บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4: การประลองยุทธ์ - 1

ความเคลื่อนไหวภายในวังหลวงหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ข่าวการหวนคืนขององค์ชายใหญ่หลี่ฉฉงเซิงผู้สาบสูญไปนานยี่สิบเอ็ดปี กลายเป็นหัวข้อสนทนาอันร้อนแรงที่สุดในราชสำนัก ขุนนางฝ่ายต่างๆ แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม บ้างตื่นเต้นกับสายเลือดมังกรสายตรงที่เพิ่งปรากฏตัว บ้างสงสัยในความสามารถ และบ้าง... กำลังหวาดระแวงว่าจะเสียอำนาจที่เคยเกาะกุมไว้

ณ ตำหนักเหรินอ้าย ตำหนักส่วนพระองค์ที่ฮ่องเต้โปรดให้จัดเตรียมไว้อย่างหรูหราสำหรับชินอ๋อง

หลี่ฉงเซิงในชุดลำลองเนื้อนุ่มกำลังนอนอยู่บนม้านั่งยาวในสวนแก้ว มือกุมพัดขนนกขึ้นพัดเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาบิดนิดๆ พลางทอดถอนใจยาวดังก้อง

“โอย... สวรรค์ทรงโปรด การเป็นอ๋องขี้เกียจในวังหลวงนี่มันช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน แค่เดินจากเตียงมาที่สวน ข้าก็รู้สึกเหมือนพลังลมปราณถดถอยไปถึงห้าส่วนแล้ว”

จางหลินอวี่เดินถือถาดชาร้อนเข้ามาในสวน นางสวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนประดับลายดอกเหมย ดูเรียบง่ายทว่าละมุนตาน่ามอง ดวงตากลมโตสุกใสมองศิษย์พี่อย่างหน่ายใจ นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะหินดัง “ก๊อก”

“ศิษย์พี่... ท่านเลิกนอนทอดอาลัยตายอยากเป็นแมวป่วยได้แล้วกระมัง!” หลินอวี่เท้าเอวถลึงตาใส่ “ระยะทางจากห้องนอนมาสวนหินไม่ถึงยี่สิบก้าว ท่านยังบ่นว่าเหนื่อย หากศัตรูบุกเข้ามาถึงห้องนอน ท่านมิกลายเป็นคนงอมืองอเท้าให้เขาสับเป็นชิ้นๆ หรืออย่างไร?”

ฉงเซิงลืมตาขึ้นมองนาง แล้วส่งยิ้มหวานกวนประสาท “น้องหญิงอวี่ เจ้าก็พูดเกินไป หากมีนักฆ่าบุกเข้ามาจริงๆ ข้าก็แค่อุ้มเจ้า... เอ้ย! ร้องให้เจ้าช่วยปกป้องข้าอย่างไรเล่า ศิษย์น้องตากลมของข้าเก่งกล้าสามารถ มีวิชาแพทย์และค่ายกลลึกล้ำ มีเจ้าอยู่ข้างกาย ข้าจะกลัวอะไรอีก?”

หลินอวี่แก้มขึ้นสีระเรื่อเบาๆ นางเชิดหน้าขึ้น “ข้าไม่ได้เข้ามาในวังหลวงเพื่อเป็นผู้คุ้มกันให้ท่านนะ! ข้ามาเพราะ... เพราะอยากช่วยท่านสืบหาความจริงต่างหาก!”

