บท
ตั้งค่า

โชคลาภแรก 1

“ยายเฒ่า เป็นอะไรไป” ปู่จินถามด้วยความสงสัยย่าจินยิ้มกว้างจนเห็นรอยตีนกาที่หางตา นางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยกถังน้ำที่มุมห้อง ซึ่งปกติจะต้องให้ลูกชายช่วยยก ฮึบ! นางยกถังน้ำที่เต็มปริ่มขึ้นมาด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ราวกับมันเบาหวิวเหมือนนุ่น!

“ตาเฒ่า! ฉันหายปวดเอวแล้ว ดูสิ! ฉันรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นสาวๆ อีกครั้ง แรงวังชามันมาจากไหนไม่รู้!”

คนทั้งบ้านตาค้าง จางชุ่ยฮวาที่กำลังแทะมันเผาถึงกับอ้าปากค้าง มันเผาร่วงจากมือ “มะ... แม่แม่ไปกินยาผีบอกที่ไหนมา”

ย่าจินวางถังน้ำลงเสียงดัง แล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ “ยาผีบอกบ้าบออะไร! นี่มันบุญบารมีของตระกูลจินต่างหาก! สงสัยสวรรค์เห็นใจที่ข้าดูแลหลานสาวดี เลยประทานพรให้ข้าแข็งแรง จะได้อยู่ปกป้องเสี่ยวเล่อไปนานๆ!”

ความสุขเปี่ยมล้นจนย่าจินเผลอฮัมเพลงออกมา “ดวงตะวันแดงสาดส่องทั่วหล้า... จิตใจชาวนาเบิกบาน...” เสียงเพลงปฏิวัติทำนองสนุกสนานดังออกมาจากปากหญิงชราที่ร้อยวันพันปีเอาแต่ด่าลูกหลาน ทำเอาทุกคนขนลุกซู่ด้วยความประหลาดใจ

เสี่ยวเล่อนั่งจิบโจ๊กคำเล็กๆ อยู่ข้างพี่ชาย แอบยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ‘นี่แค่น้ำจิ้มนะจ๊ะย่าจ๋า เดี๋ยวรอดูเถอะ ต่อไปผมย่าจะกลับมาดำ ผิวจะตึงเปรี๊ยะ จนหนุ่มๆ ในหมู่บ้านต้องเหลียวหลังเลยล่ะ!’

เธอโคจรเนตรทิพย์มองไปที่ย่าจินและคนในครอบครัวอีกครั้ง แสงสีทองจางๆ เริ่มปกคลุมร่างกายของทุกคน หมอกดำแห่งโรคภัยสลายไปจนเกือบหมด นี่คือจุดเริ่มต้นแห่งความรุ่งโรจน์ของบ้านสกุลจิน โดยมีไข่ตุ๋นถ้วยนั้นและน้ำแกงวิเศษเป็นสักขีพยาน!

เก๊ง! เก๊ง! เก๊ง!

เสียงระฆังทองเหลืองเก่าคร่ำคร่าที่แขวนอยู่หน้าลานนวดข้าวประจำหมู่บ้านดังดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา เป็นสัญญาณบอกเวลาว่าการทำงานเก็บแต้มประจำวันของหน่วยผลิตที่ 7 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ในยุค 70 ที่ทุกอย่างยังเป็นระบบคอมมูน การทำงานแลกแต้มถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย "ไม่ทำงานก็ไม่มีกิน" คือสัจธรรมที่ชาวบ้านทุกคนรู้ซึ้งแก่ใจ ท่ามกลางฝูงชนที่เดินแบกจอบเสียมมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาด้วยท่าทางงัวเงียและเหนื่อยล้า ครอบครัวสกุลจินกลับดูโดดเด่นผิดตาในวันนี้ โดยเฉพาะสองผู้เฒ่าของบ้าน จ้าวหลานเดินนำหน้าขบวนด้วยฝีเท้าที่คล่องแคล่วว่องไว หลังที่เคยค่อมลงเล็กน้อยตามวัย วันนี้กลับยืดตรงสง่าผ่าเผย ใบหน้าที่เคยหมองคล้ำดูเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด ราวกับคนหนุ่มสาวที่เพิ่งได้นอนเต็มอิ่มมาสามวันสามคืน

ผิดกับ จางชุ่ยฮวาสะใภ้รองที่เดินรั้งท้าย หล่อนทำหน้าบูดบึ้ง เอามือกุมเอวบ่นกระปอดกระแปดตลอดทาง "โอ๊ย... ปวดหลังจะตายอยู่แล้ว ทำไมระฆังต้องรีบตีแต่เช้าขนาดนี้ด้วยนะนี่พี่สะใภ้ใหญ่พี่ช่วยฉันถือตะกร้าหน่อยไม่ได้รึไง พี่ตัวโตกว่าฉันตั้งเยอะ"

สะใภ้ใหญ่แห่งบ้านจินเพียงแค่ปรายตามองแล้วเดินหนีไปเงียบๆ ไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เมื่อมาถึงทุ่งนาข้าวสาลีที่กว้างสุดลูกหูลูกตา หัวหน้าหน่วยผลิตตะโกนสั่งงานผ่านโทรโข่ง "วันนี้เราต้องเกี่ยวข้าวในแปลงที่ 3 ให้เสร็จก่อนเที่ยง ทุกคนเร่งมือหน่อยใครอู้งานข้าจะหักแต้ม!"

ทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่งชาวบ้านต่างแยกย้ายกันลงนา จางชุ่ยฮวาแอบไปเลือกมุมที่ร่มที่สุด แสร้งทำเป็นก้มๆ เงยๆ เกี่ยวข้าวด้วยความเชื่องช้า พลางเหล่ตามองแม่สามีอย่างจับผิดพร้อมพึมพำแผ่วเบาอย่างหงุดหงิด

"เหอะ! ยายแก่จอมเผด็จการ วันนี้กินยาผิดสำแดงมารึไง เดินตัวปลิวเชียวเดี๋ยวทำไปสักพักก็คงเป็นลมพับไปเหมือนเมื่อวานนั่นแหละ แล้วทีนี้งานก็จะตกมาถึงมือฉัน"

แต่ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาจางชุ่ยฮวาและชาวบ้านทุกคน กลับทำให้พวกเขาต้องอ้าปากค้าง!

ฉับ! ฉับ! ฉับ!

เสียงเคียวเกี่ยวข้าวที่คมกริบดังรัวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ย่าจินตวัดเคียวในมือด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ข้าวสาลีกอกำลังดีถูกเกี่ยว ขมวดปมและวางกองไว้อย่างเป็นระเบียบ เรียงเป็นทิวแถวยาวเหยียดทิ้งห่างคนหนุ่มสาวในหน่วยเดียวกันไปไกลลิบ!

"เฮ้ย! นั่นใช่ป้าจินแน่เหรอ" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนถามเพื่อน "ทำไมแกเกี่ยวข้าวเร็วกว่ารถไถนาซะอีก!"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel