บทที่ 1 สมรสพระราชทาน - 3
ซ่างกวนถงปรายตามองสาวใช้ประจำตัวที่ติดสอยห้อยตามมาจากจวนอัครมหาเสนาบดี “เจ้าเรียกข้าว่านายหญิงเถิด ข้าไม่ชอบคำว่า ‘พระชายา’ เท่าไหร่ แล้วก็ไปหาอะไรมาให้ข้ากินหน่อย ข้าหิวแล้ว”
“เจ้าค่ะ” หงจีรับคำจากนั้นจึงล่าถอยออกไป
เสียงครึกครื้นจากโถงจัดงานดังแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ ซ่างกวนถงมองสุรามงคลบนโต๊ะ ชาติก่อนสุรากานั้นนางไม่ได้แตะต้องมันเลยสักนิด เป็นสุราที่ฮ่องเต้พระราชทานให้เป็นของขวัญแก่บ่าวสาว ตอนนั้นนางเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อว่าจะได้คล้องแขนดื่มสุรามงคลกับสามี แต่สุดท้ายมันก็ถูกเก็บกลับไปโดยที่ไม่ได้ลิ้มรส
“ยังไงคืนนี้คนผู้นั้นก็ไม่มา แล้วเหตุใดข้าต้องรอดื่มสุราพร้อมเขาด้วยเล่า ขืนปล่อยไว้คงได้อดชิมเหมือนครั้งก่อนกันพอดี”
คิดมาถึงตรงนี้ซ่างกวนถงจึงลุกจากเตียงเดินไปยังโต๊ะที่วางอาหารและสุรามงคลไว้ มือเรียวยกกาสุรารินใส่จอกทองทันที กลิ่นหอมลอยมาเตะจมูก นางยกจอกขึ้นดื่มทันที ลำคอถูกน้ำสีใสกลิ่นหอมยั่วน้ำลายแผดเผาจนแสบร้อน ทว่าเพียงครู่ก็ดีขึ้น รสชาติหวานเล็กน้อยยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น ซ่างกวนถงยังไม่พอใจดื่มเข้าไปอีกหลายจอก
หงจีกลับมาพร้อมจานขนมดอกบัวก็เห็นผู้เป็นนายกำลังร่ำสุราด้วยสีหน้าเบิกบานอยู่เพียงลำพัง นางตกใจแทบสิ้นสติไม่คิดว่าคุณหนูจะทำเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้ได้ “นายหญิง! ท่านทำอะไรเจ้าคะ ทำไมไม่รอท่านอ๋องก่อน”
“ถ้ามัวแต่รอเขาข้าก็ไม่ได้ดื่มสุราเลิศรสนี่สิ” ซ่างกวนถงไม่สนใจสาวใช้ หยิบขนมดอกบัวมากัดหนึ่งคำ ก่อนบ่น “ขนมกับเหล้าไม่เข้ากันเลยสักนิด ถ้าได้เนื้อแห้งจะดีมาก”
หงจีตกใจจนแทบเป็นลมอยู่แล้ว เหตุใดคุณหนูผู้แสนเรียบร้อยอ่อนหวานของนางถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้ อีกฝ่ายเคยดื่มสุราตั้งแต่เมื่อใด ทำไมถึงได้ทำท่าทางราวกับเชี่ยวชาญเช่นนี้
“นายหญิง ท่านเมาหรือเจ้าคะ”
“ข้า? นั่นสิ เมาหรือยังนะ” ซ่างกวนถงเอ่ยยิ้มๆ รู้สึกว่านางในตอนนี้ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ดื่มสุราไปไม่กี่จอกเท่านั้นก็เริ่มมึนหัวเสียแล้ว หากเป็นชาติก่อนต่อให้หมดไปสามไหก็ยังไม่เมา
เดิมทีแล้วซ่างกวนถงดื่มสุราไม่เป็น แต่ความลำบากในการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในจวนจิ้นเป่ยอ๋อง ทำให้นางต้องหาบางสิ่งมาช่วยบรรเทาความทุกข์ใจนั้น สุราคือเพื่อนคลายเหงาได้เป็นอย่างดี ยามเมามายก็ไม่ต้องคิดถึงสิ่งใด นางหมักสุราฝังไว้ใต้ต้นหลิวหน้าเรือนหลายไห เสียดายที่ยังไม่ได้ขุดขึ้นมาดื่มตัวเองกลับตายก่อนเสียแล้ว
“เจ้าไปเตรียมน้ำมาให้ข้าสักอ่างเถิด ข้าจะล้างหน้าเสียหน่อย” กล่าวพลางคีบอาหารกินอย่างเอร็ดอร่อย
หงจีอยากร้องไห้แล้วจริงๆ นางไม่สามารถห้ามผู้เป็นนายได้เลย หากจิ้นเป่ยอ๋องเข้ามาเห็นจะไม่โกรธเอาหรอกหรือ แล้วต่อไปคุณหนูของนางจะใช้ชีวิตในจวนอ๋องได้อย่างไร
“ยกน้ำมาแล้วเจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว ไม่ต้องมาคอยรับใช้ข้าหรอก” ซ่างกวนถงกำชับอีกประโยค
ม่านราตรีคลี่คลุมไปทั่วเมืองหลวง เสียงครื้นเครงจากงานเลี้ยงยังคงไม่เงียบไป หงจียกน้ำเข้ามาให้ซ่างกวนถงเสร็จก็ถูกไล่ไปพัก เมื่ออยู่เพียงลำพังหญิงสาวจึงถอดชุดแต่งงานทิ้งอย่างไม่ไยดี นางล้างหน้าล้างตาถอดเครื่องประดับบนศีรษะออกจนหมด ผมยาวสลวยที่ถูกรวบมวยก่อนหน้านี้ทิ้งตัวลงมาระแผ่นหลังบอบบาง
เทียนแดงมงคลให้แสงสว่างภายในห้อง ซ่างกวนถงถือสุราที่เหลืออยู่ครึ่งกามายังเตียงนอนแล้วดื่มต่อจนหมด สุรากานี้ยิ่งดื่มยิ่งอร่อย แต่ว่าฤทธิ์แรงไปนิด นางกวาดผ้าห่มที่เต็มไปด้วยผลไม้มงคลไปไว้ตรงปลายเตียง จากนั้นคลานขึ้นไปนอน หลับตาพริ้มอย่างเป็นสุข
ครั้งนี้ข้าจะไม่โง่นั่งรอสามีชาติสุนัขนั่นทั้งคืนอีกแล้ว