“ข้ารู้...” สายตาของฉงเซิงอบอุ่นขึ้นในพริบตา เขายันกายลุกขึ้นนั่ง จ้องมองใบหน้าเนียนละเอียดของนาง “แล้วเจ้าก็อยากสืบเรื่องปิ่นหยกของเจ้าใช่หรือไม่? ไม่ต้องห่วงนะอวี่เอ๋อร์... ในวังแห่งนี้มีเบาะแสมากมาย ข้าจะช่วยเจ้าสืบหาความจริงเรื่องครอบครัวของเจ้าแน่นอน”

หลินอวี่ใจกระตุกวูบ ความอบอุ่นและปลอดภัยแล่นพล่านไปทั่วอก นางก้มหน้าน้อยๆ “อืม... ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ศิษย์พี่”

ทันใดนั้นเอง เสียงก้าวเดินอันมั่นคงและหนักแน่นก็ดังขึ้นจากทางเดินริมสวน

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ท่านพี่ใหญ่ช่างมีความสุขเสียจริง มีแม่นางงามคอยชงชาให้ถึงที่!”

หลี่หลงเจี้ยนเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม ทว่าแววตากลับแฝงไปด้วยความรังเกียจและหยามเหยียด ด้านหลังของเขามีชายร่างยักษ์กำยำ สวมชุดเกราะเหล็กสีดำ ถือกระบี่เล่มโต ใบหน้าดุดันดุจอสูรกาย

“น้องสี่เองหรือ...” ฉงเซิงแกล้งทำเป็นสะดุ้งตกใจ ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ “ลมอะไรพัดเจ้ามาถึงตำหนักเล็กๆ ของข้าได้ล่ะนี่? แล้ว... พี่ชายร่างยักษ์ท่านนี้คือใครกัน เหตุใดจึงมองข้าด้วยสายตาน่ากลัวเช่นนั้น?”

หลงเจี้ยนยิ้มเยาะ “ท่านพี่ใหญ่ นี่คือ ‘แม่ทัพตง’ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในกองทัพของกระหม่อม วันนี้ฮ่องเต้ทรงจัดงานเลี้ยงต้อนรับท่านพี่ใหญ่ในยามค่ำคืน ขุนนางน้อยใหญ่ต่างอยากเห็นวรยุทธ์และบารมีขององค์ชายใหญ่ผู้หวนคืน กระหม่อมจึงพาแม่ทัพตงมาแนะนำ และหวังว่าในงานเลี้ยงคืนนี้ ท่านพี่ใหญ่จะยอมลงลานประลองแลกเปลี่ยนฝีมือสักเล็กน้อย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เหล่าทหาร!”

ฉงเซิงฟังแล้วรีบยกมือขึ้นปัดเป็นพัลวัน ใบหน้าซีดเซียวลงทันตา “โอ๊ย! ไม่ได้ๆ! น้องสี่อย่าหาเรื่องให้ข้าตายเร็วเลย! เจ้าก็เห็นว่าข้าร่างกายอ่อนแอ แค่ลมพัดแรงๆ ข้ายังแทบจะล้มพับ หากให้ข้าไปประลองกับแม่ทัพร่างยักษ์ผู้นี้ มีหวังข้าได้ถูกหมัดเดียวชกไส้ทะลุแน่ๆ! ข้าขอปฏิเสธ!”

หลงเจี้ยนเค่นหัวเราะในใจ ‘ขยะจริงๆ! แค่เห็นขุนศึกก็กลัวจนเยี่ยวเหนี่ยวแล้ว’

“ท่านพี่ใหญ่...” หลงเจี้ยนเน้นเสียงหนัก “นี่เป็นความต้องการของเสด็จพ่อที่อยากเห็นฝีมือของบุตรชาย และเหล่าขุนนางก็อยากรู้ว่าท่านพี่เหมาะสมกับตำแหน่งชินอ๋องหรือไม่ หากท่านพี่ปฏิเสธ เกรงว่าชาวบ้านจะลือกันว่าองค์ชายใหญ่เป็นเพียงคนขลาดตาขาว ไร้ค่า!”

ฉงเซิงทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถอนหายใจยาวเหยียด “เอ่อ... ก็ได้ๆ! ถ้าหากข้าโดนต่อยหน้าขึ้นมา ช่วยตามหมอมารักษาใบหน้าหล่อๆ ของข้า ด้วย!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel