บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ไปช่วยคน - 1

หลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว เช้าวันต่อมาจ้าวเฟยหลงก็พาหลี่เหม่ยหลินเดินทางออกจากจวนอ๋องมุ่งหน้าไปยังบ้านของอาหร่วนทันที โดยแจ้งเสด็จแม่ของตนว่าจะพาภรรยาไปกราบไหว้พระที่วัดเสียหน่อย นางฉินเมื่อได้ทราบว่าบุตรชายจะพาลูกสะใภ้ไปไหว้พระนางก็ไม่ห้ามอันใด อีกทั้งยังบอกว่าหากระหว่างทางเจอสุราดีก็ช่วยแวะซื้อมาให้นางสักไหสองไห จ้าวเฟยหลงอยากยกมือขึ้นกุมขมับของตน เสด็จแม่ของเขานั้นดีทุกอย่าง แต่ติดตรงที่เมามายสุราอย่างหนัก แต่เขาก็ไม่อยากจะเอ่ยวาจาต่อว่า เพราะเสด็จแม่เริ่มติดสุราตั้งแต่เสด็จพ่อจากไป เขาก็เข้าใจความรู้สึกของนางดี ชายหนุ่มจึงพยักหน้ารับและบอกว่าจะซื้อมาให้หลายไห นางฉินเมื่อได้ฟังก็ดีใจมาก

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนทั้งสองก็เดินทางออกจากจวนทันที คราวนี้มีไต้ซือผู้นั้นติดตามมาด้วย ไต้ซือมีนามว่าเติ้งฉี เป็นไต้ซือที่มีความสามารถไม่น้อยเลย ซ้ำยังไม่ได้แก่ชรามากนัก เมื่อเติ้งฉีได้พูดคุยกับหลี่เหม่ยหลินก็รู้สึกว่าถูกคอราวกับว่าเจอพรรคพวกเดียวกันเสียอย่างนั้น

หลี่เหม่ยหลินและจ้าวเฟยหลงไม่ได้พาเหล่าข้ารับใช้ติดตามมาเลยแม้แต่คนเดียว เพราะพวกเขาต้องไปทำบางอย่างลับๆ ร่วมกัน จึงไม่ต้องการให้คนนอกติดตามไปด้วย

เมื่อได้เปิดใจพูดคุยกันแล้ว ก็ง่ายยิ่งนักที่จะทำตามขั้นตอนต่อไป หลี่เหม่ยหลินจึงออกปากขอร้องให้จ้าวเฟยหลงอนุญาตให้อาหร่วนติดตามไปด้วย แรกเริ่มนางคิดจะเอ่ยปากเอง แต่ในเมื่อจ้าวเฟยหลงรู้เรื่องแล้ว มิสู้ให้เขาทำจะค่อนข้างแน่นอนกว่า จ้าวเฟยหลงก็ไม่ได้อิดออดอันใด และรีบทำตามที่นางบอก สุดท้ายอาหร่วนก็สามารถออกจากจวนมาได้ แต่ทว่ามีเพียงหลี่เหม่ยหลินและเติ้งฉีเท่านั้นที่สามารถมองเห็นอาหร่วนได้ ส่วนจ้าวเฟยหลงนั้นมองไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น

ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น พลางมองดูหลี่เหม่ยหลินที่กำลังนั่งสนทนากับวิญญาณสาวที่เขามองไม่เห็นอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง นางพูดคุยกับผีอย่างสนิทสนมราวกับคุยเรื่องสนุกเสียอย่างนั้น ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามนางออกไปตามตรง

“เจ้าเห็นอาหร่วนแล้ว เคยเห็นเสด็จพ่อของข้าบ้างหรือไม่?”

อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยถามขึ้นมา เขาเคยถามเติ้งฉีแล้ว แต่เติ้งฉีกลับไม่พบเห็นสิ่งใดยามมาที่จวนของเขา ไม่เพียงเท่านั้นเติ้งฉียังไม่เคยพบกับอาหร่วนด้วยซ้ำ อาจเพราะเติ้งฉีค่อนข้างเคร่งขรึมและน่าเกรงขาม ทำให้ดวงวิญญาณไม่กล้าปรากฏกายให้เขาเห็น ต่างจากหลี่เหม่ยหลินที่ไม่ได้เคร่งครัดมากเกินไปซ้ำยังใจดี เหล่าดวงวิญญาณจึงกล้าสื่อสารกับนาง

หลี่เหม่ยหลินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยตอบกลับจ้าวเฟยหลงไปทันที

“ข้าไม่เห็นเลยนะ ตั้งแต่เข้าจวนมาก็พบแค่อาหร่วนเท่านั้น หรือว่าพลังของข้ายังไม่มากพอ แม้แต่เติ้งฉีที่เก่งกว่าข้ายังมองไม่เห็นเลย ข้าคงไม่อาจมองเห็นได้กระมัง”

เอ่ยจบนางก็มองเห็นว่าจ้าวเฟยหลงมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นอย่างมาก อาจเพราะว่าเขาคงวางใจที่อย่างน้อยเสด็จพ่อของตนก็ไม่ได้เป็นผีที่ไม่ยอมไปเกิดและยังวนเวียนอยู่ในจวนเช่นนี้กระมัง

คนทั้งสามและผีหนึ่งตนมุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่อาหร่วนบอกเอาไว้ แรกเริ่มยังมีบ้านเรือนผู้คนให้เห็นบ้างประปราย แต่เมื่อเริ่มห่างไกลออกมาเรื่อยๆ ก็พบว่าโดยรอบมีเพียงป่าไผ่รกทึบและเส้นทางก็เริ่มขรุขระมากขึ้น ทำให้ค่อนข้างเดินทางลำบากอยู่ไม่น้อย จ้าวเฟยหลงยื่นมือไปเปิดผ้าม่านรถม้าและกำชับคนขับให้บังคับรถม้าให้ดีๆสักหน่อย คนขับรถม้ารีบเอ่ยรับคำอย่างนอบน้อมใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็มาถึงหมู่บ้านแห่งนั้นเสียที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel