บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ข้าคือนางร้ายในนิยาย

ตอนที่ 3 ข้าคือนางร้ายในนิยาย

หากสวรรค์ให้โอกาสข้าได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากตัวหนึ่งในเรื่องราวของผู้อื่นอีกต่อไป

ภายในห้องพักเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดผ่านม่านโปร่งและเสียงนกร้องแผ่วเบาจากนอกหน้าต่าง

เย่ชิงหลีนั่งพิงหัวเตียง ผ้าห่มสีขาวคลุมอยู่บนตัก ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวจากการหมดสติไปสองวันเต็ม แต่ดวงตาคู่นั้นกลับแจ่มชัดกว่าที่เคย

เมื่อครู่ เซี่ยหานโจวเพิ่งเดินทางมาเยี่ยมนาง

หากเป็นเย่ชิงหลีคนเดิม นางคงรีบลุกจากเตียง จัดแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วใช้โอกาสนี้ออดอ้อนอาจารย์หนุ่มที่ตนหลงรักมานาน

นางอาจถามเขาว่าเป็นห่วงนางหรือไม่

อาจแสร้งทำเป็นอ่อนแอเพื่อให้เขาอยู่ต่ออีกสักครู่

หรือไม่ก็ฉวยโอกาสจับชายแขนเสื้อของเขา แล้วกล่าวถ้อยคำหวานหูที่ทำให้ศิษย์ทั้งสำนักต้องส่ายหน้า

แต่เย่ชิงหลีในเวลานี้กลับเลือกดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ แล้วปฏิเสธการพบหน้าเขาอย่างไม่ลังเล

ไม่ใช่เพราะนางโกรธ

ไม่ใช่เพราะต้องการเรียกร้องความสนใจ

แต่เพราะนางไม่ต้องการพบเขาจริง ๆ

“คุณหนูเจ้าคะ…”

เสี่ยวเถาเดินเข้ามาพร้อมถ้วยยา เมื่อเห็นเจ้านายของตนนั่งเหม่ออยู่บนเตียง ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“ท่านกำลังคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ? ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา ท่านก็เอาแต่นิ่งเงียบ บ่าวไม่คุ้นกับท่านเช่นนี้เลย”

เย่ชิงหลีรับถ้วยยามาถือไว้ ก่อนมองของเหลวสีเข้มภายในอย่างพินิจพิเคราะห์

“เสี่ยวเถา ข้าขอถามอะไรเจ้าสักอย่าง”

“เจ้าค่ะ?”

“หากคนผู้หนึ่งรู้ล่วงหน้าว่าเส้นทางที่ตนกำลังเดินอยู่จะนำไปสู่ความตาย เจ้าคิดว่าเขาควรทำอย่างไร?”

เสี่ยวเถาตกใจจนเกือบทำถาดยาหลุดมือ

“คุณหนู! เหตุใดท่านจึงพูดเรื่องความตายอีกแล้วเจ้าคะ? ท่านเพิ่งฟื้นจากการตกน้ำ อย่าพูดสิ่งไม่เป็นมงคลเลย!”

เย่ชิงหลีชะงัก ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

นางลืมไปว่า ในสายตาของเสี่ยวเถา นางยังคงเป็นคุณหนูเย่ผู้เอาแต่ใจคนเดิม

ไม่มีใครรู้ว่า ภายในร่างนี้มีความทรงจำอีกชุดหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้ว

ความทรงจำจากโลกที่นางเคยอาศัยอยู่

โลกที่ไม่มีพลังปราณ ไม่มีการฝึกกระบี่บิน และไม่มีสำนักเซียนตั้งอยู่บนยอดเขา

โลกที่นางเคยใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา อ่านนิยายในเวลาว่าง และเคยบ่นกับตัวเองหลายครั้งว่าเหตุใดตัวละครบางตัวจึงไม่รู้จักรักษาชีวิตของตนเองให้ดี

จนกระทั่งวันหนึ่ง นางกลับกลายเป็นตัวละครที่เคยวิจารณ์เสียเอง

เย่ชิงหลีหลับตาลงช้า ๆ

ภาพหน้าปกนิยายเล่มนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ

เรื่องราวความรักระหว่างอาจารย์หนุ่มผู้เย็นชากับศิษย์หญิงผู้มีพรสวรรค์

และท่ามกลางเรื่องราวอันงดงามนั้น มีหญิงสาวอีกคนหนึ่งซึ่งทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงความรักจากบุรุษที่ไม่เคยหันมามองนางอย่างแท้จริง

หญิงสาวคนนั้นชื่อเย่ชิงหลี

เป็นคุณหนูผู้มีฐานะสูงส่ง มีพรสวรรค์ในการฝึกตน และมีทุกสิ่งที่คนอื่นใฝ่ฝัน

น่าเสียดายที่นางกลับใช้ชีวิตทั้งหมดไปกับการไล่ตามความรักที่ไม่มีวันเป็นของตน

จนท้ายที่สุด นางสูญเสียทุกอย่าง

ชื่อเสียง

มิตรสหาย

อนาคต

แม้กระทั่งชีวิตของตนเอง

เย่ชิงหลีลืมตาขึ้นทันที

ข้าคือเย่ชิงหลีคนนั้นจริง ๆ

ข้าคือนางร้ายในนิยายที่เคยอ่าน!

มือที่ถือถ้วยยาสั่นไหวเล็กน้อย

ความจริงข้อนี้น่าขันจนแทบทำให้นางหัวเราะไม่ออก

ก่อนหน้านี้ นางเคยคิดว่าตัวละครนางร้ายช่างโง่เขลา เหตุใดจึงยอมลดศักดิ์ศรีของตนเองเพื่อบุรุษเพียงคนเดียว

แต่เมื่อได้มาอยู่ในร่างนี้จริง ๆ นางกลับเข้าใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของเย่ชิงหลีคนเดิมนั้นรุนแรงเพียงใด

ความรัก ความริษยา ความคาดหวัง และความกลัวที่จะถูกทอดทิ้ง

ทั้งหมดหลอมรวมจนกลายเป็นความหมกมุ่นที่ยากจะถอนตัว

ถึงกระนั้น การเข้าใจไม่ได้หมายความว่านางจะต้องเดินซ้ำรอยเดิม

เย่ชิงหลียกถ้วยยาขึ้นดื่มจนหมด ก่อนวางลงบนโต๊ะข้างเตียง

“เสี่ยวเถา”

“เจ้าคะ?”

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากมีใครถามถึงข้า เจ้าจงตอบว่าข้าต้องพักฟื้น ไม่สะดวกพบผู้ใดทั้งสิ้น”

เสี่ยวเถามองนางอย่างงุนงง

“แม้แต่… อาจารย์เซี่ยหรือเจ้าคะ?”

เย่ชิงหลีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“โดยเฉพาะเขา”

หลังจากเสี่ยวเถาออกไป เย่ชิงหลีก็หยิบกระดาษกับพู่กันขึ้นมา

นางต้องการเรียบเรียงความทรงจำทั้งหมดให้ชัดเจน

หากเรื่องราวดำเนินไปตามนิยายที่นางเคยอ่าน นางจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญหลายครั้ง และทุกครั้งล้วนเป็นจุดเปลี่ยนที่ผลักให้นางเข้าใกล้จุดจบมากขึ้น

นางจุ่มพู่กันลงในหมึก แล้วเขียนชื่อลงบนกระดาษ

เย่ชิงหลี

จากนั้นเขียนอีกชื่อหนึ่งไว้ด้านล่าง

เซี่ยหานโจว

ปลายพู่กันหยุดชะงักอยู่เหนือกระดาษ

ในนิยาย เซี่ยหานโจวเป็นบุรุษผู้เย็นชา สุขุม และยึดมั่นในกฎของสำนัก เขามีพรสวรรค์สูงส่ง เป็นที่เคารพของเหล่าศิษย์ และมีอนาคตอันยิ่งใหญ่รออยู่เบื้องหน้า

เขาไม่ใช่คนชั่วร้าย

ตรงกันข้าม เขาเป็นผู้มีคุณธรรมและรู้จักแยกแยะถูกผิด

เพียงแต่หัวใจของเขาไม่เคยมีพื้นที่สำหรับเย่ชิงหลี

เขามองนางเป็นศิษย์ที่เอาแต่ใจ เป็นตัวปัญหาที่คอยสร้างความวุ่นวาย และเป็นคนที่เขาต้องคอยตักเตือนอยู่เสมอ

ส่วนซูเยว่หนิงนั้นแตกต่างออกไป

นางสุภาพ อ่อนโยน ขยันหมั่นเพียร และไม่เคยบังคับให้ใครต้องมอบความรักให้แก่ตนเอง

นางจึงค่อย ๆ ได้รับความไว้วางใจจากเซี่ยหานโจว จนในที่สุด ทั้งสองก็กลายเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิตของกันและกัน

เย่ชิงหลีไม่ได้โกรธซูเยว่หนิงเพราะอีกฝ่ายทำผิด

นางโกรธเพราะซูเยว่หนิงได้รับสิ่งที่นางปรารถนา ทั้งที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องร้องขอเลยแม้แต่น้อย

เมื่อนึกถึงตรงนี้ เย่ชิงหลีก็วางพู่กันลง

“ช่างน่าขันเสียจริง…”

นางหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง

ในโลกเดิม นางเคยอ่านเรื่องราวเหล่านี้ผ่านตัวอักษร จึงคิดว่าทุกอย่างเป็นเพียงพล็อตเรื่องที่นักเขียนกำหนดขึ้น

แต่ตอนนี้ นางกลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดของคนที่ถูกปฏิเสธได้อย่างชัดเจน

ถึงกระนั้น นางก็รู้ว่าความเจ็บปวดไม่ใช่ข้ออ้างในการทำร้ายผู้อื่น

ซูเยว่หนิงไม่เคยติดหนี้นาง

เซี่ยหานโจวก็ไม่เคยสัญญาว่าจะรักนาง

คนที่ยึดติดอยู่กับความคาดหวังมาตลอดคือเย่ชิงหลีเอง

นางก้มลงเขียนประโยคหนึ่งไว้ใต้ชื่อทั้งสอง

ความรักไม่ใช่สิ่งที่ใครจะช่วงชิงมาได้ด้วยการบังคับ

จากนั้นจึงเขียนประโยคต่อไป

และชีวิตของข้า ก็ไม่ควรขึ้นอยู่กับความรักของผู้ใด

นางจ้องถ้อยคำเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับกระดาษเก็บไว้ในลิ้นชัก

นับจากนี้ นางจะต้องจำให้ขึ้นใจ

ไม่ว่าเรื่องราวในนิยายจะกำหนดให้นางเป็นคนเช่นไร นางก็ยังมีสิทธิ์เลือกว่าจะเป็นคนแบบไหนต่อไป

ยามบ่าย เซี่ยหานโจวเดินทางมาถึงเรือนพักของเย่ชิงหลีอีกครั้ง

ในมือของเขามีกล่องไม้ขนาดเล็ก ภายในบรรจุยาบำรุงที่หมอประจำสำนักจัดเตรียมไว้สำหรับผู้ที่เพิ่งฟื้นจากการตกน้ำ

เขาไม่ได้ตั้งใจจะอยู่นาน

เพียงต้องการตรวจดูอาการของนางด้วยตนเอง แล้วกลับไปจัดการงานที่ค้างอยู่

แต่เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู เขากลับพบเสี่ยวเถายืนขวางอยู่

“คารวะอาจารย์เซี่ยเจ้าค่ะ”

เซี่ยหานโจวพยักหน้าเล็กน้อย

“นายของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

“คุณหนูอาการดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ขอบพระคุณอาจารย์เซี่ยที่เป็นห่วง”

“ข้าจะเข้าไปดูนาง”

เสี่ยวเถาลังเล ก่อนก้มหน้าลง

“ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ คุณหนูสั่งไว้ว่าไม่สะดวกพบผู้ใด”

เซี่ยหานโจวชะงัก

“ผู้ใด?”

“เจ้าค่ะ”

“แม้แต่ข้าก็ไม่ได้หรือ?”

เสี่ยวเถากลืนน้ำลาย ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง

“คุณหนูบอกว่า… โดยเฉพาะท่านเจ้าค่ะ”

บรรยากาศเงียบลงทันที

เซี่ยหานโจวไม่เคยคิดว่าตนจะได้ยินคำตอบเช่นนี้จากปากสาวใช้ของเย่ชิงหลี

หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้เขาปฏิเสธนางอย่างไร เย่ชิงหลีก็ยังหาทางปรากฏตัวต่อหน้าเขาอยู่เสมอ

นางอาจส่งขนมมาให้

อาจรออยู่หน้าห้องเรียน

หรืออาจสร้างเรื่องบางอย่างเพื่อบังคับให้เขาต้องสนใจ

แต่ตอนนี้ นางกลับไม่ยอมพบเขาเสียเอง

“นางกำลังเล่นกลอะไรอีก?”

เซี่ยหานโจวเอ่ยเสียงเรียบ

เสี่ยวเถารีบส่ายหน้า

“บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่คุณหนูดูจริงจังมาก”

เขาเหลือบมองประตูที่ปิดสนิท

“บอกนางว่าข้านำยามาให้ หากนางต้องการสิ่งใด ให้แจ้งข้าได้”

“เจ้าค่ะ”

เซี่ยหานโจวยื่นกล่องยาให้เสี่ยวเถา ก่อนหมุนตัวเดินจากไป

ทว่าเมื่อเดินพ้นระเบียง เขากลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ

ความเงียบของเย่ชิงหลีไม่เหมือนความเงียบก่อนพายุ

อย่างน้อยก็ไม่เหมือนความเงียบที่เขาเคยพบจากนาง

คราวนี้ นางไม่ได้พยายามเรียกร้องความสนใจจากเขา

นางกำลังหลีกเลี่ยงเขาอย่างแท้จริง

ความคิดนั้นทำให้เซี่ยหานโจวหยุดฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว

เขาหันกลับไปมองเรือนพักอีกครั้ง

“เย่ชิงหลี…”

เขาพึมพำชื่อนางเบา ๆ

“เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?”

ภายในห้องพัก เย่ชิงหลีนั่งอยู่หลังฉากกั้น ได้ยินเสียงสนทนาทั้งหมดอย่างชัดเจน

นางรู้ว่าเซี่ยหานโจวมาเยี่ยม

และนางก็รู้ว่าเขาคงกำลังสงสัยว่าทำไมนางถึงเปลี่ยนไป

หากเป็นเย่ชิงหลีคนเดิม เพียงเขามาปรากฏตัวถึงหน้าประตู นางก็คงดีใจจนแทบลืมความเจ็บป่วยของตนเอง

แต่ตอนนี้ ความรู้สึกเหล่านั้นกลับไม่อาจทำให้นางหวั่นไหวได้เหมือนก่อน

ไม่ใช่ว่าความรู้สึกเดิมจะหายไปทั้งหมดในชั่วข้ามคืน

หัวใจไม่ใช่สิ่งที่สามารถสั่งให้หยุดรักใครได้ตามใจปรารถนา

นางยังอาจรู้สึกเจ็บปวดเมื่อเห็นเขาอยู่ข้างซูเยว่หนิง

ยังอาจเผลอคาดหวังเมื่อเขาแสดงความห่วงใย

และอาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะหลุดพ้นจากความรู้สึกที่ฝังรากลึกอยู่ในใจนี้

แต่สิ่งหนึ่งที่นางเลือกได้ คือจะไม่ปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นควบคุมการกระทำของตนอีกต่อไป

เย่ชิงหลีลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง

นอกเรือนพักมีแนวต้นไผ่เรียงราย ลมพัดผ่านจนใบไม้เสียดสีกันเกิดเสียงแผ่วเบา

สำนักเมฆาครามยังคงงดงามเช่นเดิม

โลกนี้ยังคงดำเนินไปตามเส้นทางของมัน

แต่ชีวิตของนางไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามเนื้อหาในนิยายทุกประการ

นางจำได้ว่าจุดจบของเย่ชิงหลีคนเดิมไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันเดียว

มันเริ่มจากการตามตื๊อบุรุษที่ไม่รัก

ต่อด้วยการริษยาหญิงสาวที่ไม่ได้ทำผิด

จากนั้นก็เป็นการสร้างเรื่องราวครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้คน

ความผิดพลาดเล็ก ๆ สะสมจนกลายเป็นความผิดใหญ่

และเมื่อถึงวันที่นางต้องการหันหลังกลับ ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว

แต่ตอนนี้ นางยังมีโอกาส

ยังมีเวลาแก้ไข

ยังสามารถหยุดวงจรนั้นก่อนที่มันจะทำลายชีวิตของตนเอง

เย่ชิงหลีกำมือแน่น ก่อนค่อย ๆ คลายออก

“ข้าจะไม่ทำเช่นนั้นอีกแล้ว”

นางเอ่ยกับเงาสะท้อนของตนบนหน้าต่าง

“ข้าจะไม่แย่งชิงสิ่งที่ไม่ใช่ของข้า ไม่ทำร้ายคนที่ไม่ได้ทำผิด และไม่ลดคุณค่าของตัวเองเพียงเพื่อให้บุรุษคนหนึ่งหันมามอง”

นางหยุดไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม

“หากนิยายกำหนดให้ข้าต้องตายเพราะความรักที่ไม่สมหวัง ข้าก็จะเขียนตอนจบใหม่ด้วยตัวเอง”

“ข้าจะไม่ยอมตายเพราะบุรุษที่ไม่เคยรักข้าเด็ดขาด”

เสียงของนางไม่ดังนัก แต่ทุกถ้อยคำกลับชัดเจน

นี่ไม่ใช่คำประกาศเพื่อให้ใครได้ยิน

ไม่ใช่คำพูดประชดประชันเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเซี่ยหานโจว

แต่เป็นคำมั่นสัญญาที่นางมอบให้ตัวเอง

นับจากวันนี้ เย่ชิงหลีจะใช้ชีวิตเพื่อตนเอง

นางจะฝึกตนให้แข็งแกร่ง ศึกษากฎของสำนัก และหาทางป้องกันเหตุการณ์ที่จะนำไปสู่จุดจบในนิยาย

หากวันหนึ่งนางต้องจากสำนักเมฆาคราม นางก็จะจากไปด้วยความสามารถของตนเอง ไม่ใช่เพราะถูกขับไล่หรือสูญเสียทุกสิ่ง

และหากต้องเผชิญหน้ากับเซี่ยหานโจวอีกครั้ง นางก็จะปฏิบัติต่อเขาในฐานะอาจารย์ผู้หนึ่งเท่านั้น

ไม่คาดหวัง

ไม่เรียกร้อง

ไม่ไขว่คว้า

เย่ชิงหลีสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนหันกลับไปยังโต๊ะหนังสือ

บนโต๊ะมีตำราฝึกปราณขั้นพื้นฐานวางอยู่หลายเล่ม

เมื่อก่อนนางแทบไม่เคยสนใจตำราเหล่านี้ เพราะมัวแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้เซี่ยหานโจวหันมามองตนเอง

แต่จากนี้ไป ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลง

นางหยิบตำราเล่มแรกขึ้นมา เปิดอ่านอย่างตั้งใจ

แม้จะยังอ่อนแรงจากการตกน้ำ แต่แววตาของนางกลับแน่วแน่

หากชะตากรรมเดิมทำให้นางกลายเป็นนางร้าย นางก็จะพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้แต่นางร้ายก็สามารถเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้

ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องตำราของสำนักเมฆาคราม เซี่ยหานโจวนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้ มือถือรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าของเหล่าศิษย์

แต่ไม่ว่าเขาจะอ่านเอกสารกี่ฉบับ สายตากลับเผลอมองไปยังกล่องไม้ใบเล็กที่วางอยู่มุมโต๊ะเป็นระยะ

กล่องยาที่เขานำไปให้เย่ชิงหลี

นางรับมันไว้แล้ว แต่กลับไม่ยอมพบหน้าเขา

เรื่องนี้ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เขาสบายใจ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาต้องคอยปฏิเสธความรู้สึกของนางและตักเตือนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอยู่เสมอ หากเย่ชิงหลีเลิกสร้างความวุ่นวายเสียได้ ย่อมเป็นผลดีต่อทั้งนางและสำนัก

ทว่าเหตุใดเขาจึงรู้สึกไม่คุ้นชินกับความเงียบเช่นนี้?

เซี่ยหานโจววางรายงานลง

“หรือว่านางยังไม่หายดี?”

เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนส่ายหน้าเล็กน้อย

เย่ชิงหลีเป็นคนเอาแต่ใจ แต่ก็ไม่ใช่คนที่ยอมให้ความเจ็บป่วยมาขัดขวางสิ่งที่ตนต้องการได้นานนัก

บางทีนางอาจกำลังวางแผนอะไรอยู่จริง ๆ

“อาจารย์เซี่ย”

เสียงของศิษย์คนหนึ่งดังขึ้นจากหน้าประตู

“มีอะไร?”

“ศิษย์พี่ซูนำตำราที่ท่านให้แก้ไขมาส่งขอรับ”

เซี่ยหานโจวพยักหน้า

“ให้นางเข้ามา”

ไม่นาน ซูเยว่หนิงก็เดินเข้ามาในห้อง นางคารวะอย่างเรียบร้อย ก่อนวางตำราลงบนโต๊ะ

“อาจารย์เซี่ย ข้าแก้ไขตามคำชี้แนะของท่านแล้วเจ้าค่ะ รบกวนท่านตรวจสอบด้วย”

เซี่ยหานโจวเปิดตำราและเริ่มอ่าน

ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ

ซูเยว่หนิงยังคงสุภาพและตั้งใจเรียน ส่วนเซี่ยหานโจวยังคงให้คำแนะนำอย่างเป็นระบบ

แต่ก่อนที่ซูเยว่หนิงจะจากไป นางกลับหยุดฝีเท้าแล้วเอ่ยขึ้น

“อาจารย์เซี่ย ข้าได้ยินว่า… คุณหนูเย่ฟื้นแล้ว”

มือของเซี่ยหานโจวหยุดลงบนหน้ากระดาษ

“ใช่”

“เช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ วันนั้นข้าตกใจมาก หากนางเป็นอะไรไป ข้าคงรู้สึกผิดไปตลอด”

เซี่ยหานโจวเงยหน้าขึ้นมองนาง

“เรื่องนั้นไม่ใช่ความผิดของเจ้า เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดมาก”

ซูเยว่หนิงพยักหน้า ก่อนกล่าวต่อ

“ข้าเพียงหวังว่านางจะหายดีในเร็ววัน”

เซี่ยหานโจวไม่ได้ตอบในทันที

เขาเองก็หวังเช่นนั้น

แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็คือ เหตุใดเย่ชิงหลีจึงเปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหันหลังจากฟื้นขึ้นมา

หรือบางที เขาอาจไม่เคยเข้าใจนางอย่างแท้จริงเลยตั้งแต่แรก

ความคิดนี้ปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนถูกเขาปัดทิ้ง

เซี่ยหานโจวกลับไปอ่านตำราตรงหน้า โดยไม่รู้เลยว่า นับจากวันนี้ไป ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเย่ชิงหลีจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

เพราะหญิงสาวที่เคยตามติดเขาไม่ยอมห่าง กำลังหัดเดินออกจากชีวิตของเขาทีละก้าว

และยิ่งนางพยายามหลุดพ้นจากเส้นทางเดิมมากเท่าใด เส้นทางที่ชะตากรรมเตรียมไว้สำหรับทุกคนก็ยิ่งเริ่มเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเท่านั้น

จบตอนที่ 3

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel