บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

‘พระชายาผู้สง่างามของพวกนางกลายเป็นคนเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน เพราะความรักทำลายนางได้เพียงนี้เลยกระนั้นหรือ’

เพียงชั่วข้ามคืนหลิวหรงผิงก็กลายเป็นหญิงสติฟั่นเฟือน เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจนรู้กันหนาหูว่าพระชายาจวิ้นอ๋องน่าจะตื่นตกใจที่ได้เห็นใบหน้าของผู้เป็นสามีจนสติฟั่นเฟือน จากสตรีที่งามล่มเมืองกลายเป็นคนบ้าพูดจาไม่รู้เรื่องช่างน่าสงสารจับใจ

จวิ้นอ๋องไม่มีแม้แต่จะแก้ตัวใดๆ เขาสั่งกักขังนางเอาไว้ที่เรือนท้ายจวนแห่งนั้นและไม่อนุญาตให้นางก้าวเท้าออกมาข้างนอกอีกเลย

เป็นเวลาร่วมเดือนแล้วที่หลิวหรงผิงถูกกักขังเอาไว้ในเรือนเฟิ่งอวี้ กลางดึกคืนหนึ่งพายุฝนก็ตกกระหน่ำลงมาเฉกเช่นทุกๆ คืน

นางนั่งกอดเข่าอยู่หน้าเรือนพลันสายตาก็มองเห็นคนผู้หนึ่งที่กำลังเดินผ่าสายฝนเข้ามาหานาง

ร่างที่ลางเลือนเดินเข้ามาเรื่อยๆ มือเรียวบางนั้นยื่นออกมาหมายจะชักชวนให้นางเดินเข้าไปหา หลิวหรงผิงก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยสติอันเลื่อนลอย

นางเดินไปเรื่อยๆ จนถึงบ่อน้ำไม่ไกลจากสวนดอกไม้ เสียงวิ่งดังตึกตักมาทางด้านหลังพร้อมทั้งเสียงตะโกนร้องเรียกของหญิงสาวสองคนที่ดังขึ้นประสานเสียงกันว่า

“พระชายาระวังเพคะ!”

เมื่อเห็นท่าไม่ดีสาวใช้ทั้งสองจึงรีบวิ่งเข้าไปหมายจะดึงตัวของนางออกมาให้ห่างจากขอบบ่อนั้นแต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว

หลิวหรงผิงหันไปมองทั้งคู่ที่กำลังวิ่งตรงมาหานาง สาวใช้ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ยังเล็กและแล้วภาพที่นางเอาแต่ทุบตีด่าว่าคนทั้งคู่นั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวไม่รู้จบ นางยิ้มก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ ว่า

“ข้าขอโทษนะ”

เท้าที่เปล่าเปลือยเหยียบย่ำไปบนขอบตลิ่งที่อ่อนตัวเพราะโอบอุ้มน้ำจากฝนที่ตกลงมาไม่ได้แล้ว พลันร่างทั้งร่างก็พลัดตกลงไปในสระน้ำที่ทั้งลึกและกว้างใหญ่

“พระชายา!"

“พระชายา ฮือๆ พระชายาฟื้นสิเพคะ”

“เสี่ยวเถาข้าจะไปแจ้งท่านอ๋องว่า ฮึก...พระชายาสิ้นใจแล้ว”

เสียงของซิ่วอิงสาวใช้คนสนิทของหลิวหรงผิงอีกคนเอ่ยขึ้น ดวงตาของนางแดงก่ำจากการร้องไห้มาร่วมหลายชั่วยาม

แม้สตรีทั้งสองจะถูกก่นด่าต่อว่าสารพัดแต่เพราะหลิวหรงผิงเป็นคนเดียวที่พวกนางมี แม้ว่านางจะปากร้ายแต่ก็คอยดูแลหยิบยื่นทุกสิ่งให้ต่อให้เกลียดชังมากเพียงใดก็อดเสียใจไม่ได้ที่เห็นนางมาจากไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้

"เจ้าพูดบ้าอะไร พระชายาแค่เพียงหลับไปเท่านั้น ฮือๆ พระชายาลุกขึ้นมาเถอะเพคะ”

เสียงร่ำไห้คร่ำครวญประสานกันขึ้นมาสองเสียงดังอยู่ข้างๆ หูของหลิวหรงผิงปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์

'เสียงใครกันนะ...แล้วทำไมฉันถึงได้ปวดหัวแบบนี้กันล่ะ’

ยิ่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังมากขึ้นเท่าใดเธอก็ยิ่งรู้สึกปวดหัวมากขึ้นเท่านั้นบวกกับที่ถูกเขย่าตัวด้วยแรงมหาศาลก็ทำเอาเธอรู้สึกเจ็บปวดที่ซี่โครงขึ้นมาไม่น้อย

หลิวหรงผิงพยายามลืมตาตื่นขึ้นจนเมื่อดวงตาเรียวหงส์นั้นตื่นขึ้นเต็มตา ภาพตรงหน้าที่ลางเรือนก็ทำให้เธองุนงงไม่น้อย

เพราะที่เธอนอนอยู่นั้นมันไม่ใช่ห้องนอนแต่คือสถานที่ใดที่หนึ่งที่มีแต่กลิ่นคาวเหม็นสาบของอะไรบางอย่างที่เธอไม่เคยได้พานพบมาก่อน

หญิงสาวหันมองไปตามเสียงร่ำไห้นั้นมองเห็นใบหน้าที่แปดเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา อาภรณ์ที่ทั้งคู่สวมใส่ช่างเหมือนในซีรีย์ที่เธอเคยดูกับเพื่อนสนิทอย่างไรอย่างนั้น

‘นี่มันอะไรกันเนี่ย!’

ความทรงจำสุดท้ายเธอจำได้เพียงว่ากำลังทดลองสูตรยาในห้องทดลองลับของมหาวิทยาลัยX หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงใครบางคนกรีดร้องดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง

แต่เมื่อหันกลับไปดูกลับพบเพียงลำแสงสีขาวสว่างจ้าที่กระทบกับตัวของเธอเข้าอย่างจัง จากนั้นก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอเบาหวิวขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

สติสุดท้ายดับวูบไปตั้งแต่ครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องนั้นแล้ว เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่

'แล้วเหตุใดเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน ทะลุมิติมาอย่างนั้นหรือ'

ภาพตรงหน้าที่ไม่คุ้นเคยดึงสติสัมปชัญญะทั้งหมดของเธอให้กลับมาอีกครั้ง เมื่อดวงตาคู่งามเริ่มปรับตัวกับสภาพแวดล้อมตรงหน้าเธอก็ขมวดคิ้วด้วยความงุนงงไม่น้อย

เพราะตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่บนโคลนตมที่สกปรกเปรอะเปื้อนไปด้วยขี้หมู กลิ่นเหม็นสาบทำให้หลิวหรงผิงรู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียนออกมาเสียตอนนี้

“พระชายาท่านฟื้นแล้ว!”

เสียงร่ำไห้ปะปนกับเสียงร้องตะโกนดีใจของหญิงสาวทั้งสองคนดังก้องเข้ามาในหูของเธอ

“ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที”

“พระชายา ฮือๆ บ่าวนึกว่าท่านจะไม่ตื่นมาเสียแล้ว”

“เจ้าว่าอะไรนะ”

“พวกบ่าวกลัวว่าท่านจะไม่ยอมตื่นมาอีกแล้วน่ะสิเพคะ”

“ไม่ใช่ คือว่า”

‘มะ เมื่อครู่ฉันพูดอะไรออกไปกันเนี่ย เจ้างั้นหรือทำไมถึงพูดไม่เป็นตัวของตัวเองเช่นนี้กันเล่า’

หลิวหรงผิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจที่รู้สึกได้ว่าคำพูดที่เธอพูดออกมาเมื่อครู่นั้นเหมือนไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวตนของเธอเลยสักเพียงนิด

“ก็พวกบ่าวดีใจที่พระชายาฟื้นเสียทีนี่เพคะ”

สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งกำลังนั่งเกาะแขนของเธอไม่ยอมปล่อย เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยโคลนตมไม่ต่างจากกัน

กลิ่นเหม็นสาบทำเอาหลิวหรงผิงที่เก็บอาการพะอืดพะอมเอาไว้ก่อนหน้านี้อาเจียนออกมาทั้งหมด

เธอพยายามตั้งสติอีกครั้งคิดเสียว่าที่เห็นและเป็นอยู่ในเวลานี้น่าจะเป็นความฝัน

“ฝันอยู่แน่ๆ ฉันต้องฝันอยู่แน่ๆ ตื่นสิหรงผิงตื่นเดี๋ยวนี้!”

เธอพยายามตบหน้าของตนเองเพื่อเรียกสติและอยากจะให้ทุกสิ่งที่เผชิญอยู่ในเวลานี้คือความฝัน แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งทุกๆ สิ่งที่เห็นและหญิงสาวสองคนที่นั่งจ้องมองเธออยู่นั้นก็ยังอยู่เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

‘ให้ตายสิไม่ได้ฝันไปหรือ เรื่องจริงหรือนี่!’

“พระชายาเป็นอะไรไปเพคะรู้สึกไม่สบายใช่หรือไม่กลับเข้าเรือนกันดีกว่า วันนี้บ่าวได้ยินมาว่าฮองเฮาจะเสด็จมาที่จวนหากนางมาพบท่านในสภาพเช่นนี้คงไม่ดีแน่”

“อะไรนะ”

“ก็ฮองเฮาพระมารดาของจวิ้นอ๋องอย่างไรเล่าเพคะ นางเป็นคนโหดร้ายและเจ้าระเบียบยิ่งนักหากรู้ว่าท่านอยู่ในสภาพนี้ไม่แน่อาจได้ส่งแม่นมหูมาอบรมท่านเป็นแน่ รีบกลับไปอาบน้ำเร็วเข้าเพคะ”

‘จวิ้นอ๋องไหน ให้ตายสินี่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันนะ’

“ชู่ว์ เสี่ยวเถาเจ้าอยากถูกโบยอีกงั้นหรือ อย่าได้พูดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาเด็ดขาดกำแพงมีหูประตูก็มีช่องไม่เคยได้ยินหรือ”

“ข้าลืมไป พระชายาไปกันเถอะเพคะ”

หญิงสาวสองคนเข้ามาประคองตัวของเธอ แต่หลิวหรงผิงก็เอาแต่จ้องมองใบหน้าของคนทั้งคู่อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

"พระชายาหิวหรือเพคะ”

"ห้ะ”

'อยู่ในคอกหมูทั้งรูปรสกลิ่นเสียงจัดเต็มเพียงนี้ ใครจะไปมีกระจิตกระใจหิวได้ลงคอกันเล่า!'

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel