น้ำแกงวิเศษและรสชาติของไข่ตุ๋น 2
เสี่ยวเล่อยิ้มหวานจนตาหยี ออเซาะย่าด้วยเสียงใส “หนูได้กลิ่นกับข้าวหอมๆ ของย่าจ้ะ เลยตื่น ย่าจ๋าหนูขอกินน้ำหน่อยได้ไหมจ๊ะคอแห้งจัง”
“ได้สิลูกไปนั่งรอที่แคร่หน้าเตา เดี๋ยวร้อนๆ จะได้อุ่น” ย่าจินหันหลังไปหยิบชามกระเบื้องใบบิ่นมาตักน้ำอุ่นในหม้อต้มน้ำ จังหวะที่ย่าหันหลังเสี่ยวเล่ออาศัยความรวดเร็วของจิตวิญญาณปลาคาร์ฟ ดีดนิ้วเบาๆ ส่งหยดน้ำทิพย์มัจฉาหนึ่งหยดพุ่งลงไปในกาน้ำชาดินเผาประจำตัวของปู่จินและย่าจินที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตา
ติ๋ง...
จากนั้นเธออาศัยจังหวะที่ย่ากำลังก้มลงเป่าฟืนในเตา ส่งน้ำทิพย์อีกหยดลงไปใน หม้อโจ๊กใบใหญ่ ที่กำลังเดือดปุดๆ ‘พ่อจ๋า แม่จ๋า พี่ใหญ่จินอัน พี่รองจินผิงกินให้อร่อยนะจ๊ะ’
เมื่อภารกิจสำเร็จลุล่วง เสี่ยวเล่อก็นั่งแกว่งขาอย่างสบายใจอยู่หน้าเตาไฟ รับชามน้ำอุ่นจากย่ามาดื่ม ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันตาเห็น ไม่นานนักกลิ่นหอมที่แตกต่างจากทุกวันก็ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว มันไม่ใช่กลิ่นโจ๊กธัญพืชธรรมดา แต่มันคือกลิ่นของไข่ตุ๋นที่เหยาะด้วยน้ำมันงา
ในยุค 70 น้ำมันงาถือเป็นของหายากและมีราคาแพงยิ่งกว่าทองคำสำหรับชาวบ้านร้านตลาด ปกติจะเก็บไว้ใช้เฉพาะเวลามีงานมงคล ตรุษจีน หรือต้อนรับแขกคนสำคัญเท่านั้น แต่เช้านี้ย่าจินกลับงัดเอาน้ำมันงาก้นขวดออกมาเหยาะใส่ถ้วยไข่ตุ๋นให้หลานสาวคนโปรดถึงสองหยด!
กลิ่นหอมของไข่ไก่สดใหม่ผสมกับความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมันงา ลอยฟุ้งทะลุประตูห้องครัวไม้เก่าๆ ออกไป เตะจมูกคนที่กำลังนอนขี้เซาให้ตื่นตัวทันที
ที่หน้าประตูห้องครัว มีเงาตะคุ่มๆ สองสามเงามายืนด้อมๆ มองๆ เป็นจางชุ่ยฮวาสะใภ้รองที่จูงมือจินต้าเป่าหลานชายคนโตวัย 8 ขวบ และจินเอ้อเป่าหลานสาววัย 6 ขวบ มายืนกลืนน้ำลายเอือกๆ
“หอม... หอมจังเลยแม่” ต้าเป่าเด็กชายตัวอ้วนท้วนร้องงอแง กระตุกชายเสื้อแม่ยิกๆ “ผมอยากกินไข่! แม่ไปขอไข่ย่ามาให้ผมกินหน่อย! ผมหิว!” จางชุ่ยฮวาเองก็น้ำลายสอ หล่อนมองเข้าไปในครัวด้วยสายตาอิจฉาริษยา เห็นย่าจินกำลังยกถ้วยไข่ตุ๋นร้อนๆ ที่เนื้อเนียนเด้งดึ๋งออกมาจากซึ้งนึ่ง
“แม่...” สะใภ้รองทำใจกล้าเดินเข้าไปในครัว แสร้งยิ้มประจบประแจง “โห... ไข่ตุ๋นน่ากินจังเลยนะจ๊ะแม่ ต้าเป่าเขาได้กลิ่นแล้วร้องไห้จ้าเลย เด็กกำลังโตน่ะจ้ะแม่แบ่งให้หลานชายคนโตสักคำสองคำได้ไหมจ๊ะเขาจะได้มีแรงไปวิ่งเล่น”
จ้าวหลานปรายตามองสะใภ้รองด้วยหางตาอย่างเย็นชา มือยังคงประคองถ้วยไข่ตุ๋นไว้อย่างมั่นคงราวกับถือสมบัติล้ำค่า “อยากกิน?” ย่าจินถามเสียงเรียบ
สะใภ้รองพยักหน้าหงึกหงักอย่างมีความหวัง ต้าเป่าก็รีบอ้าปากรอ
“อยากกินก็ไปออกไข่เองสิ!” จ้าวหลานตวาดแหวเสียงดังลั่น “ไข่ถ้วยนี้ฉันทำให้เสี่ยวเล่อ เธอ เพิ่งฟื้นไข้ ร่างกายต้องการการบำรุง ส่วนลูกเอ็งอ้วนจนแก้มจะแตกอยู่แล้วยังจะมาแย่งของคนป่วยกินอีกไม่อายผีสางเทวดาบ้างรึไง!”
“แม่!” จางชุ่ยฮวาหน้าเสียเถียงไม่ออก “ก็แค่ไข่ฟองเดียว บ้านเราก็มีแม่ไก่ตั้งหลายตัว”
“ไข่ฟองเดียวแต่มันคือน้ำใจ คือความกตัญญู เอ็งมีไหม?” จ้าวหลานไม่เปิดช่องให้เถียง นางหันไปหาเสี่ยวเล่อ “ปะ... เล่อเล่อ เราไปกินในห้องกัน อย่าอยู่ตรงนี้เลย เหม็นสาบคนขี้ขอ!”
เสี่ยวเล่อแอบหัวเราะคิกคักในใจ ย่าของเธอช่างปากคอเราะร้ายได้ถูกใจจริงๆ เธอแลบลิ้นใส่ต้าเป่าทีหนึ่งก่อนจะเดินตามย่ากลับไปที่ห้องนอน
ภายในห้องนอนเล็กของบ้านสาม ครอบครัวเสี่ยวเล่อพ่อและแม่ตื่นแล้วและกำลังพับผ้าห่ม ส่วนพี่ใหญ่จินอันเด็กหนุ่มวัย 13 ปีที่ดูสุขุมเกินวัย และพี่รองจินผิง เด็กชายวัย 10 ปีที่แววตาซุกซน กำลังช่วยกันจัดที่นอนให้น้องสาว
เมื่อเห็นย่าจินเดินเข้ามาพร้อมถ้วยไข่ตุ๋น กลิ่นหอมก็ตลบอบอวลไปทั่วห้องแคบๆ พี่ชายทั้งสองกลืนน้ำลายลงคอ อึก แต่ไม่มีใครเอ่ยปากขอแม้แต่คำเดียว กลับมองน้องสาวด้วยสายตาเอ็นดู
“กินซะลูก ร้อนๆ” ย่าจินวางถ้วยไข่ตุ๋นลงบนตักของเสี่ยวเล่อ ไข่ตุ๋นสีเหลืองนวล เนื้อเนียนละเอียด ด้านบนมีน้ำมันงาลอยฟ่องส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสดดูน่ากินจนแทบอดใจไม่ไหว
