4
ท่านอามิได้เมามาย เฝ้ามองนางวางจอกสุราลงบนโต๊ะ นางออกไปเรียกบ่าวรับใช้คนใหม่ให้เข้ามาจัดวางสำรับอาหารเย็น ให้พวกเขาดูแลเสื้อผ้า เรือนหลังนี้ให้สะอาดเอี่ยม นางผลักประตูที่เปิดอ้ากว้างกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง
“ข้าไปตักน้ำอาบไว้ให้ท่าน บ่าวทั้งสองคน ข้าขออนุญาตสอนงานพวกเขา...”
“ตามใจเจ้า ข้าจะไปห้ามอะไรได้ เจ้าอยากมาเจ้าก็โผล่มาทุกวัน ให้ข้ารำคาญใจ”
“หมดหน้าที่ของข้าเมื่อไร ข้าคงไม่มารบกวนใจท่าน เพียงแต่ข้าอาจถือโอกาสส่งอาหารมานาน ๆ ครั้งหากว่าท่านอยากกินฝีมือข้า จะไม่ให้ผู้ใดนำมา” นางเห็นบ่าวรับใช้วางอาหารไว้ให้ท่านอาเรียบร้อยดี จึงนั่งลงบนพื้นเยียบเย็น ท่านอาขมวดคิ้วมุ่นมองนางว่านางจะทำอะไร กระทั่งเห็นนางสะบัดแขนเสื้อขึ้นหยิบเข็มเงินที่ซ่อนไว้ จิ้มลงไปทุกอัน ตัดอาหารชิ้นเล็กเพื่อชิมมันก่อน ปฏิบัติต่ออาหารราวกับว่าท่านอาเป็นกษัตริย์ นางหันไปบอกท่านอาที่กอดไหสุรา นั่งนิ่งอึ้งมองนางอย่างไม่เชื่อสายตาตน
“เผื่อมีผู้ลอบวางยาพิษท่านอา เจียลี่ยินดีสละชีวิต เพื่อทดแทนบุญคุณท่าน”
--------------------------
หลังจากคืนนั้นหวังเฟยมิได้ร่ำสุราลดน้อยลง ราวกับว่าการเมามายได้กลายเป็นกิจวัตรของเขาไปเสียแล้ว
หลังมื้ออาหารเช้าของท่านอา เจียลี่นำสุราขวดใหม่เข้ามาให้เขา หลังบ่าวรับใช้ทั้งสองกลับไปทำงานที่โรงถลุงแร่ ท่านอาอยู่เพียงลำพังในห้องรับรองแขกกว้างขวางเมื่อนางมาถึง เขาสวมเสื้อผ้ามีราคาอย่างผู้ดี เสื้อผ้าขาวสะอาดรับกับผิวสีน้ำผึ้งสมชายชาตรี ถึงจะซูบผอมกว่าเมื่อหลายเดือนก่อนเพราะพิษรักทำร้ายจิตใจ ใบหน้าคร้ามคมที่มีหนวดแซมเทากลับแลดูมีชีวิตชีวา
“นี่เป็นค่าสุรา... เจ้าไม่ต้องนำเงินของเจ้าไปซื้อสิ่งใดให้ข้า เป็นถึงคนใหญ่คนโตของราชสำนัก ข้าได้รับเงินเดือนมากกว่าเจ้าหลายเท่า” หวังเฟยยื่นถุงผ้าให้นาง เหรียญเหล็กกลมทำให้มันหล่นตุบลงบนโต๊ะ ตามน้ำหนักของมัน
“ข้าไม่มีเรื่องให้ใช้เงิน ข้าวปลาอาหารในบ้านข้า ท่านย่าเป็นผู้จับจ่ายให้ทุกคนในบ้าน ข้าแทบจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร”
“ข้าให้เจ้านำเงินไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับเสียใหม่ เจ้านำไปซื้อของของเจ้าเสีย ไยเจ้าไม่รับเงินข้า”
“ท่านอาเป็นผู้มีพระคุณของสกุลเยี่ย ชั่วชีวิตนี้คงชดใช้ท่านไม่หมด ข้าไม่อาจรับ...” นางเงียบไป เห็นใบหน้าเข้มเครียดของเขากำลังต่อว่านางเรื่องมากนัก นางมีเหตุผลประหลาดพิสดารของนางให้เขาครุ่นคิดไปกับนางอยู่เสมอ
“เงินมากมายของท่านอา เคยให้กับท่านอาหญิงไว้ครั้งหนึ่ง นางนำไปซื้อข้าวปลาอาหาร ประทังชีวิตพวกข้าทั้งครอบครัว ข้ารอดตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะท่านอา... ข้ารับไว้ไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ” นางยกมือทั้งสองขึ้นประสานกัน ก้มศีรษะ ท่านอาก็ปรามนาง ไม่ยอมให้นางคารวะเขาอีก เมื่อนางทำมันทุกเช้าค่ำที่พบเขา นางยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตนเป็นชายชราอาวุโส
“ความรู้สึกที่ข้ามีต่อลี่จิ่นยามนี้ คือชิงชังนางเข้ากระดูกดำ แต่ถึงข้าจะเคียดแค้นท่านอาหญิงของเจ้าอย่างไร มันก็ไม่สมควรถ้าข้าจะมาลงที่เจ้า เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก”
หวังเฟยส่ายหน้าไปมา เหนื่อยหน่ายจะต่อรองกับนาง เขาวางถุงเงินนั้นไว้บนโต๊ะ คิดว่านางอาจเปลี่ยนใจรับเงินของเขาในภายหลัง ด้วยความเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตนและเชื่อฟัง
เจียลี่กำลังจะอายุครบสิบแปดปี มารดาของนางอายุสามสิบห้าปีเท่ากันกับเขา โดยทั่วไปหญิงสาวล้วนออกเรือนกันแล้ว พวกนางมีสามีตั้งแต่อายุสิบห้าปี รู้เรื่องราวใต้เตียงบนเตียงเป็นอย่างดี เขาก็คงไม่อยากให้เจียลี่ดำเนินรอยตามท่านอาหญิงของนางผู้ไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่ออกเรือน ไม่ทำสิ่งใดนอกจากแต่งตัวสวยลวงหลอกผู้ดีมีเงิน ไล่ตามหนุ่มเศรษฐีไปวัน ๆ
เมื่อการบ้านการเรือนของเจียลี่นับว่าไม่น้อยหน้าบุตรสาวผู้อื่นในเมือง นางทำงานเก่ง ทำกับข้าวอร่อย นางมีสติปัญญาฉลาดเฉลียว ปัญหาของนางมีเพียงเรื่องเดียว
“ข้าเป็นอย่างที่ท่านพูด อย่างที่พวกเขาพูด อย่างที่ใคร ๆ ปฏิบัติต่อข้า ไม่ผิดในเรื่องนี้ ข้าเป็นเพียงหญิงพิการ...” นางเงียบไป ก้มหน้าลงมองชายผ้าสีเขียวอ่อนที่คลุมข้อเท้า นางชิดปลายเท้าเข้าหากันอย่างกระดากอาย
“ไม่มีค่าในสายตาผู้ใด”
“พูดอะไรของเจ้า แลเห็นว่าเดินได้คล่องแคล่ว แม้ไม่ว่องไว ใครใช้ให้เจ้าวิ่งกระโดดตีลังกา แสดงวิทยายุทธ เป็นสตรีควรก้าวเดินเชื่องช้า เรียบร้อยดังผ้าพับไว้ ก็ถูกต้องแล้ว เจ้าใช่ขาพิการจริง ๆ เสียเมื่อไร”
ท่านอาไม่ชอบสีหน้าของนาง กลายเป็นผู้ไร้ความมั่นใจผิดจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง เขาเดินไปคว้าไหสีน้ำตาล หยิบจอกสุราส่งให้นางริน อนุญาตนางให้จิบสุรา ชื่นชมทัศนียภาพด้านหน้าเรือนกว้างขวางเป็นเพื่อนเขา
“... ผู้คนพูดกันตั้งแต่ข้ายังเล็ก ข้าก้าวขาเดินไม่เหมือนผู้อื่น ข้าเดินเหมือนแมวย่อง หากใครไม่รู้จักข้า ก็จะไม่รู้ว่าข้อเท้าซ้ายของข้ามีปัญหา”
นางพูดเรื่องการเดินของนาง ทั้งที่ไม่เคยถามนางมาก่อนเลยสักครั้ง แก้มแดงปลั่งของนางหลบเลี่ยงเขา เมื่อสบประสานสายตา นางก้มหน้าลงอย่างเจียมตน วางจอกสุราลงบนโต๊ะ เขายังคงยืนจ้องหน้านาง เจียลี่ยิ่งประหม่าอาย
“อื้ม... ข้ามีความคิดว่าเจ้าช่างงดงามอ่อนหวาน ถึงขั้นว่าอาจเป็นหญิงงามล่มเมืองได้ แต่ดูสภาพของเจ้าสิ”
‘หญิงพิการ’
‘ยัยขาเป๋’
‘มิน่า... ถึงเข้าวังไม่ได้’
‘ดูขาเจ้าสิ ฮ่า ๆ’
นางปิดตาลงเมื่อถ้อยคำมากมายดังก้องในโสตประสาท มิอาจหยุดความคิดลงสักชั่วขณะ เสียงหัวเราะเยาะนางเนิ่นนานนับสิบปี นางถูกรังแกเป็นประจำ
หวังเฟยมิได้หมายความเช่นเดียวกับที่นางคิด
ในชุดสีสันสดใสปกปิดมิดชิด มีรอยขาดเพียงเล็กน้อยหากไม่มองใกล้ ๆ ไม่สามารถเห็นว่ามันเคยขาด เจียลี่เป็นหญิงประหยัด รู้จักเก็บออม นางเย็บปักทำงานฝีมือของนางได้ดี ตามความนิยมของชุดเซินอี ซึ่งเป็นการนำเสื้อและกระโปรงเย็บเข้าด้วยกัน ปิ่นปักผมดอกไม้ของนางก็เข้ากับใบหน้าสวยหวาน ริมฝีปากอมแดงอมชมพูของนางแลดูนุ่มนิ่ม น่าลิ้มลองชิมกว่าอาหารของนางเสียอีก
