บทที่ 1 สมรสพระราชทาน - 2
ตอนที่รู้ว่าตัวเองย้อนเวลากลับมาซ่างกวนถงดีใจมาก แต่ความรู้สึกนั้นคงอยู่ได้ไม่นานเมื่อรู้ว่าอีกไม่กี่วันก็ต้องแต่งให้จิ้นเป่ยอ๋องคนไร้หัวใจผู้นั้น สมรสพระราชทานครั้งนี้อย่างไรก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้ นางไม่อาจหนีไปแล้วทิ้งให้บิดามารดามาแบกรับความผิดที่ตนก่อ จึงจำต้องแต่งให้บุรุษชาติสุนัขนั่นอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้จะไม่เป็นเหมือนครั้งที่แล้ว ในเมื่อเขาไม่ไยดีต่อกัน นางก็ไม่มีหน้าที่ต้องดูแลเรือนให้เขาอีกแล้ว
...
เช้าวันแต่งงานซ่างกวนถงถูกปลุกให้ตื่นตั้งแต่ยามอิ๋น(03.00-04.59) สาวใช้เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังนางให้วุ่นวายไปหมด หญิงสาวยังคงไม่ลืมตาตื่นปล่อยให้สาวใช้ช่วยกันแต่งตัวให้ต่อไป จากนั้นจึงมานั่งหลับรอขบวนเจ้าบ่าวบนเตียง
ในชาตินี้ก็ไม่ต่างไปจากชาติที่แล้ว หลี่จวินมารับนางด้วยสีหน้าเย็นชาที่ผู้ใดเห็นก็รู้ว่าเขาไม่เต็มใจกับการแต่งงาน พิธีกราบไหว้ฟ้าดินผ่านไปได้อย่างราบรื่นโดยที่เจ้าบ่าวไม่วิ่งหนีออกจากงานไปเสียก่อน
ความจริงแล้วซ่างกวนถงรู้ดีว่าที่หลี่จวินไม่หนีไปนั้นเพราะฮ่องเต้มาร่วมงานด้วยพระองค์เอง อีกทั้งยังเป็นเจ้าภาพจัดงานเสียด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องเต้กับจิ้นเป่ยอ๋องนั้นไม่ถือว่าดีนัก หากหลี่จวินไม่ถูกอดีตฮ่องเต้ไล่ไปอยู่ดินแดนศักดินาตั้งแต่อายุสิบห้า โดยไม่ได้รับอนุญาติให้กลับมาเมืองหลวงอีก คาดว่าเขาเองก็คงเป็นศัตรูตัวฉกาจในศึกแย่งชิงบัลลังก์เหมือนกัน แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าสนใจการแย่งชิงของบรรดาพี่น้องในเมืองหลวงเลยสักนิด
ด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้จึงยังเก็บจิ้นเป่ยอ๋องไว้ใช้งาน ให้คอยปกป้องรักษาดินแดนทางเหนือจากพวกคนเถื่อนที่จ้องจะรุกรานต้าฉี ไม่ได้กำจัดเขาทิ้งอย่างพี่น้องคนอื่นๆ แต่อำนาจของหลี่จวินในทางเหนือนั้นมีมากเกินไปจนฮ่องเต้เองก็เริ่มกลัว จึงไม่อยากให้เขาขยายอำนาจทางการทหารไปมากกว่านี้
สมรสพระราชทานครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อตกรางวัลให้แก่ความดีความชอบของจิ้นเป่ยอ๋อง แต่เพื่อไม่ให้เขาแต่งกับบุตรสาวของแม่ทัพโจวเพื่อรวบรวมกำลังทหารเพิ่ม แต่ด้วยศักดิ์ฐานะและความดีความชอบของหลี่จวินแล้ว ฮ่องเต้จึงมิอาจมอบหญิงสาวจากตระกูลขุนนางที่ต่ำกว่าชั้นสามได้ มองไปทั่วเมืองหลวงก็เห็นจะมีแต่จวนอัครมหาเสนาบดีนี่แหละที่จงรักภักดีกับฮ่องเต้เป็นที่สุด จึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีการแปรพักตร์ในภายหลัง
ในบรรดาบุตรสาวของอัครมหาเสนาบดี ซ่างกวนถงเป็นคนเดียวที่เหมาะสมที่สุด ด้วยอายุและฐานะบุตรสาวเอกแล้วนางจึงเป็นคนรับภาระนี้ไป
ทันทีที่ในห้องหอเหลือเพียงตนกับสาวใช้ ซ่างกวนถงก็เอนกายนอนบนเตียงอย่างเกียจคร้าน ดึงผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกโดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามของหงจี นางไม่มีความตื่นเต้นแม้แต่นิดเดียว รู้ดีว่าอย่างไรคืนนี้หลี่จวินคงไม่มาหา ชาติที่แล้วนางเฝ้าห้องหอเพียงลำพัง นั่งรอเขาอย่างสงบเสงี่ยมจนถึงเช้าแต่ก็ไม่มีวี่แววของผู้เป็นสามีเลยสักนิด มารู้ทีหลังว่าเขาให้คนรับใช้ประคองกลับไปนอนที่ห้องหนังสือโดยมีนางรำคนโปรดคอยปรนนิบัติรับใช้
เมื่อคืนเข้าหอที่มีค่าดั่งทองพันชั่งกลายเป็นเช่นนั้นไป คนรับใช้ในจวนอ๋องต่างรับรู้ว่า พระชายาไม่ได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋องผู้เป็นนายของจวน จึงไม่มีความเกรงกลัวต่อนางอีกต่อไป ทั้งสีหน้าเย้ยหยันและน้ำเสียงดูแคลนพวกเขาต่างแสดงออกมาอย่างอาจหาญ
“พระชายา ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมเลยนะเพคะ” หงจีทักท้วง มองประตูห้องด้วยท่าทางร้อนรนใจ ด้วยกลัวว่าผู้ใดจะเข้ามาเห็นกิริยาไม่งามของเจ้านายตน เจ้าบ่าวยังไม่ทันได้เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเลยด้วยซ้ำ แต่คุณหนูของนางกลับดึงมันทิ้งอย่างไม่ไยดีเสียแล้ว
