โชคลาภแรก 2
ย่าจินเองก็ตกตะลึงในพละกำลังของตัวเอง นางรู้สึกว่าในร่างกายมีขุมพลังมหาศาลที่พลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา ความเหนื่อยล้าที่เคยเป็นเพื่อนสนิทตอนนี้กลับหายหัวไปไหนไม่รู้ ยิ่งทำงานเหงื่อยิ่งออก ยิ่งรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
‘แปลกจริงปกติป่านนี้หลังฉันต้องยอกจนแทบยืนไม่ไหวแล้ว แต่นี่กลับรู้สึกเบาสบายเหมือนปุยนุ่น’ ย่าจินคิดในใจพลางยิ้มกริ่ม ‘หรือจะเป็นเพราะฉันมีความสุขที่เสี่ยวเล่อฟื้นไข้ คนโบราณว่าคนเราพอมีเรื่องมงคลจิตใจก็สดชื่นโรคภัยก็หาย สงสัยบรรพบุรุษตระกูลจินคงเห็นใจที่ฉันทำดีกับหลานสาว เลยประทานพรให้มีแรงทำงานหาเลี้ยงหลานแน่ๆ!’
เมื่อคิดได้ดังนั้น ย่าจินก็ยิ่งฮึกเหิม ‘ดีล่ะ! ในเมื่อสวรรค์เมตตา วันนี้ฉันจะกวาดแต้มเต็ม 10 ให้พวกปากหอยปากปูมันดู! ใครจะมาว่าครอบครัวฉันอดอยากไม่ได้อีก!’
ในขณะเดียวกันที่ลานตากข้าวเปลือก ปู่จินชายชราที่ปกติมักจะได้รับหน้าที่สานตะกร้าหรืองานเบาๆ เพราะอายุมากแล้ว แต่วันนี้เขากลับเดินตรงดิ่งไปที่รถบรรทุกกระสอบข้าวสาร
"ลุงจิน! อย่าแบกเองเลยเดี๋ยวหลังเดาะ!" หัวหน้าหน่วยผลิตรีบตะโกนห้ามเมื่อเห็นปู่จินก้มลงไปยกกระสอบข้าวสารหนัก 50 กิโลกรัม
"ฮึบ!"
ปู่จินยกกระสอบข้าวขึ้นพาดบ่าซ้ายอย่างง่ายดายราวกับยกนุ่น และไม่เพียงแค่นั้นเขายังเอื้อมมือไปคว้าอีกกระสอบเหวี่ยงขึ้นพาดบ่าขวา!
สองกระสอบ! รวมน้ำหนักร้อยกิโลกรัม!
ชายชราวัยหกสิบกว่าแบกข้าวสารร้อยกิโลเดินดุ่มๆ ไปที่ยุ้งฉางด้วยฝีเท้าที่มั่นคง หน้าไม่แดง แรงไม่ตก
"โอ้โห..." หัวหน้าหน่วยผลิตตาถลนแทบหลุดจากเบ้า "ลุงจิน! ลุงไปกินดีหมีหัวใจเสือที่ไหนมาเนี่ย แข็งแรงกว่าวัยรุ่นในหน่วยผมอีก! เยี่ยม! เยี่ยมมาก! วันนี้ผมให้ลุงคะแนนเต็มพิเศษไปเลย!"
ปู่จินหัวเราะร่า "ฮ่าๆๆ สงสัยเมื่อเช้าได้กินของดี จิตใจเบิกบานเลยมีแรงฮึดน่ะหัวหน้า!"
คำชมของหัวหน้าหน่วยทำให้จินกั๋วเฉียงและหลี่ซิ่วอิงที่กำลังขนฟางอยู่ใกล้ๆ ยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ พวกเขาเองก็รู้สึกว่าร่างกายวันนี้เบาสบายผิดปกติ อาการปวดเมื่อยจากการทำงานหนักหายไปจนหมดสิ้น ต่างหันมาสบตากันและรู้ทันทีว่านี่ต้องเป็นนิมิตหมายที่ดีของครอบครัวแน่ๆ
ตัดภาพมาที่ริมลำธารใสสะอาดที่ไหลผ่านทุ่งนา เสี่ยวเล่อในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ปะชุนจนลายพร้อยแต่น่ารักน่าเอ็นดูนั่งแกว่งขาอยู่ใต้ต้นหลิวใหญ่ พี่ชายทั้งสองจินอันและจินผิงถูกย่าจินไล่ไปช่วยงานเก็บฟางเพื่อแลกแต้มเด็ก แต่กำชับให้น้องเล็กนั่งรออยู่ตรงนี้ห้ามไปไหนไกลเพราะกลัวจะไม่สบาย
เสี่ยวเล่อนั่งมองผิวน้ำที่เป็นประกายระยิบระยับ แสงแดดอุ่นๆ ยามสายส่องลอดใบไม้ลงมา
"เฮ้อ ถึงจะกินอิ่มแล้วแต่ร่างกายนี้ก็ยังต้องการโปรตีนนะ" เด็กหญิงลูบพุงกะทิแบนราบของตัวเอง พลางนึกถึงรสชาติของเนื้อสัตว์ ในยุคนี้เนื้อหมูต้องใช้ตั๋วแลกแถมยังแพงหูฉี่ นานทีปีหนถึงจะได้กินเศษมันหมูสักชิ้น
ในถุงมิติของเธอมีของดีเยอะแยะ แต่จะเอาออกมาโต้งๆ ไม่ได้ เดี๋ยวคนจะหาว่าเป็นปีศาจต้องหาวิธีที่แนบเนียน เสี่ยวเล่อหลับตาลงส่งจิตเชื่อมต่อกับถุงมิติเธอสัมผัสได้ถึงพลังของเทพปลาคาร์ฟที่สถิตอยู่ในวิญญาณ พลังแห่งโชคลาภที่สามารถดึงดูดสิ่งดีๆ เข้าหาตัว
‘ปลาจ๋า... ปลา... ฉันอยากกินปลา’
เด็กหญิงค่อยๆ ยื่นมือน้อยๆ ลงไปจุ่มในลำธารที่เย็นเฉียบ ทำทีเหมือนเด็กกำลังกวักน้ำเล่น แต่ในความเป็นจริง เธอกำลังกำหนดจิตเพ่งสมาธิไปที่ปลายนิ้วชี้
‘น้ำทิพย์มัจฉาจงออกมา!’
ทันใดนั้นหยดน้ำทิพย์สีใสประกายทองขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ ก็ซึมออกมาจากปลายนิ้วของเธอที่อยู่ใต้น้ำ มันละลายปนไปกับกระแสน้ำในลำธารทันที!
แม้จะเป็นเพียงหยดเล็กๆ ที่เจือจางจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม แต่สำหรับสัตว์น้ำแล้วนี่คือ โอสถทิพย์ที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่สุดในโลก! กลิ่นอายวิเศษแผ่ซ่านไปตามกระแสน้ำอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเองผิวน้ำที่เคยสงบนิ่งพลันเกิดระลอกคลื่นหมุนวน ฟองอากาศผุดพรายขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ฝูงปลาในลำธารต่างพากันว่ายทวนน้ำตรงดิ่งมาที่จุดที่เสี่ยวเล่อนั่งอยู่ราวกับต้องมนต์สะกด พวกมันแย่งกันว่ายเข้ามาหาต้นตอของกลิ่นหอมที่ปลายนิ้วของเด็กหญิง
