ตอนที่ 1 เด็กน้อยที่เรียกผิด...หรือเรียกถูก - 2
แต่เพียงครู่เดียว ดวงตากลมโตก็พลันเป็นประกาย เมื่อเหลือบไปเห็นร้านขายตุ๊กตาไม้ที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมทาง ตุ๊กตาแม่ทัพ ตุ๊กตากระต่าย และม้าศึกตัวเล็กแกะสลักอย่างประณีตวางเรียงอยู่จนละลานตา เด็กน้อยเม้มริมฝีปากด้วยความชอบใจ
ระหว่างที่พี่หลิวหันไปหยิบกระติกน้ำ เสี่ยวเป่าก็ค่อย ๆ ย่องลงจากรถม้าอย่างแผ่วเบา ความคล่องแคล่วของเจ้าตัวบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า การแอบหนีเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
ทันทีที่เท้าเล็กแตะพื้น เขาก็วิ่งฉิวฝ่าฝูงชนตรงไปยังร้านของเล่นด้วยรอยยิ้มสดใส
"คุณชายน้อย!"
เสียงร้องตกใจของพี่หลิวดังลั่นจนผู้คนหันมามองแต่มันสายเกินไปแล้ว เสี่ยวเป่าวิ่งหายเข้าไปท่ามกลางผู้คน ขณะที่พี่เลี้ยงรีบยกชายกระโปรงวิ่งตามจนแทบสะดุดล้ม สีหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจและในเสี้ยวลมหายใจเดียวกันนั้นเอง...
เสียงม้าร้องอย่างตื่นตกใจพลันดังสนั่นมาจากปลายถนน ม้าศึกตัวใหญ่สะบัดหัวอย่างบ้าคลั่ง หลังถูกเสียงประทัดจากร้านค้าข้างทางทำให้แตกตื่น มันกระชากบังเหียนหลุดจากมือเจ้าของ ก่อนควบพุ่งตรงเข้ามากลางตลาดด้วยความเร็วราวสายฟ้า
ทันใดนั้น เมืองหลวงที่เคยครึกครื้นก็พลันโกลาหล ผู้คนกรีดร้องด้วยความตกใจ ต่างผลักกันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แผงค้าพลิกคว่ำ ผลไม้กลิ้งกระจัดกระจายเต็มพื้น เสียงร้องไห้ของเด็ก เสียงตะโกน และเสียงฝีเท้าที่วิ่งอลหม่านดังปะปนกันไปทั่วทั้งถนน
ท่ามกลางความแตกตื่นนั้น...เสี่ยวเป่าค่อย ๆ หันไปตามเสียงดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อเห็นม้าศึกตัวมหึมากำลังควบตรงมาหาเขาอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กแข็งค้างอยู่กับที่สมองของเด็กวัยห้าขวบว่างเปล่าเสียจนแม้แต่จะก้าวเท้าหนี...ก็ยังทำไม่ได้
ผู้คนที่เมื่อครู่ยังยืนเลือกซื้อสินค้ากันอย่างออกรสพากันแตกฮือราวฝูงนกต้องลมพายุ เสียงกรีดร้องดังระงมทั่วถนน ผู้ใหญ่รีบคว้าเด็กเล็กเข้าหาอก บ้างผลักกันหลบเข้าข้างทาง บ้างชนแผงค้าจนล้มระเนระนาด ผลไม้หลากสีกลิ้งเกลื่อนพื้นหินปะปนกับตะกร้าไม้และข้าวของที่ไม่มีผู้ใดเหลียวแล เสียงเด็กร้องไห้ เสียงสตรีตะโกนเรียกคนในครอบครัว และเสียงเตือนให้หลบดังสับสนจนแทบแยกไม่ออกว่าเสียงใดเป็นของผู้ใด เสี่ยวเป่าหันขวับไปตามเสียงม้าร้อง ดวงตากลมโตซึ่งยังคงฉายแววตื่นเต้นอยู่เมื่อครู่พลันเบิกกว้าง เมื่อเห็นม้าศึกตัวมหึมากำลังควบทะยานตรงเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง กีบเหล็กกระแทกพื้นถนนดังสนั่นทุกย่างก้าว ฝุ่นดินฟุ้งขึ้นเป็นม่านบาง บดบังผู้คนที่วิ่งหนีอยู่เบื้องหลัง ร่างเล็กของเด็กวัยห้าขวบแข็งค้าง ความหวาดกลัวแล่นขึ้นจากปลายเท้าจนถึงกลางอก สมองว่างเปล่าเสียจนแม้แต่จะร้องออกมา เขาก็ยังทำไม่ได้
“หลบ!”
เสียงตะโกนสุดกำลังดังมาจากที่ใดสักแห่ง ทว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้พอจะคว้าตัวเด็กน้อยให้พ้นจากแนวกีบม้าได้ทัน ซูอันหนิงซึ่งกำลังเลือกสมุนไพรอยู่ไม่ไกลเงยหน้าขึ้นตามเสียง และในเสี้ยวพริบตาที่เห็นร่างเล็กยืนตัวแข็งอยู่กลางถนน หัวใจของนางก็แทบหยุดเต้น นางไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่าเด็กผู้นั้นเป็นใคร ไม่ทันคิดว่าตนเองอาจได้รับบาดเจ็บ และไม่มีเวลามากพอจะหวาดกลัว
สิ่งเดียวที่ผุดขึ้นในความคิดมีเพียงว่า เด็กคนนั้นต้องรอด ตะกร้าสมุนไพรหลุดจากมือร่วงลงบนพื้น ใบไม้แห้งและรากยากระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ขณะที่ร่างบางพุ่งฝ่าฝูงชนออกไปด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด ชายกระโปรงสีเขียวอ่อนสะบัดตามแรงลม ฝ่าเท้ากระทบพื้นหินถี่รัว หัวใจของนางเต้นกระหน่ำจนแทบหลุดจากอก แต่สายตายังคงจับจ้องเด็กน้อยโดยไม่ยอมละไปแม้เพียงครั้งเดียว
