็ทอดผ่านธรณีประตูเข้ามาภายใน ซูอันหนิงเงยหน้าขึ้นและชะงักไปเล็กน้อย บุรุษผู้มาเยือนสวมอาภรณ์สีกรมท่า ปักลายเมฆด้วยไหมเงินอย่างเรียบหรู เขายืนสงบนิ่งอยู่ใต้ชายคา แผ่นหลังกว้างตั้งตรง ดุจต้นสนซึ่งผ่านพายุหิมะมานับครั้งไม่ถ้วน ใบหน้าคมคายยังคงเย็นสงบจนยากจะอ่านความคิด หากดวงตาลึกคู่นั้นกลับมิได้เย็นชาอย่างที่ผู้คนร่ำลือ ตรงกันข้าม ภายใต้ความสุขุมกลับซ่อนร่องรอยของความเกรงใจและความกังวลไว้บางเบา ข้างกายเขามีเด็กชายตัวน้อยในชุดสีฟ้าอ่อนยืนกุมชายเสื้อบิดาอยู่แน่น เสี่ยวเป่าชะโงกหน้ามองเข้ามาในโรงหมอด้วยดวงตาเป็นประกาย แม้พยายามยืนนิ่งตามมารยาท แต่ปลายเท้าเล็กกลับขยับยุกยิกอยู่ตลอด ราวกับต้องใช้ความอดทนทั้งหมดที่มีเพื่อไม่ให้วิ่งเข้าหานาง ซูอันหนิงวางสากบดสมุนไพรลง แล้วลุกขึ้นต้อนรับอย่างสุภาพ

“ท่านแม่ทัพ”

ฉู่เหยียนพยักหน้าให้นางเพียงเล็กน้อย ก่อนยื่นมือรับกล่องไม้เนื้อดีจากองครักษ์ซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง แล้วนำมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างระมัดระวัง

“เมื่อวาน...ขอบคุณที่ช่วยชีวิตลูกชายข้า”

น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ สุขุม และตรงไปตรงมา ไม่มีถ้อยคำประดับเกินจำเป็น ทว่าความหนักแน่นในทุกพยางค์กลับทำให้ผู้ฟังสัมผัสได้ถึงความจริงใจอย่างชัดเจน เขาเปิดฝากล่องออก ภายในจัดวางขวดยาหลายใบกับโสมป่ารากหนึ่งอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นสมุนไพรชั้นดีลอยออกมาบางๆ เพียงมองก็รู้ว่าของเหล่านี้ล้ำค่าเพียงใด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel