บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 เด็กน้อยที่เรียกผิด...หรือเรียกถูก - 4

“ท่านแม่...อย่าทิ้งข้านะ”

ซูอันหนิงชะงักไปทั้งร่าง ราวกับคำเรียกสั้น ๆ นั้นกระทบลงกลางใจโดยไม่ทันตั้งตัว นางมองเด็กน้อยในอ้อมแขนที่กำลังสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่เด็กวัยเพียงห้าขวบไม่ควรต้องเผชิญ นางเคยเห็นผู้คนมากมายยามเจ็บป่วย เห็นทั้งความทุกข์ ความหวาดหวั่น และน้ำตาของผู้ใหญ่จนคุ้นชิน ทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไปอย่างประหลาด เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามิใช่เพียงเด็กที่บาดเจ็บ หากเป็นเด็กคนหนึ่งที่กำลังไขว่คว้าหาที่พึ่งเพียงแห่งเดียวของตนเอง นางจึงยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังเล็กช้า ๆ พลางเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ไม่ร้องแล้วนะ ข้าอยู่นี่" คำพูดนั้นทำให้เสี่ยวเป่าสะอื้นหนักกว่าเดิม ราวกับเพียงได้ยินคำว่า "อยู่นี่"

ความหวาดกลัวที่เก็บกลั้นมาตลอดก็พังทลายลงจนหมดสิ้น ฉู่เหยียนมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ มือที่ยื่นออกไปเมื่อครู่ค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงข้างกาย เขาไม่ได้แย่งลูกชายกลับมาอีก เพราะเห็นชัดแล้วว่าในเวลานี้อ้อมแขนของหญิงสาวคือที่เดียวที่ทำให้เด็กน้อยสงบลงได้

"เสี่ยวเป่า กลับบ้านกับพ่อเถิด" น้ำเสียงของเขาแผ่วลงกว่าครั้งใด ทว่าเด็กชายกลับส่ายหน้าอยู่กับอกของซูอันหนิง ไม่ยอมแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น

"ข้าไม่อยากกลับ..." ฉู่เหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม

"เหตุใด" เด็กน้อยกำชายเสื้อของซูอันหนิงแน่นขึ้น

"ข้ากลัว..." คำตอบนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน ทว่าเพียงเท่านั้นก็ทำให้แววตาของผู้เป็นบิดาอ่อนลงเล็กน้อย ฉู่เหยียนเคยผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน เคยเห็นทหารหนุ่มที่ยืนหยัดท่ามกลางคมดาบโดยไม่ยอมถอยแม้เพียงก้าว แต่บัดนี้กลับไม่รู้ว่าควรปลอบลูกชายวัยห้าขวบอย่างไรดี ซูอันหนิงมองบุรุษตรงหน้าแล้วเห็นความจนใจที่ซ่อนอยู่ใต้สีหน้าเคร่งขรึม นางจึงเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา "ท่านแม่ทัพ พาเขากลับไปเถิดเจ้าค่ะ วันนี้เขาคงตกใจมาก หากได้พักสักหน่อยก็คงดีขึ้น" ฉู่เหยียนสบตานาง

"แล้วแผลของเจ้าเล่า" ซูอันหนิงก้มมองแขนตนเอง รอยถลอกหลายแห่งยังมีเลือดซึมจาง ๆ

"เพียงแผลเล็กน้อยเจ้าค่ะ ล้างแผลแล้วพักสักคืนก็คงหาย" เขามองบาดแผลเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

"ข้าจะให้คนส่งยามาให้" "ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ ข้าเป็นหมอ ย่อมรู้ว่าต้องรักษาตัวอย่างไร" มุมปากของฉู่เหยียนขยับเพียงเล็กน้อย คล้ายอยากกล่าวสิ่งใดแต่สุดท้ายก็เลือกเงียบ เขาหันไปมองลูกชายอีกครั้ง

"เสี่ยวเป่า" เด็กน้อยยังไม่ยอมเงยหน้า "ข้าจะพาเจ้ากลับแล้ว" คราวนี้เด็กชายค่อย ๆ คลายมือออกจากเสื้อของซูอันหนิง แต่ก่อนจะถูกบิดาอุ้มไป เขากลับเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาแดงก่ำ

"ท่านแม่..." ซูอันหนิงชะงักอีกครั้ง ครั้นเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ที่ยังเปื้อนคราบน้ำตา นางก็ไม่อาจใจแข็งได้

"กลับบ้านก่อนเถิด" เด็กชายเม้มริมฝีปาก

"แล้ว...ข้าจะได้เจอท่านอีกหรือไม่" นางยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน

"หากเจ้าหายดีแล้ว ก็มาหาข้าที่โรงหมอได้" ดวงตากลมโตพลันสว่างขึ้นทันที

"จริงหรือขอรับ"

"จริงสิ" เสี่ยวเป่าพยักหน้ารัว ๆ ก่อนยอมให้อุ้มออกจากอ้อมแขนของนางแต่โดยดี ฉู่เหยียนรับร่างเล็กมาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง ทว่าก่อนจะหันหลังจากไป เขากลับหยุดฝีเท้าแล้วหันมามองหญิงสาวอีกครั้ง

"ขอบคุณ" ซูอันหนิงสบตาเขา นางเพิ่งได้เห็นใบหน้าของบุรุษผู้เป็นแม่ทัพอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่นั้นยังคงสงบนิ่ง ทว่าความเหนื่อยล้าและความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ กลับทำให้นางรู้ว่า คำขอบคุณเมื่อครู่นี้มิใช่เพียงคำพูดตามมารยาท "ท่านแม่ทัพไม่ต้องเกรงใจเจ้าค่ะ" ฉู่เหยียนพยักหน้า ก่อนอุ้มลูกชายเดินจากไป เสี่ยวเป่าซบอยู่บนบ่าของบิดา แต่ยังไม่วายหันกลับมาโบกมือให้นาง

"ท่านแม่! พรุ่งนี้ข้าจะมาหา!" ซูอันหนิงหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางยกมือโบกตอบ "ได้สิ" รถม้าของจวนแม่ทัพค่อย ๆ เคลื่อนออกจากตลาด เสียงล้อบดไปตามถนนหินดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผู้คนที่เคยมุงดูต่างทยอยแยกย้ายกันไป บางคนยังหันกลับมากระซิบกระซาบถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วยรอยยิ้มเจือความอยากรู้อยากเห็น ซูอันหนิงยืนอยู่หน้าร้านขายยา มองขบวนรถม้าที่เล็กลงทุกทีจนลับสายตา ก่อนก้มลงสำรวจบาดแผลของตนเองอีกครั้ง นางเพิ่งสังเกตว่ามือของตนเองยังสั่นอยู่เล็กน้อย ทั้งที่ตอนช่วยเด็กน้อยเมื่อครู่ นางกลับไม่รู้สึกกลัวแม้แต่นิดเดียว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ แล้วหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ

"เด็กคนนี้ช่าง..." นางไม่ได้พูดต่อ เพราะไม่รู้ควรเรียกเขาว่าอย่างไรดี เด็กน้อยที่เพิ่งพบกันวันนี้กลับกอดนางแน่นราวกับรู้จักกันมานาน และยังเรียกนางว่า

"ท่านแม่" ด้วยสีหน้าจริงจังเสียจนหัวใจที่เคยสงบนิ่งมาตลอดหลายปีสั่นไหวอย่างประหลาด นางหันกลับเข้าโรงหมอ เดินไปยังโต๊ะยาที่วางสมุนไพรไว้เรียงรายตามชนิด ทว่ามือที่กำลังจะหยิบตะกร้าสมุนไพรกลับหยุดลง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นผ้าผืนเล็กที่เด็กชายใช้พันแผลให้นางก่อนหน้านี้ มันเป็นเพียงเศษผ้าธรรมดา เนื้อหยาบและมีรอยเปื้อนเลือดจาง ๆ แต่เมื่อคิดว่ามันมาจากมือเล็ก ๆ ของเด็กน้อย นางกลับไม่รู้เหตุใดจึงรู้สึกว่าควรเก็บเอาไว้ ซูอันหนิงจึงพับผ้าผืนนั้นอย่างเรียบร้อยแล้ววางไว้ในลิ้นชัก ก่อนจะนั่งลงต้มยาเหมือนทุกวัน ทว่าครั้งนี้สมาธิของนางกลับไม่อยู่กับตำรับยาเท่าไรนัก

ภาพเด็กน้อยที่ร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด รวมถึงบุรุษในชุดดำที่ย่อตัวลงตรวจดูร่างลูกชายด้วยแววตาตื่นตระหนก แม้เขาจะพยายามเก็บซ่อนเพียงใด นางก็ยังมองเห็นความรักที่มีต่อลูกได้อย่างชัดเจน

"พ่อของเขา..." นางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนส่ายหน้าแล้วก้มหน้าลงจัดสมุนไพรต่อ ซูอันหนิงคิดเพียงว่าเรื่องวันนี้คงเป็นเพียงเหตุบังเอิญ เด็กน้อยตกใจจึงเรียกนางว่าแม่ ส่วนวันพรุ่งนี้เมื่อความหวาดกลัวจางลง ทุกอย่างก็คงกลับไปเป็นเช่นเดิม นางไม่เคยคิดเลยว่าเด็กชายคนนั้นจะจดจำอ้อมกอดของนางเอาไว้ในหัวใจ และยิ่งไม่เคยรู้ว่า การพบกันเพียงครั้งเดียวในตลาดอันวุ่นวาย จะค่อย ๆ เปลี่ยนความเงียบเหงาของคนสองคนให้กลายเป็นความผูกพันที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด ขณะเดียวกัน รถม้าของจวนแม่ทัพกำลังแล่นไปตามถนนสายหลัก เสี่ยวเป่านอนซบอกบิดาอย่างอ่อนแรงจากการร้องไห้ ดวงตาค่อย ๆ ปรือปิดลง แต่ก่อนจะหลับ เด็กน้อยยังพึมพำเสียงเบา

"ท่านพ่อ..."

"อืม" "พรุ่งนี้พาข้าไปหาท่านแม่อีกนะ" ฉู่เหยียนมองใบหน้าเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขน แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง

"หากนางว่าง" เด็กน้อยยิ้มทั้งที่ยังหลับ

"นางต้องว่าง..." เขาพึมพำ "เพราะนางเป็นท่านแม่ของข้า" ฉู่เหยียนไม่ได้ตอบอะไรอีก เพียงทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างรถม้าอย่างเงียบงัน

ทว่าคำเรียกนั้นกลับยังคงก้องอยู่ในความคิดของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า—ท่านแม่... และในอีกฟากหนึ่งของเมือง ซูอันหนิงเองก็กำลังนั่งอยู่หน้าเตายา พลางมองเปลวไฟที่ไหวระริกโดยไม่รู้เลยว่า วันพรุ่งนี้จะมีเด็กชายตัวแสบคนหนึ่งกลับมาหานางจริง ๆ และนับจากวันนั้นเป็นต้นไป ชีวิตอันเรียบง่ายของนาง...คงไม่อาจกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel