บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 เพราะเหตุดอกเหมยฮวาถึงร่วงลงสู่พื้นเป็นครั้งแรก

แววตาที่เเข็งกระด้างด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อมองใบหน้าเสี่ยวเยา ผู้เป็นน้องชายของนางกำนัลทรยศ ทำให้หวนนึกถึงวันวานที่ตนหลงรักนางจนหมดหัวใจ

"เหตุใดเจ้าถึงล่วงรู้ฉายาของข้า?" ท่านแม่ทัพกระซิบข้างหูที่สั่นระริกไปด้วยความหวาดกลัว หัวใจของเสี่ยวเยาแทบหลุดออกมาเสียให้ได้ ย้อนนึกถึงวันที่นางเปิดอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ในยุคนี้ ได้ระบุฉายาลับของเขา ที่องค์จักรพรรคไทจู่เป็นผู้ประทานให้ และเบื้องหลังที่ราชสำนักได้ปกปิดไว้มากมาย เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง

'ฉายาหมาป่าจอมทมิฬผู้โหดเหี้ยม' ได้มาเพราะตนเองกระทำร้ายต่อผู้อื่นแท้ๆ ทำไมฮ่องเต้ต้องใส่ใจเขาผู้นี้นัก มีอะไรที่นางไม่ควรรู้หรือไม่

เสี่ยวเยารู้สึกแน่นหน้าอก หายใจเริ่มติดขัด ทุกอย่างรอบๆ ตัวนางกำลังหมุน เหมือนแผ่นดินสั่นสะท้านไปทั่วรอบกายของนาง

'เกิดอะไรขึ้นอีกแล้วเนี่ย'

นางทำได้เพียงแค่คิดในใจ นั้นคงเป็นเพราะความเหนื่อยล้า หรือความหิวกันแน่ สายตาเริ่มพร่ามัวเหมือนทุกอย่างค่อยๆ ดับวูบลงไป นางผู้ซึ่งไร้สติลงโดยไม่ทันรับรู้เลยว่า ร่างบางของตนกำลังอยู่ในอ้อมแขนของท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยเสียแล้ว

เจิ้งเจี๋ยมองใบหน้าซีดเผือกของทหารผู้นี้ ที่หมดสติภายใต้ออมแขนของตน พร้อมความสับสนวุ่นวายใจ ด้วยเหตุใดกัน ตัวเขาถึงเลือกที่จะทิ้งกระบี่มังกรคู่ใจ เพียงเพื่อรับร่างไร้สติของทหารอ่อนแอผู้นี้ได้ ดวงตาเข้มยังคงพินิจพิจารณาทุกส่วนของใบหน้า ขนตาที่เรียวยาว ปากชมพูอันอวบอิ่ม แก้มแดงราวกับมะเขือเทศ มันช่างดูงดงามราวกับสตรีเหลือเกิน

ตึก! ตึก! ตึก! เสียงหัวใจดังขึ้น เต้นแรงอย่างผิดปกติ เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความกังวลและความสับสนเช่นนี้ เป็นเพราะอะไรกัน

ดอกเหมยฮวาร่วงโรยลงมาบนผิวหน้าเรียบเนียนของเสี่ยวเยาอย่างนุ่มนวล แม่ทัพเพ่งมองนางอย่างไม่ละสายตา ก่อนเงยหน้ามองต้นเหมยฮวาด้วยความตกตลึง เหตุใดต้นไม้ที่โดนสาปไปพร้อมกับเขา ถึงร่วงโรยลงมาในเวลานี้ นับสิบปีที่เขาเฝ้ารอคอยให้มีผู้ใดมาแก้คำสาปของตน กลิ่นหอมของดอกเหมยฮวาที่ปลิวละล่องไปทั่วทุกทิศทาง ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายของเหล่าทหาร ที่ยินดีกับปรากฎการณ์นี้

“เหตุใดดอกเหมยฮวาถึงร่วงโรยลงมาในขณะที่เจ้าอยู่ในอ้อมแขนข้า!”

ร่างบางอ่อนระทวยในชุดทหาร ถูกโอบอุ้มด้วยเเขนแกร่งอันทรงพลัง มุ่งตรงไปยังจวนท่านแม่ทัพ ท่ามกลางเหล่าทหารที่ยืนมองด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่แปลกไปของท่านแม่ทัพ คงเป็นเพราะไม่เคยมีทหารผู้ใดถูกปฏิบัติด้วยความอ่อนโยนดั่งเช่นนายทหารผู้นี้มาก่อน แต่ถึงกระนั้นก็อย่าได้ชะล่าใจไปเพราะนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ก่อนหน้านี้...

"เอาพวกนางไปขังไว้ อย่าให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่เช่นนั้นก็ส่งตัวกลับวังไปซ่ะ!!"

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเดือดดาลของท่านแม่ทัพ 'เจิ้งเจี๋ย' ทำให้เหล่านางกำนัลต่างหวาดผวา จนตัวสั่นราวกับลูกนกในกำมือ ท่ามกลางเหล่าทหารนับสิบที่ยืนปิดล้อมพวกนางไว้ ดั่งเช่นนักโทษร้ายแรง พวกเขาเผยสีหน้าอันโหดเหี้ยม พร้อมกระบี่จี้ตรงคอ หมายจะสบั่นให้ขาดในพลิบตา เมื่อมีรับสั่ง

"ฝ่าบาททรงรู้ว่า ท่านแม่ทัพต้องปฏิเสธ จึงได้รับสั่งไว้ว่า ท่านแม่ทัพต้องเลือกนางกำนัลไว้ปรนนิบัติรับใช้ให้จงได้ มิเช่นนั้นก็แต่งตั้งทหารชั้นผู้น้อยไว้รับใช้แทนนางกำนัลเจ้าคะ"กูกูผู้ที่ยึดมั่นในคำสั่ง มีหรือที่นางจะยอมกลับไปแต่โดยดี แม้ต้องยืนรออยู่ตรงนี้เจ็ดชั่วยาม ก็จะทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จลุล่วงไปด้วยดีเสียก่อน ถึงเบาใจลงบ้าง

"ได้! ข้าจะคัดเลือกเหล่าทหารชั้นผู้น้อย ไว้ปรนนิบัติของกาย แทนพวกนางกำนัลของเจ้า จงกลับเข้าวังไปซะเถอะ! ท่านกูกูย่อมรู้ดีว่า เหตุใดข้าถึงจงเกลียดจงชังเหล่านางกำนัลยิ่งนัก! " มือหนากวัดเกว่งไปมา เป็นสัญญาณให้เหล่าทหารปล่อยพวกนางไป กระบี่เข้าฝักตามเดิม บรรยากาศตรึงเครียดได้สงบลงอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงถอนหายใจของเหล่านางกำนัล

กูกูรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงอันหนักแน่นของท่านแม่ทัพ ขืนนางยังฝืนอยู่เช่นนี้ มีหวังจะเอาชีวิตตนรวมทั้งเหล่ากำนัลมาแขวนอยู่บนเส้นด้ายเสียเปล่าๆ

ท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ย นับว่าเป็นแม่ทัพคนโปรดขององค์จักรพรรค หากจะให้ขนานนามที่ถูกต้องก็คือ อ๋องเจิ้งเจี๋ย มีชื่อเสียงที่เลื่องลือทางด้านสติปัญญา ที่เฉียบคม มองการไกล แถมวรยุทธ์เป็นเลิศ มิอาจมีผู้ใดในใต้หล้าเทียบเคียงได้ ความโหดเหี้ยมที่เล่าขานกันปากต่อปากเป็นเพียงตำนานที่ไม่มีผู้ใดพบเจอกับตัวมาก่อน รู้เพียงว่าเคยยกทัพต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่องค์จักรพรรคด้วยความจงรักภักดีดั่งเช่นบิดาของเขาที่พลีชีพไป จนชนะศึกสงครามสามแคว้นใหญ่ ผู้คนในใต้หล้าไม่ผู้ใดไม่รู้จักท่านแม่ทัพ'เจิ้งเจี๋ย'ผู้นี้

"ข้าน้อยขอลาท่านแม่ทัพ" กูกู และเหล่านางกำนัลต่างพากันกลับ ด้วยความจำนนแต่โดยดี ทุกคนต่างรู้สึกโล่งใจไร้ความหวาดกลัวจนหมดสิ้น เพราะไม่มีผู้ใดอยากทำงานอยู่ในจวนท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ย นอกเสียจาก...นางกำนัลผู้นั้น ที่บัดนี้ได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

สองกำนัลผู้น้อยกำลังซุบซิบนินทากันโดยไม่ทันระวังตนว่า มีบุคคลอื่นแอบฟังเรื่องราวอยู่ตรงมุมอับ ผู้ที่ว่านั้นเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก 'เสี่ยวเยา'

"ว่ากันว่าท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยสั่งฆ่านางกำนัลเหมยหลิน เห็นว่านางถูกท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ย ผลักตกหน้าผาอสรพิษดำ"

"ยึ๋ย!! ข้านึกถึงหน้าผาด้านล่างนั่น ที่เต็มไปด้วยเหล่าอสรพิษดำ ที่ท่านแม่ทัพเลี้ยงดูพวกมัน เพื่อเป็นอาวุธสังหารคนช่างโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ เหตุใดฝ่าบาทถึงยังทรงโปรดปรานท่านแม่ทัพผู้นี้ได้?"

“จุ๊ๆ เบาเสียงหน่อย หน้าต่างมีรูประตูมีช่อง เจ้าอย่าเอ่ยถึงเบื้องบนเช่นนี้อีก หากมีใครผ่านมาได้ยินเข้า เราสองคนคอขาดแน่ เจ้าก็รู้ว่าท่านแม่ทัพถูกประราชทานเป็นบุตรบุญธรรมคนโปรดของฝ่าบาท แต่มีเรื่องที่ข้าเพิ่งได้ยินมาจากเหล่าทหาร”

“อะไรเหรอ?”

“ที่ว่ากันว่า ท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยโดนคำสาปด้วย!”

"โดนคำสาป!! "

"ใช่ ว่ากันว่าใครที่อยู่เคียงข้างท่านแม่ทัพ ย่อมถึงแก่ความตายทุกคนไป"

นางกำนัลทั้งสองที่กำลังนำเสื้อผ้าแพรไหมปักลวดลายมังกรทองชั้นดี เดินตามท่านกูกูไปยังตำหนักใหญ่

"อ...อึก!!!เป็นบุตรบุญธรรมของฝ่าบาท มิน่าล่ะ! ถึงเหิมเกริมได้ถึงเพียงนี้ แถมยังโครตน่ากลัว รีบหาทางหนีกลับบ้านก่อนดีกว่า"

เสี่ยวเยาผู้ที่แกล้งทำเป็นสลบเมื่อได้สติ จึงคิดหากลอุบายจนแอบออกจากจวนได้สำเน็จ นางผ่านกำแพงหลังจวนท่านแม่ทัพออกมาได้ ด้วยวิธีการที่ไม่มีผู้ใดกล้าหลอกเลียนแบบได้อย่างนาง เพื่อแอบเข้าวังตามหาท่านกูกูผู้นั้น ผู้ที่รู้วิธีการกลับไปยังโลกปัจจุบันของนาง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel