บทที่ 1 สมรสพระราชทาน - 1
จวนอัครมหาเสนาบดีกำลังมีงานมงคล คุณหนูห้าผู้เป็นบุตรสาวเอกได้รับสมรสพระราชทานให้เป็นพระชายาเอกของจิ้นเป่ยอ๋องแห่งแดนเหนือ ประตูใหญ่ของจวนประดับประดาผ้าแดงมงคลไว้อย่างสวยงาม คนรับใช้ต่างช่วยกันจัดเตรียมงานให้วุ่นวายไปหมด
ซ่างกวนถงมองคนรับใช้ที่กำลังหอบข้าวของเดินเข้าเดินออกเรือนด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่ยินดียินร้ายต่อการแต่งงานทางการเมืองเลยสักนิด ตั้งแต่เล็กจนโตนางเรียนรู้มาจากมารดาว่าไม่ควรคาดหวังความรักจากบุรุษ เพราะใจคนนั้นแปรเปลี่ยนได้ง่ายดาย ความรักของบุรุษเองก็เช่นกัน หอมหวานงดงามเพียงชั่วครู่จากนั้นก็จางหายไปไม่ต่างจากดอกถานฮวาชั่วค่ำคืน
ตั้งแต่จำความได้ซ่างกวนถงพบว่าบิดามีอนุมากมายจนแทบจะจำหน้าไม่หมด พวกนางได้รับความโปรดปรานเพียงไม่นานก็ถูกปล่อยปละละเลย คนใดมีลูกเล่นแพรวพราวสักหน่อยก็จะได้รับความเอ็นดูจากบิดานานกว่าผู้อื่นสักนิด
มารดาของซ่างกวนถงเป็นคุณหนูจวนแม่ทัพใหญ่ของแคว้นที่แต่งเข้ามาเป็นภรรยาเอก บิดาจึงปฏิบัติต่อมารดาด้วยความเกรงใจอยู่หลายส่วนเพราะเบื้องหลังยังมีจวนแม่ทัพของท่านตาอยู่
ซ่างกวนถงเข้าใจคำสั่งสอนเหล่านั้นเป็นอย่างดี ชาติก่อนตอนแต่งเข้าจวนอ๋องนางจึงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด จัดการดูแลเรือนและคนรับใช้อย่างเป็นระเบียบ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรับอนุเข้ามากี่คนก็ไม่เคยปริปากบ่น หวังเพียงอย่างเดียวว่านางกับเขาจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปรองดองและให้เกียรติซึ่งกันและกัน
แต่นั่นเป็นเพียงความคิดไร้เดียงสาของคุณหนูในห้องหอวัยสิบเจ็ดปีเท่านั้นเอง หลี่จวินไม่เคยให้เกียรตินางเลย แม้แต่การเสแสร้งว่าพึงพอใจนางต่อหน้าผู้อื่นเขายังไม่คิดกระทำ ตลอดห้าปีในจวนจิ้นเป่ยอ๋อง ซ่างกวนถงถูกบ่าวรับใช้หัวเราะเยาะลับหลัง บางครั้งยังถูกอนุและหญิงงามที่เขาเลี้ยงไว้กลั่นแกล้ง นางต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่ในที่แห่งนั้นต่อไป เพียงเพราะว่าไม่สามารถหย่ากับเขาได้
“ถงถง หากเข้าไปอยู่จวนอ๋องแล้วจะเอาแต่ใจเหมือนอยู่กับแม่ไม่ได้แล้วนะ เข้าใจหรือไม่” สวีซื่อจับมือบุตรสาวมากุมไว้ก่อนตบหลังมือเบาๆ การแต่งงานครั้งนี้ของบุตรสาวนางไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ก็จนใจเนื่องจากขัดพระประสงค์ของฮ่องเต้ไม่ได้
“ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ” ซ่างกวนถงยิ้มปลอบใจมารดา ชาติก่อนท่านแม่ก็มากำชับนางแบบนี้เหมือนกัน “ท่านแม่โปรดวางใจ ลูกจำคำสอนของท่านได้ขึ้นใจ”
“ดี ดีแล้ว หากไม่รักก็จะไม่เจ็บปวด หากไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวัง” สวีซื่อกำชับอีกหนึ่งประโยค ตอนที่แต่งให้ซ่างกวนหมิ่นแรกๆ เขายังรักทะนุถนอมนางราวกับไข่มุกล้ำค่า ทว่าเมื่อความสดใหม่หมดลง ดอมดมจนเบื่อหน่ายแล้วอีกฝ่ายก็เริ่มมีท่าทีเหินห่าง ยังดีที่เขายังปฏิบัติต่อนางอย่างให้เกียรติ เรื่องดูแลบ้านยกให้นางเป็นใหญ่ ไม่เคยปล่อยให้อนุเหล่านั้นมาทำให้นางเดือดเนื้อร้อนใจ นางจึงอยู่กับเขาได้อย่างสมานฉันท์มาจนถึงทุกวันนี้
ในสายตาของสวีซื่อมองว่าเรือนหลังของจวนจิ้นเป่ยอ๋องนั้นก็คงไม่ได้เรียบง่าย ไม่รู้ว่าก่อนบุตรสาวนางแต่งเข้าไปที่นั่นจะมีสาวงามอยู่กี่มากน้อย หากถงถงได้รับความไม่เป็นธรรมผู้ใดจะช่วยเหลือได้ หนทางจากเมืองหลวงไปยังจิ้นเป่ยไม่ใช่ใกล้ๆ กว่านางจะรู้ข่าวบุตรสาวคงถูกผู้อื่นรังแกไปแล้ว
“หากมีใครรังแกเจ้าก็เขียนจดหมายมาบอกแม่ ต่อให้ต้องไปคุกเข่าต่อหน้าฝ่าบาทแม่ก็จะทวงความเป็นธรรมให้แก่เจ้าเอง” สวีซื่อไม่สบายใจกำชับไปอีกหลายประโยค
ซ่างกวนถงกอดมารดาพลางเอ่ย “ครั้งนี้ลูกจะไม่ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ อีกแล้ว ท่านแม่วางใจเถิด”
ใช่แล้ว ในชาตินี้นางจะไม่ยอมทนรับความไม่เป็นธรรมอีกต่อไป
