โชคลาภแรก 3
ตูม! ซ่า!
เสียงน้ำแตกกระจายปลาหลีฮื้อตัวอวบอ้วนขนาดเท่าท่อนแขนผู้ใหญ่สองตัว ดีดตัวกระโดดขึ้นจากน้ำด้วยแรงมหาศาล พวกมันไม่ได้กระโดดหนีแต่กระโดดเข้าหาเสี่ยวเล่อ ปลาสองตัวลอยละลิ่วกลางอากาศเป็นเส้นโค้งสวยงาม ก่อนจะตกลงบนพื้นหญ้าแทบเท้าเด็กน้อยพอดิบพอดี
ตุบ! ตุบ! แปะ! แปะ!
ปลาหลีฮื้อตัวใหญ่ดิ้นพราดๆ เกล็ดสีเงินอมทองสะท้อนแสงแดดวิบวับ ปากพะงาบๆ เหมือนจะบอกว่า ‘กินฉันสิ! กินฉันเถอะ!’
เสี่ยวเล่อเบิกตากว้าง แอบยิ้มมุมปาก ‘โห... บริการส่งตรงถึงที่จริงๆ ด้วยแฮะ’
แต่ทว่าความคิดแบบเด็กๆ ก็แวบเข้ามา ถ้าเธอนั่งเงียบๆ เดี๋ยวคนก็เห็นอยู่ดี เพราะเสียงปลาดิ้นดังขนาดนี้ สู้แกล้งทำเป็นตกใจให้ย่ารีบมาจัดการดีกว่า เธอสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วกรีดร้องเสียงหลง!
"ว้ายยยยย ช่วยด้วยยย! น่ากลัวจังเลย ย่าจ๋าช่วยหนูด้วยยย!"
เสียงกรีดร้องของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบดังลั่นทุ่งนา เงียบสงัดแบบนี้ได้ยินไปไกลถึงสามหมู่บ้าน!
ปฏิกิริยาตอบรับรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ! ไม่ใช่แค่ย่าจินที่ได้ยิน แต่กลุ่มสมาคมแม่บ้านปากสว่างที่กำลังเกี่ยวข้าวอยู่ใกล้ๆ ต่างหูผึ่งทันที
"เสียงนังหนูบ้านจินนี่!" ป้าหวังจอมสอดรู้เบอร์หนึ่งทิ้งเคียวทันที
"ร้องเสียงหลงขนาดนี้ ต้องมีเรื่องแน่! ไปดูกันเร็วพวกเรา!" ป้าหลิวผู้นำสารแห่งหมู่บ้านรีบกวักมือเรียกพรรคพวกเพียงชั่วอึดใจ กลุ่มชาวบ้านขี้สงสัยสี่ห้าคนก็วิ่งกรูกันเข้ามาที่ใต้ต้นหลิวด้วยความเร็วที่น่าตกใจเร็วกว่าตอนทำงานเสียอีก
ย่าจินที่อยู่ไกลกว่าเพื่อนเห็นท่าไม่ดี รีบงัดฝีเท้าวิ่งแซงหน้าทุกคนมาถึงตัวหลานสาวก่อนอย่างหวุดหวิด "เล่อเล่อ! เป็นอะไร!"
ภาพที่เห็นทำเอาย่าจินแทบช็อค! ปลาหลีฮื้อยักษ์สองตัวกำลังดิ้นกระแด่วๆ อยู่ตรงหน้า! ถ้าให้พวกป้าหวังเห็นปลาสองตัวนี้ต้องถูกยึดเข้ากองกลาง แล้วคืนนี้บ้านนางจะได้กินแต่น้ำแกงวิญญาณปลาแน่ๆ ด้วยไหวพริบระดับปรมาจารย์ ย่าจินรีบคว้าตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างๆ ครอบปลาทั้งสองตัวไว้แล้วรีบนั่งทับตะกร้าไว้ทันที วินาทีต่อมาฝูงชนก็มาถึง
"เกิดอะไรขึ้นน่ะป้าจิน!" ป้าหวังวิ่งหน้าตื่นเข้ามาสายตาสอดส่ายไปทั่ว "นังหนูร้องลั่นทุ่งเลย เจองูเหรอหรือใครรังแก"
"ใช่ๆ ฉันได้ยินเสียง ตับๆๆ เหมือนตัวอะไรฟาดพื้น!" ป้าหลิวเสริม พยายามชะเง้อคอมองไปที่ตะกร้าที่ย่าจินนั่งทับอยู่ "แล้วนั่นป้านั่งทับอะไรไว้น่ะ"
เสี่ยวเล่อเห็นท่าไม่ดี รีบซุกหน้าเข้าอกย่า แกล้งตัวสั่นเทา "ฮือออ... ย่าจ๋ามันน่ากลัว"
ย่าจินกอดหลานสาวแน่น เชิดหน้าขึ้นทำตาขวางใส่กลุ่มชาวบ้านที่มายืนล้อมหน้าล้อมหลัง "งูเงี้ยวอะไรกันเล่า! หลานฉันแค่นั่งเล่นอยู่ดีๆ ก็เจอคางคกตัวเบ้อเริ่มกระโดดใส่ขา เธอเด็กไม่เคยเห็นของน่าเกลียดน่ากลัวเลยตกใจร้องไห้!"
"คางคก?" ป้าหวังหรี่ตาอย่างจับผิด "คางคกบ้านไหนตัวใหญ่จนเสียงฟาดพื้นดังสนั่นขนาดนั้น? ฉันว่าไม่ใช่แล้วมั้งป้าจิน ป้าซ่อนอะไรไว้ในตะกร้าอย่าบอกนะว่าจับสัตว์ป่าได้ ของแบบนี้ต้องแบ่งเข้ากองกลางนะ!"
"ใช่ๆ ฉันเห็นหางอะไรแวบๆ สีเงินๆ" ป้าหลิวเริ่มผสมโรง "เปิดให้ดูหน่อยสิป้าจิน จะงกไว้คนเดียวรึไง" บรรยากาศเริ่มตึงเครียดกลุ่มชาวบ้านเริ่มขยับวงล้อมเข้ามาใกล้ สายตาจ้องเขม็งไปที่ตะกร้าใต้ก้นย่าจิน
ย่าจินแค่นเสียง เฮอะ! ในลำคอ ดวงตาฉายแววดุร้ายสมฉายาหญิงแกร่งแห่งหมู่บ้าน
"อยากดูเหรอ ได้! อยากดูก็เข้ามา!" ย่าจินทำท่าขยับตัวเหมือนจะลุกขึ้น มือข้างหนึ่งคว้าก้อนหินก้อนใหญ่ขึ้นมาถือไว้
"แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะ! ในนี้มีแต่คางคกยางเยิ้มๆ ที่ฉันตบมันจนไส้แตกไปเมื่อกี้! ถ้าพวกแกเปิดมาเจอคางคกเละๆ ทำหลานฉันขวัญเสียอีกรอบ ฉันจะเอาก้อนหินนี่ทุบหัวพวกแกเรียงตัวเลย ข้อหามาก่อกวนความสงบสุขชาวบ้าน เอาสิ! ใครจะเปิดคนแรก!"
ความเกรี้ยวกราดและท่าทางเอาจริงของย่าจินทำเอาเหล่าป้าๆ ชะงักกึก ไม่มีใครอยากเสี่ยงกับยายเฒ่าจ้าวหลานเวลาระเบิดโทสะ แถมถ้าเปิดมาเจอคางคกเละๆ จริงๆ ก็สยองพิลึก
"โธ่... ป้าจินก็พูดเกินไป" ป้าหวังเสียงอ่อยลงเล็กน้อยแต่ตายังไม่ละความสงสัย "พวกฉันก็แค่เป็นห่วงนังหนู ไม่เห็นก็ไม่เห็นสิ"
