บทที่ 3 ท่านผีเข้าหรือ? - 1
เสียงจอแจด้านนอกเรือนปลุกคนในห้องหอให้ตื่นจากนิทรา ซ่างกวนถงสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาพบว่า รู้สึกหนักตรงช่วงเอวและปวดคออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางพลิกตัวหมายจะบิดขี้เกียจให้ความปวดเมื่อยตามตัวหายไป ทว่ากลับถูกแขนแข็งแรงลากตัวนางเข้าไปชิดอกกว้างของผู้ร่วมเตียง
เขาซุกใบหน้ากับหลังคอนาง ถามเสียงงัวเงียว่า “ตื่นแล้วหรือ?”
ซ่างกวนถงประหนึ่งถูกผีหลอก ขนอ่อนในกายลุกตั้งชัน ไม่คิดเลยว่าจะตื่นขึ้นมาเห็นหลี่จวินนอนอยู่ข้างกายเช่นนี้ เขาจูบหลังคอนางแผ่วเบาพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น หญิงสาวตกใจจนกลายเป็นโง่งมไปชั่วขณะ กว่าจะหาเสียงของตัวเองเจอใบหูและหลังคอก็ถูกอีกฝ่ายจุมพิตจนร้อนผ่าวไปหมด
“ท่าน...ปล่อยข้าก่อน” ซ่างกวนถงสับสนมึนงง ไม่เข้าใจว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น นางจำได้แม่นว่าคืนเข้าหอหลี่จวินจะไปนอนที่ห้องหนังสือนี่นา แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ อีกทั้งยังเข้ามาคลอเคลียนางอย่างที่ชาติก่อนไม่เคยทำมาก่อนอีกด้วย พฤติการณ์เช่นนี้มิใช่จิ้นเป่ยอ๋องที่นางรู้จักเลยสักนิด
หลี่จวินเห็นสีหน้าประเดี๋ยวตกใจประเดี๋ยวหวาดระแวงของซ่างกวนถงอย่างชัดเจน ในใจรู้สึกขมฝาดขึ้นมา ได้แต่สมน้ำหน้าตัวเองอยู่ในใจ เหตุใดชาติที่แล้วเขาถึงได้ปล่อยให้สตรีน่าเอ็นดูผู้นี้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในคืนเข้าหอกันนะ นางทั้งงดงามและมีความคิดซื่อตรงถึงเพียงนั้น แต่เขากลับมีอคติกับนางราวกับคนโง่ไม่มีผิด
“เจ้านอนต่ออีกสักหน่อยเถิด ตอนนี้พึ่งจะกลางยามเหมาเท่านั้น” เขาปล่อยนางออกจากอ้อมแขน จากนั้นห่มผ้าให้อย่างเบามือก่อนจะลงจากเตียงไป
ตั้งแต่ต้นจนจบซ่างกวนถงทำเพียงกะพริบตาปริบๆ มองหลี่จวินอย่างโง่งม จนร่างของเขาหายลับออกไปจากห้อง ตื่นมาเจออีกฝ่ายนอนอยู่ข้างกายว่าตกใจแล้ว น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาทำให้นางตกตะลึงยิ่งกว่า ห้าปีที่เป็นสามีภรรยากันมาเขาไม่เคยใช้น้ำเสียงแบบนี้กับนางเลยสักครั้ง ท่าทางอ่อนโยนของเขามีไว้ให้ซูเจินเพียงผู้เดียวเท่านั้น
“หรือว่าคนผู้นั้นจะมิใช่จิ้นเป่ยอ๋องตัวจริง เขาถูกชิงร่างไปแล้ว?”
ไม่ว่าจะคิดอย่างไรซ่างกวนถงก็ไม่สามารถหาคำอธิบายการกระทำของหลี่จวินในยามนี้ได้ มัจจุราชแห่งจิ้นเป่ยที่นางรู้จักเขาไม่ใช่คนที่จะมาทำท่าทางอ่อนหวานอ่อนโยนใส่คนที่เกลียดแบบนี้ คิดได้อย่างเดียวคือหลี่จวินอาจถูกผีสิง มันก็ดูเป็นไปได้มิใช่หรือ ในเมื่อนางเองยังสามารถย้อนเวลากลับมายังอดีตได้เลย เรื่องผีสิงร่างก็คงไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติอะไรแล้ว
“ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาให้ข้าที”
หงจีได้ยินเสียงผู้เป็นนายก็ยกอ่างน้ำอุ่นที่เตรียมไว้เข้ามาในห้อง ก่อนจะชะงักเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นความเละเทะภายใน นี่ท่านอ๋องรุนแรงกับคุณหนูของนางถึงเพียงนี้เชียวหรือ เสื้อผ้าถึงได้ปลิวไปทั่วห้องขนาดนี้ ใบหน้าของสาวใช้วัยแรกแย้มเห่อร้อนขึ้นมาทันที เหลือบสายตามองนายหญิงอย่างเขินอาย
“หงจี เจ้าไม่สบายหรือ” ซ่างกวนถงเห็นสาวใช้ประจำตัวหน้าแดงคอแดงจึงถามด้วยความเป็นห่วง
“เปล่าเจ้าค่ะ ข้าน้อยไม่ได้เป็นอะไร” หงจีปฏิเสธลนลาน จะให้คุณหนูรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่านางกำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนี้
“เจ้าวางอ่างน้ำไว้แล้วออกไปบอกให้คนยกน้ำเข้ามาให้ข้าอาบที ส่วนเจ้าก็ต้มน้ำแกงสร่างเมาให้ข้าสักถ้วย”
นางรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ตื่นมาแล้วมีอาการเมาค้าง ดื่มสุราไปเพียงไม่กี่จอกเท่านั้นกลับเมาจนไม่ได้สติ ตนในตอนนี้ช่างอ่อนหัดยิ่งนัก
คล้อยหลังหงจีเพียงไม่นาน คนรับใช้หญิงร่างกำยำสามคนหิ้วน้ำอุ่นเข้ามาเติมใส่อ่างอาบน้ำจนเกือบเต็มอ่าง จากนั้นสาวใช้รุ่นใหญ่อีกสี่คนเข้ามาช่วยนางอาบน้ำ กลิ่นหอมของดอกเหมยกุ้ย(กุหลาบ)ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำสร้างความสดชื่นให้แก่ซ่างกวนถงไม่น้อย นางไม่ปฏิเสธการปรนนิบัติจากสาวใช้เหล่านี้ เพราะยามอยู่จวนอัครมหาเสนาบดีก็ได้รับการปรนนิบัติเช่นนี้เหมือนกัน
คิดมาถึงตรงนี้แล้วซ่างกวนถงก็อดเวทนาตัวเองในชาติก่อนไม่ได้ เรือนของนางซึ่งเป็นเรือนของชายาเอกกลับมีคนรับใช้เพียงสองคนเท่านั้น หงจีจะคอยรับใช้อยู่ข้างกายนางและช่วยทำบัญชีต่างๆ ของจวน ส่วนหงหลิวคอยดูแลเรื่องในเรือน ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดรวมไปถึงเรื่องปากท้องของนางด้วย ผิดกับเรือนอนุหรือเรือนของสาวงามที่หลี่จวินเลี้ยงไว้ลิบลับ แค่หญิงขับร้องยังมีสาวใช้มากกว่านางเลยด้วยซ้ำ ผ้าไหมแพรต่วนเครื่องประดับใดๆ ไม่เคยตกมาถึงมือนาง แม้นางจะเป็นผู้ดูแลบัญชีของจวนแต่ก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องของส่วนนั้น ประหนึ่งว่านางเป็นเพียงพ่อบ้านของจวนมิใช่ชายาเอกแต่อย่างใด
